ประกาศ! ใช้ ม.44 ปรับปรุงระบบแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ

ประกาศ! ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คําสั่ง ใช้ ม.44 ปรับปรุงระบบแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ หวังแก้ครหาซื้อขายตำแหน่ง

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ “คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2560 เรื่อง การปรับปรุงระบบการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ” โดยที่การบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายและต้นทางของกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องสำคัญ

โดยเฉพาะการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ หากมิได้ดำเนินการให้ถูกต้องเป็นธรรมแล้ว ย่อมกระทบต่อขวัญ กำลังใจ ความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ และประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน. โดย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ยกเลิกความในมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 44/2558 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ ลงวันที่ 4 ธันวาคม พุทธศักราช 2558 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน“มาตรา 54 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่มาตรา 44 (7) ลงมา ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้บัญชาการเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และขั้นตอน

ข้อ 2 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 44 (7) ถึง (10) ในวาระการแต่งตั้งประจำปี พ.ศ. 2559 ให้ดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 21/2559 เรื่อง การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 26 เมษายน พุทธศักราช 2559 จนกว่าจะแล้วเสร็จ โดยให้นำข้อ 1 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ข้อ 4 ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติศึกษาแนวทางการปฏิรูปตำรวจทั้งระบบ

โดยอย่างน้อย ให้ครอบคลุมถึงการปรับปรุงการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ โดยพิจารณาเปรียบเทียบผลดีผลเสียและความเป็นไปได้ของหลักประกันความเป็นธรรมในการแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ การมีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม การดำเนินการทางวินัย การจัดระเบียบเกี่ยวกับอำนาจ ในการสอบสวนคดีอาญา การควบคุมและถ่วงดุลการใช้ดุลยพินิจ การกระจายอำนาจ การนำวิทยาการตำรวจสมัยใหม่ เทคโนโลยี และการบริหารราชการแนวใหม่มาใช้ในกิจการตำรวจ

การปรับปรุงประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การให้บริการที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และการจัดระบบสวัสดิการของข้าราชการตำรวจโดยอยู่บนพื้นฐานของหลักนิติธรรม หลักธรรมาภิบาล สิทธิมนุษยชน การรักษาความมั่นคงแห่งชาติ การปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ แล้วรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ

เพื่อเสนอให้คณะกรรมการปฏิรูปกิจการตำรวจที่จะจัดตั้งขึ้นตามมาตรา 260 ของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รับไปพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจต่อไป ข้อ 5 ในกรณีเห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไข เปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้ ข้อ 6 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

‘ศรีวราห์’ เรียกประชุมเร่งรัดคดี ‘วัดพระธรรมกาย’ เผย คืบหน้าแล้ว 80 %

‘ศรีวราห์’ ประชุมเร่งรัดคดีที่เกี่ยวข้องกับ ‘วัดพระธรรมกาย’ คืบหน้าแล้ว 80 % ขณะที่ จนท.ดีเอสไอและตำรวจ เข้าแจ้งความแล้ว หลังเกิดเหตุชุลมุน

พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย พร้อมด้วย พันตำรวจเอกสุนทร โตรอด รองผู้บังคับการจังหวัดปทุมธานี เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวน เพื่อเร่งรัดสำนวนคดีตามคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยเปิดเผยก่อนการประชุมว่า เหตุชุลมุนเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (20 ก.พ.) มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและตำรวจเข้าแจ้งความในคดีถูกทำร้ายร่างกายรวม 2 คดี ซึ่งรับคดีไว้แล้ว

ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายกว่า 300 คดี มีความคืบหน้าไปมากกว่า 80% และยังพบการขุดบ่อบาดาลโดยไม่ได้รีบอนุญาตเพิ่มขึ้นอีก 1 คดี ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวมสำนวนไว้กับคดีวัดพระธรรมกายเรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่า ตำรวจจะดำเนินการตามกรอบของกฎหมายทุกประการ

จากนั้น พลตำรวจเอกศรีวราห์ ได้ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม โดยได้เชิญสื่อมวลชนออกจากห้องประชุมก่อนที่จะเริ่มการประชุมในเวลา 18.00 น. ส่วนการประชุมจะแล้วเสร็จเมื่อใดนั้น ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน

สั่ง ‘ทรูวิชั่นส์’ คืนเงินสมาชิกกรณียกเลิกช่อง HBO ภายใน 30 วัน

บอร์ด กสท. มีมติให้ ‘ทรูวิชั่นส์’ คืนเงินเยียวยาสมาชิกภายใน 30 วัน กรณีแจ้งยกเลิก HBO ทั้ง 6 ช่อง โดยไม่แจ้งล่วงหน้า

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ กสท. ว่า ที่ประชุมได้พิจารณากรณี ที่ บริษัท ทรูวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ขอยกเลิก HBO ทั้ง 6 ช่อง และ Cinemax ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เนื่องมาจากปัญหาข้อตกลงทางธุรกิจ แต่ไม่ได้มีการแจ้งยกเลิกตามกำหนดของ กสทช. ที่จะต้องแจ้งล่วงก่อนหน้า 30 วัน แต่ไม่ได้แจ้งให้สมาชิกรับทราบแต่อย่างใด

ดังนั้น การขอยกเลิกสัญญาดังกล่าว ที่ประชุมจึงได้พิจารณาแล้วว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎ กสท. จึงมีมติให้ทรูวิชั่นส์ หาแนวทางเยียวยาเพิ่มเติม และคืนเงินค่าบริการให้กับสมาชิกที่มีการยกเลิกในช่วงเวลา 1 – 25 มกราคม 2560 ตามสัดส่วนวันที่ได้ยกเลิกของรอบบิล

ทั้งนี้ ทรูวิชั่นส์ จะต้องแจ้งให้สมาชิกที่มีสิทธิ์ได้รับเงินคืนทราบภายใน 30 วัน ส่วนสมาชิกที่ได้มีการยกเลิก ในช่วงเวลา 26 ธันวาคม 2559 -25 มกราคม 2560 อยู่ที่ประมาณ 700 – 1,000 ราย อย่างไรก็ตาม กสท. ยืนยันว่า มติที่ออกมามีเหตุผลที่เหมาะสม ซึ่งเป็นการชดเชยให้ตามสัดส่วนที่สมาชิกไม่ได้รับรู้การแจ้งยกเลิกล่วงหน้า 30 วัน นอกจากนี้ กสทช. ได้ส่งหนังสือเตือนทางปกครอง บริษัท ทรูวิชั่นส์ เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นความผิดครั้งแรก จึงเป็นเพียงการส่งหนังสือเท่านั้น