มาเลเซีย เตรียมเนรเทศทูตเกาหลีเหนือ ปมการตาย ‘คิม จองนัม’

รัฐบาลมาเลเซีย เตรียมพิจารณาสั่งเนรเทศทูตเกาหลีเหนือ หลังมีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นระหว่างประเทศทั้งสอง ปมการเสียชีวิตของ คิม จองนัม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่ารัฐบาลมาเลเซีย อยู่ระหว่างการพิจารณาสั่งเนรเทศนายกัง โชล เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำมาเลเซีย หรือสั่งปิดสถานทูตมาเลเซียในกรุงเปียงยาง หลังมีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นระหว่างประเทศทั้งสองหลังเกิดเหตุลอบสังหารนายคิม จองนัม อายุ 46 ปี พี่ชายต่างมารดาของนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือในมาเลเซียเมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมา ตำรวจเชื่อว่า คิม จองนัม ถูกวางยาพิษในอาคารสนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์ ขณะรอขึ้นเครื่องบินไปยังมาเก๊า

ก่อนหน้านี้ เอกอัครราชทูตของเกาหลีเหนือ กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือไม่มั่นใจในการสอบสวนคดีนี้ของมาเลเซียและกล่าวหารัฐบาลมาเลเซียว่าสมคบกับกลุ่มผู้ไม่หวังดีจากนอกประเทศ ซึ่งหมายถึงรัฐบาลเกาหลีใต้ ทำให้รัฐบาลมาเลเซียไม่พอใจ เตรียมมาตรการตอบโต้ ซึ่งรวมถึงการประกาศว่าเอกอัครราชทูตของเกาหลีเหนือเป็นบุคคลไม่พึงประสงค์และสั่งเนรเทศออกนอกประเทศ

นอกจากนี้ มาเลเซียอยู่ระหว่างการพิจารณาทางเลือกอื่นๆด้วย ที่ผ่านมามาเลเซียเป็นหนึ่งในเพียงอีกไม่กี่ประเทศที่ยังรักษาสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ อาจจะปิดสถานทูตมาเลเซียในเกาหลีเหนือ หรือยกเลิกการอนุญาตให้พลเมืองเกาหลีเหนือเดินทางเข้ามาเลเซียโดยไม่ต้องใช้วีซ่า หากการวิพากษ์วิจารณ์จากเกาหลีเหนือไม่ยุติลง รัฐบาลมาเลเซียอาจจะประกาศตัดสัมพันธ์ทั้งหมดกับเกาหลีเหนือทั้งด้านการทูตและการค้า

ขอบคุณ จส.100

ผบช.ภ.1 เผยยังต้องการค้น ‘วัดพระธรรมกาย’ โซนA-B

ผบช.ภ.1 ยืนยัน เจ้าหน้าที่ยังต้องการค้น ‘วัดพระธรรมกาย’ โซนเอและบี พร้อมเสนอขอยกเลิก มาตรา 44 ทันทีหากตรวจค้นแล้วเสร็จ

พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1(ผบช.ภ.1) ระบุว่า การยกระดับในการปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกายในแต่ละครั้งนั้น ทางดีเอสไอ จะเป็นผู้ประสาน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ปฏิบัติตาม ซึ่งได้พยายามดำเนินการจากเบาไปหาหนัก เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกับมวลชน โดยขณะนี้ตำรวจพยายามไม่ให้มีการนำอาหารเข้าไปภายในวัด เพื่อต้องการให้พระสงฆ์และศิษยานุศิษย์ออกมาจากวัดเอง

ทั้งนี้ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ยังต้องการตรวจค้นโซนเอ โซนบี และจุดต้องสงสัยบางจุด ซึ่งหากตรวจค้นแล้วสามารถตอบข้อสงสัยของประชาชนก็จะถอนกำลังออกมาทันที จากนั้นจะทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอขอยกเลิกการใช้กฎหมายมาตรา 44

ขณะที่ นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ระบุว่า ได้มีหนังสือคำสั่งให้ฝ่ายปกครองท้องถิ่น นายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ปฏิบัติตามหน้าที่คอยสนับสนุนการทำงานของดีเอสไอ ทำความเข้าใจกับลูกบ้านของตนเองถึงการสนับสนุนการปฏิบัติการในครั้งนี้ แต่เรื่องความเชื่อต้องใช้เวลาให้ประชาชนเข้าใจ

โหลดเลย! แอพ “Police i lert u” แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย นำร่องพัทยาเป็นที่แรก

โหลดเลย! แอพ “Police i lert u” แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย สตช.นำร่องในเมืองท่องเที่ยวพัทยาเป็นแห่งแรก

พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ต่อยอดโครงการรับแจ้งเหตุด่วน เหตุร้ายของ 191 โดย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ได้มีนโยบายนำร่องการใช้แอพพลิเคชั่น Police i lert u ในเมืองท่องเที่ยวหลังจากทดลองใช้ในเขตนครบาลแล้วมีผลเป็นที่ยอมรับ ถือได้ว่าเป็นโครงการที่ดี เป็นแอพพลิเคชั่นที่มีประโยชน์ต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

โดยผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Police i lert u ได้ทั้ง 2 ระบบ คือ iOS ผ่าน App Store และ Android ผ่าน Play Store จากนั้นลงทะเบียนด้วยระบบอีเมล์ ผู้ใช้จึงสามารถใช้งานระบบแอปพลิเคชั่นได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งสามารถแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายมายังฐานข้อมูลระบบเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ พร้อมถ่ายภาพและระบุจุดเกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนประสานแจ้งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุสามารถเข้าตรวจสอบได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ เบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่สังกัด สภ.เมืองพัทยา ทำการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นดังกล่าวไว้ในโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนของทุกนายแล้ว จากนั้นจะได้ประชาสัมพันธ์ต่อไปยังประชาชน ห้างร้าน รวมถึงสถานประกอบการต่างๆ รวมถึงผู้นำชุมชน และหัวหน้าหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในเขตเมืองพัทยาได้รับทราบ