DSIเผย ม.44 ตั้ง “พ.ต.ท.พงศ์พร” นั่ง ผอ.สำนักพุทธ ทำให้ทำงานง่ายขึ้น

รองโฆษก DSI เผย ม.44 ตั้ง “พ.ต.ท.พงศ์พร” นั่ง ผอ.สำนักพุทธ ทำงานง่ายขึ้น เพราะมีความคุ้นเคยอยู่แล้ว

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยถึงกรณี หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีคำสั่ง มาตรา44 ให้ให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ เป็นผู้อํานวยการสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แทน นายพนม ศรศิลป์ โดยยอมรับว่าไม่ทราบว่าจะมีคำสั่งดังกล่าวมาก่อน โดยก่อนหน้านี้ ทางดีเอสไอกับสำนักพุทธฯก็ทำงานร่วมกันมาตลอด แต่ยอมรับว่า การแต่งตั้งให้ พ.ต.ท.พงศ์พร ซึ่งมีความคุ้นเคยดีอยู่แล้วเป็น ผอ.สำนักพุทธฯ ก็จะทำให้การทำงานดียิ่งขึ้น

ส่วนการที่พระและศิษย์ของวัด จะมองว่าดึงคนของ ดีเอสไอ ทำหน้าที่แทนนั้น ตนมองว่าเป็นสิทธิ์ที่จะคิดได้ แต่ยืนยันว่า การดำเนินคดีต่างๆก็ต้องเป็นไปตามกฏหมายอยู่แล้ว ไม่ว่าใครจะมาเป็น ผอ.สำนักพุทธฯ ก็ตาม

รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวด้วยว่า มาตรการต่างๆที่ดำเนินการอยู่ขณะนี้ ทั้งการตัดสัญญาณโทรศัพท์และการไม่อนุญาตให้นำเสบียงอาหารเข้าไปในวัดเป็นจำนวนมากนั้น ส่วนหนึ่งเพื่อต้องให้ศิษย์และพระของวัดพระธรรมกายออกมาจากวัดให้มากที่สุด เนื่องจากทางดีเอสไอ พยายามหลีกเลี่ยงการปะทะกัน ซึ่งขณะนี้ก็เริ่มทยอยเดินทางออกมากันแล้ว

ส่วนกลุ่มศิษย์ของวัดพระธรรมกาย เริ่มยกระดับการเรียกร้องให้มีการยกเลิก ม.44 ทั้งการประท้วงอดอาหาร นั้น ตนมองว่าหากจะมีการยกระดับก็อยากให้ยกระดับ เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายดีกว่า พร้อมยังปฏิเสธกระแสข่าวพบสัญญาณโทรศัพท์ของพระธัมมชโยในวัดพระธรรมกาย

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ (26 ก.พ.) เวลา 09.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ จะเป็นประธานการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ และกำหนดมาตรการเพื่อติดตามจับกุมพระธัมมชโย ที่ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชาย ภาค 1 จากนั้นจะมีการแถลงต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง

รัฐบาลเสียใจ กรณีชายสูงวัยผูกคอตาย หลังเรียกร้องให้ยกเลิก ม.44

รัฐบาลเสียใจ กรณีชายสูงวัยผูกคอตาย หลังเรียกร้องให้ยกเลิก ม.44 คุมวัดพระธรรมกาย เตือนสติผู้เกี่ยวข้อง แจงเหตุผล ปรับย้าย ผอ.สำนักพุทธฯ เพื่อประสิทธิภาพงาน

พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่ชายสูงอายุผูกคอตายหลังเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งตามมาตรา 44 ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกายไม่สำเร็จ ว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสีย โดยกล่าวว่าไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เองก็ได้ใช้ความพยายามอย่างที่สุดในการเจรจาและเตรียมการช่วยเหลือ แต่ไม่อาจป้องกันได้ เพราะเกิดเหตุสุดวิสัย จึงอยากให้สติแก่สังคม โดยเฉพาะผู้ที่สนับสนุนวัดพระธรรมกาย ทั้งพระสงฆ์และศิษยานุศิษย์ว่า ไม่ควรปล่อยให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น และไม่ควรใช้ศรัทธาความเชื่อมั่นของผู้บริสุทธิ์เป็นเครื่องมือปกป้องผู้กระทำผิดเพียงไม่กี่คน

แต่ท้ายที่สุดกลับออกมาปฏิเสธว่า ไม่ใช่ลูกศิษย์ของตน รวมทั้งขอเรียกร้องว่า ไม่ควรกล่าวโทษคำสั่งตามมาตรา 44 ว่า เป็นสาเหตุ เพราะที่ผ่านมาผู้กระทำผิดไม่ยอมรับกฎหมาย แต่กลับแสวงหาประโยชน์จากผู้อื่นและใช้กฎหมู่หลบหนีความผิด ส่วนเจ้าหน้าที่บ้านเมืองนั้นจำเป็นต้องทำตามกฎหมาย หากไม่ทำก็จะเข้าข่ายละเลยการปฏิบัติหน้าที่

