ชาวบ้านผวา!! โร่ขอขมางูเห่า หลังรถแบ็คโฮปรับพื้นที่เผลอทับตายเกือบยกฝูง

รถแบคโฮเข้าปรับพื้นดินโรงงานที่อยุธยาเหยียบงูเห่าตาย-ไข่งูแตกอื้อ ชาวบ้านกลัวจะเกิดเรื่องร้าย โร่จุดธูปขอขมาหลังเชื่อเป็นงูเจ้าที่ 

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (1 ก.พ. 60) ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ปากกราน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้พากันทำพิธีขอขมาด้วยการจุดธูปขอโทษงูเห่าฝูงหนึ่ง หลังจากที่คนงานได้ขับรถแบ็คโฮเหยียบทับงูฝูงดังกล่าว ระหว่างที่เขากำลังทำการปรับพื้นดินโรงงาน

งูเห่า, ข่าวจังหวัดอยุธยา

โดยชาวบ้านได้ให้เหตุผลว่า สาเหตุที่ต้องทำพิธีดังกล่าวนั้นเป็นเพราะเชื่อว่าเป็นงูเจ้าที่มาทำรัง และอยู่กันบริเวณใต้ฐานศาลพระภูมิ แต่กลับต้องมาถูกทับขณะปรับพื้นที่ ด้วยความหวาดกลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆ จึงต้องหาธูปมาจุดขอขมาตามความเชื่อดังกล่าว

สำหรับงูที่พบมีจำนวน 4 ตัว ความยาวประมาณ 3 เมตร ถูกเศษปูนและหินทับลำตัวจนตายจำนวน 3 ตัว อีกตัวเป็นงูเห่างูเห่าเผือก ขดตัวอยู่ใต้ซากปูน เจ้าหน้าที่ช่วยกันดึงออกมาจากซากปูน ทั้งนี้นอกจากงูตัวเป็นๆ แล้ว ยังพบว่ามีไข่งูอยู่บริเวณดังกล่าวจำนวนมาก ซึ่งนับจากทั้งที่แตกและไม่แตกรวมแล้ว 39 ฟอง โดยบางฟองกำลังจะฟักเป็นตัว แต่ก็มาแตกเสียก่อน

ภาพว่อนเน็ต อ้างเลขล็อคกองสลาก ขณะที่ชาวเน็ตเตือนระวัง!! อย่าตกเป็นเหยื่อ

สมาชิกเว็บบอร์ดชื่อดัง วอนอย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ หลังเอกสารอ้างเป็นเลขล็อคจากกองสลากโผล่ว่อนเน็ต ชี้เป็นการสุ่มตัวเลขเพื่อหลอกเอาเงิน 

วันนี้ (2 ก.พ. 60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่ฮือฮาอย่างมาก เมื่อผู้ใช้ชื่อว่า madamchang  ในเว็บบอร์ดดัง postjung.com ได้มีการโพสต์ข้อความเตือนภัยให้ผู้คลั่งใคล้เลขเด็ดเลขดังระมัดระวัง อย่าตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อ หลังจากมีเอกสารอ้างว่าเป็นเลขล็อคจากกองสลาก ถูกเผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ตจำนวนมากอยู่ในขณะนี้ ไม่อย่างนั้นอาจทำให้สูญเงินเป็นจำนวนมหาศาลได้  โดยผู้โพสต์รายดังกล่าวระบุข้อความว่า

เลขล็อค, กองสลาก, หวยล็อค

มีคนส่งมาทางกลุ่มโวเชียลต่างๆ  เห็นว่ามีประโยชน์เลยนำมาฝาก เอาไว้เป็นข้อคิดก่อนจะตกลงทำการใดๆ หรือโดยเฉพาะจะโอนเงินให้ใครเพื่อนซื้อเลขล็อค เลขวงใน นะครับ จากการที่มีเพื่อนสมาชิกบางท่านโพสต์เรื่องเลขล็อคของกองสลาก นั้น ผมมีข้อสังเกตดังนี้ ให้ดูจากภาพประกอบไปด้วยนะครับ

1. แผ่น A และแผ่น B เป็นเลขที่อ้างว่าเป็นเลขล็อคจากกองสลากเหมือนกัน ดูลักษณะการวางแบบ และจากจุดสังเกต  ของแต่ละแผ่น

2.การให้ตัวเลข ให้ 4 ชุด เหมือนกัน จากจุดสังเกต 2 ของแต่ละแผ่น แต่แผ่น A มีเลขเข้า 72 ตัวหนึ่ง ส่วนแผ่น B ไม่มีตัวเลขเข้า นั่นหมายความว่าอย่างไร แผ่นไหนจริง แผ่นไหนปลอมกันแน่ ผมจะเรียนว่าทั้ง 2 แผ่นนั่นแหละของปลอม เพราะ

3.การทำเอกสารแบบนี้ง่ายมาก และการสุ่มตัวเลขก็ง่ายอีกเหมือนกัน ทำร้อยแผ่น ตัวเลขก็ใส่ไป ร้อยชุด มันก็ต้องมีโดน มีเข้ากันบ้างครับ ดังนั้นพอมีเลขที่หลงเข้ามาก็ตีปี๊บว่านี่ของจริง แต่แท้ที่จริงแล้วมันก็แค่ ” หว่านแห ” เท่านั้นเอง

4.พอมีคนติดกับ หลงเชื่อ ทีนี้ก็จะไปติดต่อว่า ได้เลขมายังไง บอกบ้างซิ และก็เข้าทาง ก็จะสาธยายว่าได้มาลำบากนะ คนวงในเขาให้มา กว่าจะได้ต้องเสียค่าหามานิดหน่อย แล้วสุดท้าย มันก็ได้เงินไปฟรีๆ

จดหมายเลขล็อคกองสลาก เมื่อปี 2559

5.ท่านลองคิดดูเอาว่า ถ้าในเมื่อ มันบอกเป็นเลขล็อคจากกองสลากที่ล็อคเอาไว้จริงๆ แล้วนั้น ทำไมมันไม่บอกเลยว่า เอาไป เลขล็อค ข้างบน คือ 2 ตัวนี้ เลขล็อคข้างล่าง คือ 2 ตัวนี้ ให้มันชัดๆไปเลย ต้องมากั๊ก บนล่าง 4 ชุด เพื่ออะไรเล่า จริงไหม

6.และอีกอย่าง ที่บอกห้ามแชร์นั้น มันก็แค่เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ ลองคิดดูว่าถ้าเอกสารมันจริง เขาจะบอกกันเกร่อแบบนี้หรือ เขาไม่กลัวกองสลากติดตามมาเอาเรื่องหรือ ผมตอบแทนเลยว่า กว่ากองสลากจะรู้ว่ามีผู้แอบอ้าง มันก็ปิดเฟวบุ๊กหนี แล้วไปเปิดเฟซบุ๊กใหม่นานละครับ

ดังนั้นจงระวังให้ดี อย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ อย่าให้เขาหลอกเอาเงินที่หามาลำบาก บางคนต้องไปกู้หนี้ยยืมสินมาเพื่อหวังว่าจะปลดหนี้ แล้วโดนหลอกนะครับ ขอให้โชคดี สวัสดีครับ

สำหรับการอ้างเลขล็อคจากกองสลากนั้น ในช่วงที่ผ่านมาเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายรูปแบบ โดยเฉพาะเมื่อปี 2559 มีการส่งเป็นจดหมายไปที่บ้านของประชาชน  อ้างว่าเป็นจดหมาย “ลับที่สุด”ส่งจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เรื่องขอแจ้งผลออกสลากกินแบ่งรัฐบาล เลขท้าย 3 ตัวบน 2 ตัวล่าง หากอยากได้เลขดังกล่าว ก็ให้โอนเงินเข้าบัญชีที่แนบมาในเอกสาร ก่อนที่กองสลากจะออกมาเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อ เพราะว่าจดหมายที่แอบอ้างสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ใช่เรื่องจริง

ข้อมูลบางส่วนจาก  board.postjung.com

7 ชีวิตสุดรันทด! ใช้สแลนแทนฝาบ้าน อยู่อย่างลำบาก

ครอบครัวผู้ยากไร้อาศัยรวมกัน 7 ชีวิตใช้สแลนแทนฝาบ้าน ที่ อ.พรหมพิราม วอนผู้มีจิตศรัทธาเข้าช่วยเหลือ

วันที่ 2 ก.พ. 60 ผู้สื่อข่าว จ.พิษณุโลก รายงานว่า พระครูสิทธิธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ อ.เมือง จ.พิษณุโลก พร้อมด้วยผู้สื่อข่าวจากชมรมสื่อมวลชนพิษณุโลก ได้เดินทางไปตรวจสอบความเป็นอยู่ของครอบครัวผู้ยากไร้รายหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ หมู่ ที่ 4 ต.มะต้อง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก หลังทราบว่ามีความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก ไม่มีบ้านอยู่อาศัย ต้องมาสร้างเพิงพักชั่วคราว โดยได้นำข้าวสารอาหารแห้ง และเงินอีกจำนวนหนึ่ง ไปมอบให้เพื่อเป็นการช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าว


โดยที่บริเวณเพิงพักหลังดังกล่าว พบครอบครัวของนางกาหลง มาชุม อายุ 32 ปี อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับลูก จำนวน 4 คน คนแรกชื่อ ด.ช.อัธสดายุทธ์ ทองเครือมา อายุ 13 ปี เรียนหนังสืออยู่ชั้น ม.1 คนที่ 2 ชื่อ ด.ช.ณัฐภัทร ทองเครือมา อายุ 11 ปี อยู่ชั้น ป.5 คนที่ 3 ชื่อ ด.ญ.รัญชิดา ทองเครือมา อายุ 10 ปี อยู่ชั้น ป.4 และคนสุดท้องชื่อ ด.ญ.สุทาทิพย์ ทองเครือมา อายุ 8 ปี อยู่ชั้น ป.2 ทั้งหมดเรียนอยู่ที่โรงเรียนวัดหางไหล จากสภาพที่พักอาศัย เป็นเหมือนกับยุ้งฉางหรือเพิงเก็บพืชไร่ เพราะสร้างจากเศษไม้ใช้ไม้ยูคาเป็นเสา มุงด้วยสังกะสีเก่าๆที่มีรูทะลุมองเห็นได้ชัดเจน

หากฝนตกไม่สามารถกันน้ำฝนได้เลย ส่วนฝาบ้านนั้นใช้สแลนสีเขียวปิดล้อมเอาไว้รอบตัวเพิงพัก เพื่อกันแดดกันลมได้บ้างเท่านั้น โดยมีไม้ฟากเก่าๆมาปิดบังไว้อีกที ส่วนภายในมีการใช้ไม้อัดเก่ายกสูงจากพื้นดินเล็กน้อย เพื่อใช้เป็นที่หลับนอนในยามค่ำคืน มีข้าวของเครื่องใช้ผ้าห่มที่นอนกองเอาไว้และเสื้อผ้าแขวนตามมุมต่างๆ เนื่องจากไม่มีตู้เก็บเสื้อผ้า โดยด้านนอกจะเป็นที่ทำกับข้าวกินเป็นเตาถ่านใช้เศษไม้ที่หาทั่วไปมาเป็นเชื้อฟืน ในการหุงหาอาหารในแต่ละวัน


จากการสอบถามนางกาหลง เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ครอบครัวตนอยู่ด้วยหลายคน มีตนกับสามี ลูกอีก 4 คน และน้องสาวตนอีกคน รวมเป็น 7 คน โดยสามีจะเดินทางไปทำงานรับจ้างก่อสร้างทั่วไปในตัวเมืองพิษณุโลก ส่วนน้องสาวชื่อ ด.ญ.ปาริฉัตร มาชุม กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนในพรหมพิราม และลูกอีก 4 คน เรียนอยู่ที่โรงเรียงวัดหางไหล รายได้หลักมาจากสามีวันละ 300-400 บาทเท่านั้น

ซึ่งแต่ก่อนตนพักอาศัยอยู่อีกที่หนึ่ง ซึ่งไม่ห่างจากที่เดิมมากนัก ซึ่งเป็นบ้านพักของคนอื่นให้อาศัย ก่อนเจ้าของบ้านได้รื้อบ้านหลังนั้น ตนและครอบครัวจึงต้องหาที่อยู่ใหม่ โดยมีคนใจบุญให้มาอยู่ที่ปัจจุบันเป็นการชั่วคราว จึงได้หาเศษไม้และอุปกรณ์มาก่อสร้างที่อยู่ดังกล่าว โดยได้สังกะสีจากบ้านหลังเก่าเจ้าของเขาแบ่งให้มามุงหลังคา ส่วนฝาบ้านไม่มีไม้ จึงต้องใช้สแลนมาปิดบังเอาไว้ เพื่อกันลมกันแดด ต่อมามีคนนำฟากไม้เก่ามาให้อีก จึงนำมาปิดทับกันไว้นอกนอกอีกชั้น ส่วนตนเองหากว่างจะรับจ้างทั่วไปแล้วแต่ใครจะจ้างทำอะไร ได้ทำบ้างไม่ได้ทำบ้าง

ด้านนาย เริงประวัติ คุ้มคำ อบต.มะต้อง เปิดเผยว่า ก่อนหน้าตนไม่ทราบว่ามีครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างนี้ ผ่านมาพบเห็นจึงได้เข้าไปสอบถาม พร้อมกับถ่ายรูปที่พักอาศัย เพื่อหาหนทางช่วยเหลือครอบครัว เบื้องต้นยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาดูแลแม้แต่หน่วยงานเดียว จึงอยากจะฝากถึงผู้มีจิตกุศลที่จะช่วยเหลือ สามารถจะติดต่อตนได้ที่เบอร์ 081 – 6046185 หรือเบอร์ของนางกาหลง 063 – 9575722 ส่วนหมายเลขบัญชีธนาคารต่อนี้ยังไม่มี ซึ่งตนจะพานางกาหลงไปเปิดภายหลังอีกที