คลิปสลด!! นาทีชัดๆ พระปลอมลอกคราบ ก่อนกลายเป็นคนธรรมดา

แชร์ว่อนเน็ตนาทีชายแต่งกายคล้ายพระดอดลอกคราบเป็นคนธรรมดาหลังเสร็จภารกิจบิณฑบาต

วันนี้ (22 ก.พ. 60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘กึง ปรีชา ประภาพรพิพัฒน์‘ ได้มีการเผยแพร่คลิปสุดสลดบีบหัวใจพุทธศาสนิกชน หลังปรากกภาพของพระปลอมรูปหนึ่ง ย่องเข้ามาในที่ลับตาคนก่อนจะกลายร่างเปลี่ยนชุดเป็นบุคคลธรรมดา

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพของชายแต่งกายเป็นพระเดินอยู่บนถนน จากนั้นได้อาศัยจังหวะปลอดคน เดินไปยังที่ลับตา ก่อนจะถอดจีวรและนำชุดสามัญชนที่พกไว้ในย่ามมาสวมใส่ และเดินออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากนี้ผู้โพสต์ยังได้เผยแพร่คลิปอาหารถุงที่คนนำมาใส่บาตรถูกทิ้งลงในถังขยะด้วย พร้อมระบุข้อความว่า

พระปลอม, ข่าวพระ

เลือกนาดีๆ ก่อนจะหว่าน
ช่วยๆกันเป็นหูเป็นตาไม่ไปสนับสนุนบำรุง เดียรถีย์-อลัชชี ทางออกของเรื่องนี้ผมขอนำเสนอว่าให้หยุดใส่ปัจจัย (ซองใส่เงิน) ใส่ในบาตร หากแก้ไขด้วยวิธีนี้น่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมได้ในไม่ช้า  

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยคนส่วนใหญ่โจมตีชายที่ปรากฏในภาพพร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบนำตัวชายคนดังกล่าวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันก็มีบางส่วนเรียกร้องให้ชาวพุทธผู้ใจบุญเลิกนำเงินใส่บาตรได้แล้ว และควรให้แต่ข้าวและอาหารเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสหากินด้วยวิธีนี้

DSI ลั่นดำเนินตามกฎหมายทันที หลังการเจรจาค้น ‘ธรรมกาย’ ไม่เป็นผล

DSI ลั่นดำเนินการตามกรอบกฎหมายทันที หลังสิ้นสุดการเจรจาเข้าตรวจค้น ‘วัดพระธรรมกาย’ ไม่เป็นผล

วันนี้ (22 ก.พ. 60) เวลา 14:00 น. พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ออกมาแถลงผลการเจรจาว่า ขณะนี้มีบรรดาศิษยานุศิษย์จำนวนมากในพื้นที่และยังไม่เข้าใจสถานการณ์ พร้อมยุยงปลุกปั่นให้เกิดความเข้าใจผิด แต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เชิญเเกนนำศิษยานุศิษย์มาพูดคุยทำความเข้าใจ และกลับไปพูดกับกลุ่มลูกศิษย์ที่เหลือ ซึ่งดูเหมือนจะราบลื่นแต่กลุ่มมวลชนกลับอ้างยังไม่เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐในการตรวจค้นพื้นที่ซ้ำ

ขณะที่ช่วงบ่ายการดำเนินการของทางวัดแยกส่วนการปฎิบัติ แต่ทางพระทัตตชีโว ซึ่งมีอำนาจในการตัดสินใจสูงสุดของวัดพระธรรมกาย ท่านกลับไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งดีเอสไอพร้อมชี้แจงทุกอย่างและขอเข้าพบกับท่าน แต่ตัว พระทัตตชีโว เองกลับปฎิเสธที่จะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่และหลังจากนี้จะเริ่มบังคับใช้กฎหมายทันที พร้อมยืนยันการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ตามประตูต่าง ๆ ไม่ใช่การบุกค้น เเต่เป็นการป้องกันพื้นที่เนื่องจากอาจมีบุคคลอื่นเข้ามาสร้างสถานการณ์

โดยการดำเนินการหลังจากนี้ จะดำเนินการตามกรอบของกฎหมายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน คู่ขนานไปกับการพูดคุย ซึ่งหากบุคคลใดต้องการที่จะออกจากพื้นที่ให้รีบประสานมาที่ประตู 7 ตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไป ซึ่งเจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกพาออกจากพื้นที่

อย่างไรก็ตาม รองอธิบดีดีเอสไอ จะนำผลการหารือในวันนี้ไปประชุม ที่ กองบังคับการตำรวจตะเวนชายแดนภาค 1 เพื่อหาแนวทางการปฏิบัติอีกครั้ง