น่าเวทนา! เต่ากลืนเหรียญจนสะสมเป็นก้อนเนื้อที่ท้อง จากความเชื่อโยนเหรียญลงบ่อ

น่าเวทนา! เต่า กลืนเหรียญลงท้องจนสะสมเป็นก้อนเนื้อขนาดใหญ่ สัตวแพทย์เตรียมผ่าตัดช่วยรักษา วอนอย่าโยนเหรียญลงในบ่อ

พลเรือตรี เอกราช พรหมลัมภัก ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ สั่งการให้ น.ท.ธนพล กล่อมนาค หัวหน้าศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ ช่วยเหลือเต่าตนุเพศเมีย อายุประมาณ 25 ปี ซึ่งพบก้อนเนื้อขนาดใหญ่บริเวณท้อง หลังมีชาวบ้านไปพบว่าถูกปล่อยทึ้งไว้ภายในบ่อเลี้ยง เขต ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา ก่อนส่งรักษายังโรงพยาบาลเต่าทะเล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อตรวจดูอาการและช่วยเหลือ

นาย กิริน สรพิพัฒน์เจริญ สัตวแพทยศาสตร์ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ กล่าวว่า เป็นเต่าตนุเพศเมียอายุเต็มวัยประมาณ 25 ปี อาการที่มาจากเริ่มแรกเราสังเกตุที่ท้องของเต่า โดยปกติท้องเต่าทะเลจะมีความเรียบ แต่เต่าตัวนี้เหมือนมีก้อนเนื้อ ออกมาช่วงบริเวณท้อง ตอนแรกสงสัยว่าเป็นก้อนเนื้อ ก้อนหนอง ก่อนจะมีการส่งเต่าไปตรวจอย่างละเอียดด้วย CT scan ยังคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์

โดยผลการตรวจพบเหรียญอัดเป็นก้อนขนาดใหญ่ ประมาณ 20x23x20 ซม. ซึ่งน่าจะเป็นเหรียญหลายขนาดรวมกัน ขณะนี้กำลังประชุมเตรียมตัววางแผนในการผ่าตัดเพื่อนำเหรียญออกมาจากท้อง ซึ่งต้องไปทำการผ่าตัดที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์ กทม. ทั้งนี้ ต้องรอประมาณ 2 สัปดาห์ถึงจะทำการผ่าตัดได้ สำหรับช่วงนี้จะทำการบำรุงร่างกายให้วิตามิน อาหารเสริม เพื่อให้ร่างกายพร้อมในการผ่าตัด

หึงโหด! สารวัตรเดือดยิงเมียดับพร้อมกิ๊ก กลางปั้มน้ำมันเมืองโคราช

หึงโหด! สารวัตรยิงเมียดับพร้อมกิ๊ก คาร้านกาแฟกลางปั้มน้ำมันเมืองโคราช เผย เคยห้ามไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกันหลายครั้งแล้ว แต่เมียไม่เลิก

เกิดเหตุยิงกันเสียชีวิตบริเวณร้านกาแฟภายในปั้มน้ำมัน ปตท.ดอนขวาง ตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิต 2 ศพ คือ นายพงษ์พัฒน์ อายุ 59 ปี อาชีพทนายความ และ นางจุฑาทิพย์ อายุ 45 ปี ข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา ส่วนมือปืนผู้ก่อเหตุเป็นชายได้หลบหนีไปหลังก่อเหตุ

ต่อมาตำรวจสามารถติดตามสกัดจับกุมคนร้ายไว้ได้ที่บริเวณทางข้ามรถไฟ ด้านหลังโรงแรมปัญจะดารา เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ขณะกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ทราบชื่อคือ พันตำรวจโท เอกพงษ์ อายุ 48 ปี สารวัตรฝ่ายอำนวยการ 2 ตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วยอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. โดยมีลูกกระสุนปืนคาแมกกาซีนเหลืออยู่อีก 1 นัด

จากการสอบสวนเบื้องต้นรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนพกสั้นยิง นายพงษ์พัฒน์ และ นางจุฑาทิพย์ ซึ่งเป็นภรรยาของพันตำรวจโทเอกพงษ์เอง สาเหตุเนื่องจากเรื่องชู้สาว โดยก่อนหน้านี้พันตำรวจโทเอกพงษ์เคยจับได้ว่าภรรยาของตัวเองแอบไปเป็นกิ๊กกับนายพงษ์พัฒน์ และเคยห้ามไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกันมาแล้วหลายครั้ง

จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุทราบว่านางจุฑาทิพย์ภรรยาได้แอบมาพบกับนายพงษ์พัฒน์ ตนจึงออกตามหา และพบว่าทั้งคู่แอบมาพบกันที่ร้านกาแฟที่เกิดเหตุ ซึ่งเมื่อตนไปพบจึงเดินเข้าไปใช้อาวุธปืนยิงนายพงษ์พัฒน์ก่อนเป็นคนแรก ก่อนที่จะหันไปยิงภรรยาของตนเองเป็นรายที่สอง จนเสียชีวิตทั้งคู่

กรมศุลฯ สั่งคดีนำเข้าเมล์ NGV ล็อตแรก หากผิดจริงต้องเสียค่าปรับ 4 เท่า

กรมศุลฯ สั่งคดีนำเข้าเมล์ NGV ล็อตแรก 1 คัน เตรียมส่งเรื่องส่งฟ้องศาลต่อ ชี้ หากศาลยืนยันความผิดบริษัทจะต้องเสียค่าปรับสูงสุด 4 เท่า 

นายชัย ยุทธคำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร แถลงข่าวความคืบหน้ากรณีการนำเข้ารถ NGV ของ บ.ซุปเปอร์ ซาร่า และการดำเนินงานของกรมศุลกากร ว่า ขณะนี้กรมศุลกากรได้ดำเนินการพิจารณาสั่งคดีสำหรับรถเมล์นำเข้า NGV ในล็อตแรกจำนวน 1 คัน กรณีสำแดงถิ่นกำเนิดเป็นเท็จ ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 99 และ 27 ของกฎหมายศุลกากร

โดยต้องรอท่าทีของทางบริษัทว่าจะเข้ามาไกล่เกลี่ยด้วยวิธีศุลกากรหรือไม่ ซึ่งหากไม่ไกล่เกลี่ย จะต้องส่งเรื่องไปยังศาลเพื่อพิจารณาตามกระบวนการต่อไป โดยหากศาลยืนยันความผิดตามที่กรมศุลกากรแจ้ง บริษัทจะต้องเสียค่าปรับสูงสุด 4 เท่าของมูลค่าสินค้า พร้อมยืนยันว่า กรมศุลกากรไทยมีอำนาจในการปฎิเสธหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า แบบดี (Form D) ได้ตามกฎขอตกลง Asean Trade In Goods Agreement

ซึ่งกรมศุลกากรไทย ได้ส่งเอกสารการปฏิเสธไปยังศุลกากรมาเลเซียแล้วตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2560 และยังไม่มีการตอบโต้แย้งกลับมา ส่วนกรณีที่มีการสอบถามถึงรถเมล์ NGV 99 คันที่ยังจอดอยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบังนั้น จะต้องต้องเสียค่าปรับตามกฎหมาย โดยยืนยันว่าการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเป็นไปด้วยความซื่อตรง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และหากต้องมีการถูกฟ้องร้องจากบริษัทเอกชนก็พร้อมที่จะพิสูจน์ด้วยหลักฐานและข้อกฎหมาย