แชร์ว่อน! คลิปหนุ่มกระโดดใส่หน้ารถแท็กซี่ ย่านห้วยขวาง

ชาวโซเชียลแห่แชร์คลิป หนุ่มกระโดดเก็บคองอเข่าเข้าชนแท็กซี่ ย่านห้วยขวาง เล่นเอา งง ทั้งตลาด

วานนี้ (22 ก.พ. 60) โลกโซเชียลได้มีการแชร์คลิป ชายกระโดดให้รถชน โดยระบุว่า เหตุเกิดในพื้นที่ห้วยขวาง โดยเป็นย่านตลาด พบว่า ในภาพชายคนดังกล่าวตั้งใจวิ่งตรงมายังรถที่ขับอยู่ และกระโดดพุ่งเข้าใส่รถทันที จากนั้นมีชายอีกคนตามมาลากชายที่กระโดดให้ลงจากกระโปรงรถ ก่อนที่จะตะโกนว่า ให้ลุกขึ้น ทั้งนี้ มีการระบุว่า คลิปดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง เปิดเผยว่า คลิปนี้เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยเจ้าของรถซึ่งเป็นรถแท็กซี่ได้เข้ามาแจ้งความ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว แต่ไม่เอาความผิด คาดว่าชายที่อยู่ในคลิปน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติสัญชาติจีน ซึ่งเข้ามาท่องเที่ยวย่านห้วยขวาง และอาจคึกคะนอง หรือเมาสุรา จึงก่อเหตุขึ้น ก่อนแยกย้ายไป

อย่างไรก็ตาม จะติดตามหาตัวมาสอบสวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะการกระทำเช่นนี้เข้าข่ายทำให้ตื่นตกใจ และก่อความเดือดร้อน

ประวิตรลั่น นานแค่ไหนค้นวัดธรรมกายต่อ หากยังจับพระธัมมชโยไม่ได้ !!

“พล.อ.ประวิตร” ย้ำ เดินหน้าค้นวัดพระธรรมกาย ไม่ทบทวนยกเลิกคำสั่ง ย้ำ ไม่ใช้ความรุนแรง ยังไม่ออกหมายจับพระ 14 รูป 

วันนี้ (23 ก.พ. 60) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกนัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจค้นวัดธรรมกาย เพื่อเข้าควบคุมตัวพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัด ของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ หลังดำเนินมาได้ 7 วันแล้วนั้น ว่า

ข่าววัดธรรมกาย, พระธัมมชโย, ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการตรวจค้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่มุ่งเน้นการไม่ใช่ความรุนแรงหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ ส่วนจะมีการทบทวนยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ตาม ม.44 เพื่อให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุม พล.อ.ประวิตร ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถจับตัวพระธัมมชโยได้ จึงต้องบังคับใช้ต่อไป และขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่ากฎหมายพิเศษ ดังกล่าวเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้

จะ 1 สัปดาห์ หรือจะกี่สัปดาห์ก็ต้องทำ ผ่านไป 1 ปีแล้วถ้าทำไม่ได้ก็ต้องทำเรื่อยๆ เราลดปัญหาไม่ให้เกิดความรุนแรง ไม่ให้เกิดการบาดเจ็บล้มตาย แต่เราจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย โดยเจ้าหน้าทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง กำลังดำเนินการอยู่

ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ที่ขัดขวางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ 26 คน นั้น เป็นการปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ขณะที่ในส่วนของการเรียกพระระดับผู้บริหารวัดพระธรรมกาย 14 รูป เข้ามารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับ

บุกจับ! ผับกลางเมืองพัทยาลอบขายบริการทางเพศให้ต่างชาติ

บุกจับผับกลางเมืองพัทยา ลักลอบขายบริการทางเพศให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา นายนริศ นิรามัยวงศ์ นอภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าที่ที่ร้านคลับ 4 ตั้งอยู่เลขที่ 417/26 พัทยากลาง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีการลักลอบนำหญิงสาวมาค้าประเวณีให้กับชาวต่างชาติ จึงสั่งการให้นายพิเชษฐ์ ธรรมโหร ปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอบางละมุง ประสาน พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา และ ร.ต.สุวิทย์ ลากลาง นายทหารหัวหน้าชุดดูแลความสงบเรียบร้อย อ.บางละมุง วางแผนส่งสายลับชาวต่างชาติ นำเงินสดจำนวน 2,000 บาท ทำทีไปเที่ยวและติดต่อล่อซื้อบริการทางเพศ

จากการตรวจสอบพบว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นตึกแถว 3 ชั้น 1 คูหา ด้านล่างเปิดเป็นคลับ ส่วนด้านบนแบ่งเป็นห้องพัก โดยหลังจากจ่ายเงินให้สด ทางผู้ดูแลคลับจึงนำหญิงสาวชาวไทยขึ้นไปส่งให้ที่ห้องพักบนชั้น 2 สายลับชาวต่างชาติคนดังกล่าวจึงส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ที่ซุ่มรออยู่ด้านนอกให้ทราบพร้อมกับนำกำลังจะบุกเข้าไปจับกุม แต่ปรากฏว่าประตูทางเข้าปิดล็อค จึงสั่งให้คนที่อยู่ด้านในเปิดประตู พบพนักงานสาวจำนวนหลายคนนั่งอยู่ด้านใน เมื่อขึ้นไปตรวจสอบบนชั้นที่ 2 และ 3 พบว่าแบ่งทำห้องเป็นชั้นละ 2 ห้อง และมีลูกค้าใช้บริการทางเพศอยู่ 2 ห้อง

ตรวจค้นในลิ้นชักบริเวณเคาเตอร์พบเงินสดที่ใช้ทำการล่อซื้อ โดยมี น.ส.ชญานุช เลาเกลียว อายุ 36 ปี รับสารภาพว่าเป็นเจ้าของร้าน เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา เป็นธุระจัดหาบุคคลไปกระทำการค้าประเวณี , เป็นเจ้าของกิจการหรือผู้ดูแลหรือผู้ควบคุมการค้าประเวณีในสถานบริการ และจำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ที่ขายบริการทางเพศให้กับสายลับ ทางเจ้าหน้าที่ได้กันไว้เป็นพยาน ส่วนคนอื่นๆ ยังไม่พบการกระทำผิดจึงทำประวัติไว้ก่อนปล่อยตัวไป

นายพิเชษฐ์ ธรรมโหร ปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอบางละมุง เปิดเผยว่า คลับแห่งนี้จะรับลูกค้าเฉพาะชาวต่างชาติเท่านั้น และเปิดให้บริการตั้งเวลา 12.00 น. จนถึงเวลา 24.00 น. ฉากหน้าจะเปิดเป็นคลับให้นักท่องเที่ยวเข้ามาดื่มกิน แต่เบื้องหลังลักลอบนำหญิงสาวมาค้าประเวณีให้กับชาวต่างชาติ โดยคิดราคาค่าตัวจำนวน 2,000 บาท ทางร้านจะได้ 1,000 บาท และแบ่งให้หญิงสาว 1,000 บาท จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเคยถูกเจ้าหน้าที่บุกจับกุมข้อหาค้าประเวณีมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ก็ยังลักลอบเปิดให้บริการอีก ถือว่าเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาในสายตาของชาวโลก