ชาวบ้านผวา!! หลังพบป่าช้าศาลพระภูมิ โผล่อีก-เกลื่อนริมถนน

ชาวบ้านร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดการ หลังป่าช้าศาลพระภูมิถูกทิ้งเกลื่อนริมถนน สร้างความวังเวงให้สถานที่ และเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ

วันนี้ (6 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า ที่หลักกิโลเมตรที่ 4 บนทางหลวงชนบท หมายเลข ชน.5062 พื้นที่หมู่ที่ 3 ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ชาวบ้านในพื้นที่ได้แจ้งว่า พบพฤติกรรมที่ไม่ดีไม่งามของผู้คนจำนวนหนึ่ง ที่แอบนำศาลพระภูมิจากนอกพื้นที่มาทิ้งอีก 1 จุด โดยนับคร่าวๆ มีศาลพระภูมิ สีสันต่างๆ ที่มีสภาพแตกหักพัง ถูกแอบนำมาทิ้งไว้ริมถนนบริเวณโคนต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนกว่า 100 หลัง

ศาลพระภูมิ, ข่าวจังหวัดชัยนาท

ซึ่งจากเหตุดังกล่าวส่งผลทำให้ชาวบ้านเริ่มกังวลเกรงว่าจะเกิดอาถรรพ์จากศาลพระภูมิที่นำมาทิ้ง เพราะปัจจุบันมีบรรยากาศที่วังเวงอย่างมากเมื่อขับรถผ่านโดยเฉพาะเวลากลางคืน และเกรงว่าซากปรักหักพังของศาลพระภูมิที่สร้างจากปูนซิเมนต์จะก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงกับผู้ใช้รถใช้ถนนหากเกิดการเสียหลัก รถล้ม หรือตกถนนบริเวณดังกล่าวได้ รวมทั้งเป็นภาพที่ไม่สวยงามสะอาดตา

จึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบบริเวณดังกล่าวเข้าแก้ไขให้ชาวบ้าน เพื่อให้ริมถนนหลวงกลับมามีความสวยงามสะอาดตาและน่ามองอีกครั้งด้วย

เกาหลีใต้สั่งฆ่าวัว 195 ตัว หลังพบโรคปากเปื่อยเท้าเปื่อย ระบาดหนัก

เกาหลีใต้ ยืนยันพบปากเท้าเปื่อยในฟาร์มปศุสัตว์ ก่อนสั่งฆ่าวัวจำนวน 195 เพื่อสกัดการแพร่ระบาด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่เกาหลีใต้ ทางการได้มีคำสั่งฆ่าวัวในฟาร์มโคนมแห่งหนึ่งไปจำนวน 195 ตัว หลังจากมีการตรวจพบโรคปากเปื่อยเท้าเปื่อยได้ระบาดหนักในฟาร์มในเขตโบยุน ห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 170 กิโลเมตร

โดยกระทรวงเกษตร อาหารและกิจการชนบท เผยว่าสาเหตุของการมีคำสั่งฆ่าวัวดังกล่าว ก็เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคนั่นเอง นอกจากนี้ได้มีคำสั่งห้ามฟาร์มปศุสัตว์ในรัศมี 3 กิโลเมตรที่ตรวจพบโรคมีการเคลื่อนย้ายสัตว์ในช่วงนี้ด้วย

สำหรับการตรวจพบโรคปากเปื่อยเท้าเปื่อยในสัตว์ของเกาหลีใต้ เกิดขึ้นล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว จากนั้นทางการได้เข้มงวดดูแลและเร่งฉีดวัคซีนป้องกัน แต่โรคดังกล่าวก็ไม่ลดลง จนกระทั่งมีการตรวจพบโรคอีกครั้งในฟาร์มโคดังกล่าว

ทั้งนี้นอกจากโรคปากเปื่อยเท้าเปื่อยในสัตว์แล้ว เกาหลีใต้ก็เพิ่งเกิดไข้หวัดนกระบาดใหญ่ทั่วประเทศเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน ทำให้ต้องกำจัดสัตว์ปีกเกือบ 33 ล้านตัว และเพิ่มระดับการเตือนภัยไข้หวัดนกเป็นระดับสูงสุดเป็นครั้งแรกด้วย

ชาวบ้านรุมจับคนร้าย หลังฉุดสาวโรงงานไปข่มขืน โชคดีช่วยทัน

พลเมืองดีรุมจับหนุ่มหื่น ทำร้ายสาวโรงงานก่อนลากเข้าพงหญ้าย่านดอนเมืองหวังข่มขืน โชคดีช่วยกัน อ้างเมาตกงานแล้วเกิดอารมณ์

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง ได้เข้าจับกุมตัวนายศุภกร อายุ 45 ปี ชาว จ.ปราจีนบุรี หลังก่อเหตุทำร้ายฉุดสาวโรงงานรายหนึ่ง หวังไปข่มขืนที่บริเวณพงหญ้าใกล้ป้ายรถประจำทาง ก.ม.25 ริมถนนพหลโยธิน แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กทม. แต่โชคดีที่พลเมืองดีที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเข้าช่วยเหลือได้ทันก่อนจะพากันจับตัวผู้ต้องหาก่อนจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ

ข่าวข่มขืน, ข่าวดอนเมือง

ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้เสียหาย ให้การว่าก่อนเกิดเหตุช่วงเวลา 22.00 น. วันที่ 5 ก.พ. ขณะที่ตนออกมารอรถบัส รับ-ส่ง พนักงานของบริษัท เพื่อจะไปเข้างานเวรกะกลางคืน เวลา 23.00 น. ระหว่างที่ยืนรออยู่บริเวณป้ายรถประจำทาง มีคนร้ายเข้ามาเอามีดจี้และล๊อคคอตนจากด้านหลัง ก่อนที่จะพยายามลากตนลงไปที่พงหญ้าหลังป้ายรถเมล์

ระหว่างนั้นตนพยายามต่อสู้จนถูก คนร้ายต่อยเข้าที่ใบหน้าหลายครั้ง และคนร้ายพยายามเอาอาวุธมีดแทงตน แต่โชคดีที่ถูกเฉี่ยวเสื้อที่สวมใส่ ระหว่างนั้นตนจึงตะโกนร้องส่งเสียงเพื่อขอความช่วยเหลือ จนมีชาวบ้านใกล้ๆ บริเวณดังกล่าวจึงวิ่งมาช่วยเหลือและจับคนร้ายไว้ได้

ขณะที่นายศุภกร ซึ่งอยู่ในอาการเมา พูดจากวกวน ให้การว่า ตนเป็นคนงานก่อสร้าง แต่ช่วงนี้ตกงาน จึงเครียดดื่มสุราเข้าไป เมื่อผ่านมาถึงจุดเกิดเหตุเห็นเหยื่อหน้าตาดี ยืนอยู่คนเดียว จึงเกิดอารมณ์พยายามเข้าไปหมายจะขืนใจ แต่ไม่สำเร็จถูกชาวบ้านเข้ามาจับกุมไว้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดำเนิคดี 3 ข้อหา กระทำอนาจาร,ทำร้ายร่างกาย และพกพาอาวุธมีดในที่วาธารณะ นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป