ชาวพัทยาร้อง! ขุดถนนไม่เก็บงานร่วม 2 ปี เกิดอุบัติเหตุบ่อย

ชาวบ้านร้องขุดถนนวางท่อกลางเมืองพัทยาระยะทางร่วมครึ่ง กม. แต่ไม่เก็บงานนานร่วม 2 ปี จนฟุตปาธพัง ทำเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทั้งคนไทยและต่างชาติ วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งแก้ไข

เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากประชาชนละแวกถนนเฉลิมพระเกียรติ พัทยาสาม ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ว่า บริเวณริมถนนฝั่งซ้ายจากพัทยาเหนือเข้าพัทยากลาง มีการขุดวางท่อแต่ไม่เก็บงานให้เป็นที่เรียบร้อย สร้างภาพพจน์ที่ไม่ดีต่อระบบสาธารณูปโภคใจกลางเมืองท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก จึงเดินทางไปตรวจสอบ

พบว่าตั้งแต่แยกสนามไดร์ฟกอล์ฟพัทยากลาง ผ่านปากซอย 4/1 ถนนเฉลิมพระเกียรติ พัทยาสายสอง ไปจนถึงสี่แยกมุมอร่อย กินระยะทางร่วมครึ่งกิโลเมตร มีการขุดถนนวางท่อ จนทำให้ฟุตปาธทางเดินเท้าหลายจุดได้รับความเสีย ผู้ใช้ถนนต้องจอดรถกินพื้นผิวการจราจรลงไป ส่งผลให้การจราจรติดขัดในบางช่วง

ด้านนายอำนาจ เหลาสุวรรณ์ อายุ 45 ปี อาชีพขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง เล่าว่า หากินบริเวณดังกล่าวมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว และได้เห็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุบริเวณปากซอยมาแล้วหลายครั้ง เพราะเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวเข้าออกเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ การขุดวางท่อได้มีมาประมาณมานานประมาณปีกว่าร่วม 2 ปี แต่ไม่มีการเก็บงานให้เป็นที่เรียบร้อย เมื่อมีรถจักรยานยนต์ผ่านไปมาก็เกิดไถลจนล้มคว่ำได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดก็มีรถนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขับขี่มาก่อนเบรกแล้วสไลด์จนรถล้มเช่นกัน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบและแก้ไขให้ดีกว่านี้ เพราะเป็นอันตรายกับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

‘องอาจ’ ยันศิษย์ธรรมกายทุกคนรักสงบ ขอทุกฝ่ายร่วมหาทางออก

“องอาจ ธรรมนิทา” ขอทุกฝ่ายร่วมกันหาทางออกที่มีเหตุผล ยืนยันศิษยานุศิษย์ทุกคนรักสงบ ไม่ต้องการความรุนแรง

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา มีรายงานว่า นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่ามีความเห็นใจและเข้าใจต่อเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติการทุกๆคน ในช่วงของการปฏิบัติตามคำสั่งมาตรา 44 รวมทั้งขอบคุณทุกฝ่ายที่มีจุดยืนไม่ต้องการให้เกิดการปะทะกันที่อาจจะนำมาซึ่งความสูญเสีย ขณะเดียวกัน ตนขอยืนยันว่า คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทุกคน มีจิตใจที่รักสงบ ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในเขตศาสนสถาน

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของความเชื่อ ความศรัทธาของชาวพุทธ เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน ต้องใช้เหตุผลในการแก้ไขและทำความเข้าใจ จึงขอวิงวอนให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเห็นใจซึ่งกันและกัน ร่วมกันหาทางออกที่มีเหตุผล เพื่อให้สถานการณ์ต่างๆ คลี่คลาย

ที่มา… INN

ดีเอสไอขู่ออกหมายจับพระ 14 รูป วัดพระธรรมกาย

ดีเอสไอ เผย ยังไม่ได้รับประสานการเข้าพบจากพระ 14 รูป เตรียมดำเนินการขั้นต่อไป หากวันนี้ยังไม่มา – ยกเลิก ม.44 ต้องพิจารณาตามเหตุผล

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผย ว่า ดีเอสไอจะยังปฏิบัติการตรวจค้นจุดต้องสงสัยที่คาดว่าพระธัมมชโยได้หลบหนีไปอาศัยอยู่ ทั้งภายในวัดและนอกวัด โดยจะดำเนินการตรวจค้นจนกว่าจะสิ้นกระบวนการสงสัยในทุกจุด ซึ่งหากพระธัมมชโยยินยอมเข้ามอบตัวคนเดียวทุกอย่างก็จบ

ขณะที่ ความคืบหน้าในการออกหมายเรียกพระสงฆ์ทั้ง 14 รูปมาให้ปากคำ ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสาน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยังรออยู่ โดยในวันนี้หากยังไม่เดินทางมา จะพิจารณาดำเนินการขั้นต่อไปตามกฎหมายจนถึงขั้นออกหมายจับ ส่วนกรณีที่ทางสำนักพระพุทธศาสนาได้เข้าเจรจากับตัวแทนวัดพระธรรมกายเพื่อขอตรวจสอบใบสุทธิของพระภายในวัดว่าพระรูปใดไม่ใช่พระของวัดธรรมกาย เพื่อจะขอผลักดันออก แต่ทางวัดขอเวลาในการตัดสินใจว่าในวันนี้จะให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบหรือไม่ ขณะที่การประเมินตัวเลขมวลชนภายในวัดพระธรรมกาย ล่าสุดพบว่ามีจำนวน 6 พันคน ประกอบไปด้วยพระภิกษุและสามเณร 2 พันรูป และประชาชนอีก 4 พันคน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมายืนยันเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกรอบกฎหมายและยังใช้เจ้าหน้าที่หญิงในการปฏิบัติเพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกับมวลชน และให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความละมุนละม่อม งดใช้ความรุนแรง พร้อมยืนยันว่าในส่วนของประชาชนที่ต้องการเดินทางออกจากวัดเจ้าหน้าที่ไม่มีนโยบายเข้าจับกุมดำเนินคดี ตามกระแสข่าว แต่พร้อมอำนวยความสะดวก รวมถึงมีรถพยาบาลไว้คอยให้บริการ

ส่วนการยกเลิกคำสั่ง คสช.มาตรา 44 จะต้องดูตามเหตุผล ความจำเป็น และหลักการว่าเพียงพอที่จะต้องเสนอรัฐบาลเพื่อพิจารณายกเลิกหรือไม่ เนื่องจากการประกาศใช้มาตรา 44 เพื่อให้การดำเนินการในแต่ขั้นตอนเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด