เพื่อไทย แนะ ให้รัฐเข้าใจประชาชน อย่าเร่งรัดขึ้นภาษี

เพื่อไทย แนะ ให้รัฐเข้าใจประชาชน อย่าเร่งรัดจัดเก็บภาษีเพิ่ม มองส่งออกเดือน ม.ค. 60 ยังขยายตัวน้อยกว่าปี 58

นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เห็นว่า การส่งออกเดือนมกราคม 2560 ขยายตัวได้ 8.8% แม้จะดูเหมือนจะเพิ่มมาก แต่หากเปรียบเทียบย้อนหลังเดือนมกราคม 2559 การส่งออกลดลง 8.9% ซึ่งแสดงว่าการส่งออกในเดือนมกราคม 2560 ยังน้อยกว่าการส่งออกเดือนมกราคม 2558

ทั้งที่เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้น ราคาน้ำมันและราคาสินค้าเกษตรปรับสูงขึ้น และยังมีการส่งออกทองคำเพิ่มขึ้นถึง 157% ซึ่งการส่งออกรวมควรจะขยายตัวมากกว่านี้ และต้องดูว่าการส่งออกทั้งปีจะขยายตัวได้ถึง 5% ตามที่รัฐบาลบอกหรือไม่ และจะทำให้การส่งออกขยายตัวอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร แต่อยากเห็นการขยายตัวอย่างต่อเนื่องอย่างมั่นคง ซึ่งต้องอาศัยการลงทุนภาคเอกชนจากต่างประเทศและในประเทศที่ต้องขยายตัวอย่างต่อเนื่องไม่ใช่หดหายอย่างปัจจุบัน

นอกจากนี้ ตามที่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลบอกเศรษฐกิจจะฟื้น แต่รัฐบาลกลับจะเรียกเก็บภาษีจากประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยรัฐบาลได้มีการเร่งรัดกรมจัดเก็บภาษีทั้งกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และ กรมศุลกากร ไปเร่งให้มีการจัดเก็บภาษีเพิ่ม โดยจะมีการเพิ่มภาษีอีกหลายอย่างเช่น ภาษีน้ำมันเครื่อง ภาษีสุราและบุหรี่ ภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล

แม้กระทั่งภาษีสินสอด ซึ่งสวนทางกับแนวทางของรัฐที่ต้องการให้ประชาชนมีบุตรมากขึ้น อีกทั้งเชื่อว่าจะมีการจัดเก็บภาษีเพิ่มอีกหลายด้านเพิ่มเติม เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถจัดเก็บรายได้ตามคาดหมายได้ จึงอยากให้รัฐบาลเข้าใจว่าประชาชนกำลังเดือดร้อนกันมาก การเพิ่มภาษีจะยิ่งทำให้ประชาชนเดือดร้อนมากขึ้น

เชิญร่วมคัดเลือกหนัง ในโครงการ “คลิกที่ ใช่ ส่งแรงบันดาลใจ ให้น้อง”

ขอเชิญร่วมคัดเลือกหนังให้น้องๆ ได้ชม ในโครงการ “คลิกที่ ใช่ ส่งแรงบันดาลใจ ให้น้อง”

ขอเชิญทุกท่าน ร่วมคัดเลือกหนังที่เหมาะสมกับวัยของน้องๆ เพื่อสร้างเสริมจินตนาการให้มีความคิดสร้างสรรค์กับโครงการ “คลิกที่ ใช่ ส่งแรงบันดาลใจ ให้น้อง” โดยสามารถเข้าไปร่วมโหวตรายชื่อภาพยนตร์ได้ที่ http://clickdeetumdee.mthai.com/clickforkids

โดยหนังที่ทุกท่านได้ร่วมกันคัดเลือกจะนำไปฉายให้กับน้องๆ ได้ชม และรายได้จากค่าโฆษณา (Pre-roll) ในการคลิกเข้าชมหนังทุกเรื่อง จะนำไปมอบให้กับ “โรงเรียนวัดดอนยอ” จ.นครนายก เพื่อใช้ในการปรับปรุงอาคารเรียน สนามเด็กเล่น และห้องพยาบาล ให้น้องๆ ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ในวันส่งมอบทางโครงการจะนำทีวี LG พร้อมหนังที่ท่านเลือก มอบให้กับทางโรงเรียนเพื่อใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอน ซึ่งระยะเวลาของโครงการ เริ่มตั้งแต่ 1 มีนาคม 2560 – 30 เมษายน 2560

ทั้งนี้ หากท่านใดสนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและซ่อมแซมโรงเรียนให้กับน้องๆ  สามารถบริจาคเงินช่วยเหลือได้ที่บัญชี “เงินสวัสดิการนักเรียน ร.ร. วัดดอนยอ” ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 211-0-08792-7

หอการค้า ชี้ นโยบาย ‘ทรัมป์’ ขึ้นภาษี ทำไทยสูญส่งออก 3.9 หมื่นล้าน

ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ หอการค้า มอง นโยบาย ‘ทรัมป์’ ขึ้นภาษีจีน 45% ทำไทยสูญส่งออก 3.9 หมื่นล้านบาท

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลกระทบ นโยบายการค้าของทรัมป์ ต่อการส่งออกไทยในตลาดสหรัฐฯ ว่า จากนโยบายในการปรับขึ้นภาษีกับประเทศจีนร้อยละ 45 จะทำให้การส่งออกของจีนไปสหรัฐฯ ลดลง 1.7 ล้านล้านบาท หรือ ลดลงร้อยละ 11.4 จีดีพีลดลงร้อยละ 1.8

โดยจะส่งผลกระทบทางอ้อมทำให้สินค้าไทยไปจีนลดลง 1.1 แสนล้านบาท หรือ ลดลงร้อยละ 13.3 แต่ไทยอาจได้รับผลทางตรงสามารถส่งออกไปสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นได้ 7.1 หมื่นล้านบาท และเมื่อประเมินผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมเเล้ว ไทยจะสูญเสียเม็ดเงินจากการส่งออก 3.9 หมื่นล้านบาท

และสำหรับผลกระทบต่อการกดดันค่าเงินหยวน ให้แข็งค่าขึ้นร้อยละ 5 จะทำให้การส่งออกของจีนไปสหรัฐฯ ลดลง 2.3 แสนล้านบาท และจะกระทบกับการส่งออกไทยไปจีนรวมทั้ง กระทบต่อการส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ ที่จะเกิดจากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 7.5 พันล้านบาท

แต่อย่างไรก็ตาม มองว่าการยกเลิกทีพีพีของสหรัฐฯ นั้น เป็นผลดีต่อประเทศไทย เพราะจะทำให้แต้มต่อในส่วนของประเทศคู่แข่งจะลดลง ในเรื่องของนโยบายภาษีต่าง ๆ โดยศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศประเมินว่าผลกระทบจาก นโยบายทรัมป์ที่มีต่อประเทศไทยและผลดีที่ได้รับจะทำให้ไทยได้ประโยชน์จากการส่งออกไปสหรัฐฯ ที่ 2,582 ล้านบาท