พลโท สรรเสริญ ยังกล่าวต่อถึงกรณีที่หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งที่ 12/2560 โดยให้นายพนม ศรศิลป์ พ้นจากตําแหน่ง ผอ.สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผบ.สำนักคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ มาดำรงตำแหน่งแทน ว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นไปเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารงานของสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ต้องดำเนินงานสนองงานคณะสงฆ์และรัฐ ทำนุบำรุงส่งเสริมและพัฒนากิจการพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเพื่อปกป้องคุ้มครองไม่ให้พระศาสนาเกิดความมัวหมอง และประสานประโยชน์กับทุกฝ่ายนำไปสู่การปฏิรูปอย่างยั่งยืน

ส่วนข้อวิจารณ์เรื่องคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งใหม่ว่า ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านงานศาสนามาก่อนนั้น โดยปกติผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดของหน่วยงานจะสรรหาจากผู้ที่มีวิสัยทัศน์ด้านการบริหารและเคยเป็นผู้นำหน่วย ส่วนรายละเอียดในการปฏิบัติงานนั้นยังมีรองผู้อำนวยการ หัวหน้าหน่วยระดับกลาง และหน่วยงานในระดับจังหวัดที่ร่วมกันขับเคลื่อนให้งานบรรลุผลสำเร็จ

สลด! ชายสูงวัยปีนเสาฯ ประท้วงยกเลิก ม.44 ผูกคอเสียชีวิต

ชายสูงวัยปีนเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ เพื่อประท้วงยกเลิก ม.44 ล่าสุดผูกคอเสียชีวิตแล้ว

เมื่อเวลา 17.30น. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 พ.ต.ท.ยศวัฒน์ นิติรัฐพัฒนคุณ สารวัตรสอบสวน สภ.คลองหลวง รับแจ้งมีชายพยายามทำร้ายตนเองปีนเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ ที่เกิดเหตุชุมสายโทรศัพท์คลองหลวง หลังพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวงที่คณะศิษย์วัดพระธรรมกายนั่งสวดมนต์อยู่ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำลังชุดสืบสวน

ในที่เกิดเหตุเป็นชุมสายโทรศัพท์ พบไทยมุงกว่า 500 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระภิกษุสงฆ์และสามเณร รวมทั้งศิษย์วัดพระธรรมกายกำลังมุงดูชายสูงวัยที่ปีนขึ้นไปอยู่บนยอดเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ความสูงประมาณ 30 เมตร พร้อมเขียนป้ายฟิวเจอร์บอร์ดเขียนข้อความว่า ขอความกรุณายกเลิกมาตรา 44 หากไม่ทำก่อนเวลา 21.00น. เก็บศพได้เลย พร้อมทั้งเขียนว่าพระเณร คนแก่ ถูกข่มเหง รังแก ด้วยวิธีต่างๆนาๆ สังคมปัจจุบัน คนดีอยู่ยาก

ซึ่งพระวัดพระธรรมกายรูปหนึ่งพยายามเจรจาแต่ไม่เป็นผล พร้อมกับเปิดเผยว่า ผู้ที่คิดทำร้ายตนเองไม่น่าใช้ศิษย์วัดพระธรรมกายที่เดินทางมาร่วมสวดมนต์ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ใช้เบาะลมกลางป้องกันหากมีการกระโดดทำร้ายตนเอง พร้อมให้พระภิกษุสงฆ์พยายามเกลี้ยกล่อมผ่านไมค์โครโฟนเพื่อให้ชายคนดังกล่าวยอมลงจากเสาส่งสัญญาณแต่ยังไม่เป็นผล

กระทั่งเวลา 21.15น.ชายดังกล่าวได้ปีนลงมาจากจุดสูงสุดของเสาโทรศัพท์ซึ่งทุกคนต่างให้กำลังใจหวังว่าน่าจะลงสู่พื้นดินแต่ไม่เป็นไปอย่างที่คิดเมื่อชายกลางคนปีนลงมาได้เพียง6เมตร ก็ใช้เชือกผูกคอตนเองกับเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ หน่วยกู้ภัยต้องปีนขึ้นไปช่วยอย่างทุรักทุเรและยากลำบากโดยใช้เวลาประมาณ 45 นาทีจึงนำร่างลุงสูงวัยลงมาสู่พื้นล่างได้ เบื้องต้นยังไม่มีผู้ใดติดต่อเป็นญาติ กระทั่งล่าสุดยืนยันแล้วว่าชายคนดังกล่าวเสียชีวิต หน่วยกู้ภัยจึงนำร่างส่ง โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อรอญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป