ดับสยอง! หนุ่มสุดซวยทำปืนลั่นใส่อวัยวะเพศตัวเอง

หนุ่มเขียงใหม่สุดซวย! ทำปืนลั่นใส่อวัยวะเพศและหน้าท้องหลายจุด เป็นแผลฉกรรจ์ เสียชีวิตอย่างน่าสยดสยอง

วันนี้ (20 ก.พ. 60) พ.ต.อ.ปิยพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เข้าตรวจสอบศพ นายภานุ ถนอมศิลป์ ชาว อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ที่ รพ.แห่งหนึ่ง หลังถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาด ยิงเข้าที่บริเวณอวัยวะเพศและหน้าท้องหลายจุดจนเป็นแผลฉกรรจ์เหวอะหวะ เสียชีวิตอย่างน่าสยดสยอง ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน คาดว่าเป็นการเล่นปืนแล้วทำปืนลั่นใส่ตัวเอง ซึ่งความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ที่มา : http://www.chiangmainews.co.th/page/archives/570963

นายกฯ กำชับกรรมการบริหารแผ่นดิน จัดซื้อจัดจ้างต้องโปร่งใส

นายกฯ กำชับกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ให้กำหนดแนวทางบริหารการจัดซื้อจัดจ้าง ระหว่างรอพ.ร.บ.ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ เน้นโปร่งใส ภาครัฐได้ประโยชน์ ประชาชนมีส่วนร่วม

นายอำพน กิตติอำพน ผู้อำนวยการสำนักบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (พีเอ็มดียู) พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณและน.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ร่วมแถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ ครั้งที่ 2/2560ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานประชุม

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ข่าวนายกรัฐมนตรี, จัดซื้อจัดจ้าง

นายอำพน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางวางแนวทางการปฏิบัติเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างระหว่างที่รอพ.ร.บ.ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ โดยเน้นเรื่องการกำหนดข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง (ทีโออาร์) ให้มีความโปร่งใส ภาครัฐได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ รวมถึงกระบวนการการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องทำให้ได้ราคากลางที่ถูกต้อง แก้ปัญหาการสมยอมราคา การพิจารณาการจัดซื้อโดยตรงจากผู้ผลิตโดยไม่ผ่านคนกลาง

น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ต้องดูเรื่องของผู้ประกอบการที่จะเข้ามาแข่งขันในโครงการของภาครัฐ ซึ่งจะให้บริษัทต่างชาติสามารถเข้ามาดำเนินการได้ แต่ต้องกลั่นกรองกติกาต่าง ๆ อย่างรอบคอบและเหมาะสม การเพิ่มจำนวนโครงการที่ดำเนินการภายใต้ข้อตกลงคุณธรรม ที่ปัจจุบันดำเนินงานใน 35 โครงการแล้ว เพื่อให้เปิดเผยข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการ รลดการใช้งบประมาณของภาครัฐ และต้องเพิ่มกระบวนการการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชน

“หากพ.ร.บ.ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐมีผลบังคับใช้ แต่กฎหมายลูกยังไม่แล้วเสร็จ อาจพิจารณาใช้อำนาจตามมาตรา 44 บังคับใช้ไปก่อน ซึ่งแนวทางทั้งหมดจะมีการศึกษาและนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์

ทั้งนี้ จากที่รัฐบาลดำเนินมาตรการเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ปี 2558 ทั้งในส่วนของ e-bidding หรือวิธีประกวดราคาอิเล็คทรอนิกส์ การดำเนินข้อตกลงคุณธรรมและการเปิดเผยข้อมูลโครงการก่อสร้าง สามารถแก้ปัญหาเรื่องการสมยอมราคาและการล็อคสเปค โดย สามารถประหยัดงบประมาณได้กว่า 69,670 ล้านบาท” อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าว.

ข้อมูลข่าวจากสำนักข่าวไทย