ศาลไม่ให้ประกันตัว “อดีตผู้ว่าฯ ททท.-ลูกสาว” คดีรับสินบน หวั่นหลบหนี

ศาลไม่ให้ประกันตัว ‘จุฑามาศ’ อดีตผู้ว่าฯ ททท. และลูกสาว หลังถูกตัดสินจำคุกในคดีรับสินบนงานเทศกาลภาพยนตร์ ชี้  เป็นความผิดร้ายแรงหวั่นหลบหนี 

วันที่ 31 มีนาคม 2560 เวลา 9.30 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังผลคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวของ นางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ บุตรสาว ในคดีทุจริตติดสินบนจัดงานประกวดภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ โดย ศาลมีคำพิพากษายกคำร้อง ระบุว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง และเป็นความผิดร้ายแรง หากให้ประกันตัวเกรงจะหลบหนี

ทั้งนี้ ทั้งคู่ตกเป็นจำเลยในฐานความผิด 3 ข้อหา คือ เป็นพนักงานเรียกรับ หรือรับทรัพย์สิน ประโยชน์ใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบฯ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และกระทำการไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เอื้อให้ผู้เข้าทำการเสนอราคานั้นเป็นผู้มีสิทธิตามสัญญาแก่หน่วยของรัฐ

และศาลอาญาคดีทุจริตและพฤติมิชอบกลาง พิพากษาจำคุกนางจุฑามาศ 66 ปี แต่ศาลให้จำคุกตามโทษสูงสุด 50 ปี และ น.ส.จิตติโสภา จำคุก 44 ปี ในฐานะผู้สนับสนุนให้กระทำความผิด จากกรณีเรียกรับเงินจากนายเจอรัลด์ และนางแพทริเซีย กรีน นักธุรกิจภาพยนตร์สัญชาติอเมริกัน เพื่อให้ได้สิทธิจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ หรือบางกอกฟิล์มเฟสติวัล ระหว่างปี 2546-2550 รวมเป็นเงิน 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 65 ล้านบาท

ด้าน นายธนกร แหวกวารี ทนายความ ของ นางจุฑามาศ และบุตรสาว เปิดเผยว่า หลังจากที่ศาลไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว จำเลยมีความเครียดเล็กน้อย และยังยืนยันจะขอสู้คดีต่อ จากนี้จะกลับไปหารือกัน เนื่องจากคดีนี้ยังสามารถยื่นขออุทธรณ์ปล่อยตัวชั่วคราวได้อีก แต่ต้องหาเหตุผลและหลักฐานใหม่มาให้ศาลพิจารณา

ซึ่งหลังจากนี้จะนำเหตุผลของศาลทั้ง 3 ข้อ ประกอบด้วย ข้อหาร้ายแรง ถูกจำคุกในอัตราโทษสูง และเกรงว่าจะหลบหนี นำกลับไปพิจารณาเพื่อหาเหตุผลและหลักฐานใหม่มาหักล้าง ก่อนยื่นขอให้ศาลพิจารณาใหม่อีกครั้ง ซึ่งยังระบุไม่ได้ว่าจะเป็นเมื่อใด

‘พล.อ.ประวิตร’ ห้ามจัดรำลึกเหตุการณ์ชุมนุมการเมือง 10 เม.ย. ชี้ ไม่เหมาะสม

‘พล.อ.ประวิตร’ ห้ามจัดงานรำลึกเหตุการณ์ความสูญเสียจาการชุมนุมทางการเมือง 10 เม.ย. ชี้ ไม่เหมาะสม เป็นการสร้างความขัดแย้ง

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุไม่เห็นด้วยกับกลุ่มผู้สูญเสีย ที่จะมีการจัดงานรำลึกเหตุการณ์ความสูญเสียจาการชุมนุมทางการเมือง เมื่อเดือนเมษายน 2553 เนื่องจากขณะนี้ อยู่ในช่วงที่ไม่สามารถดำเนินการในเรื่องของการเมืองได้ และยังอยู่ในช่วงการถวายอาลัย ต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เป็นการสร้างความขัดแย้ง แม้แต่เทศกาลสงกรานต์ รัฐบาลยังจัดงานให้ได้พอสมควรเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม พลเอก ประวิตร ได้ปฏิเสธว่า ยังไม่ได้รับตำแหน่งประธานโอลิมปิกสากล แต่เชื่อว่า การกีฬาทุกอย่างในทุกสมาคมนั้น มีการพัฒนาอยู่แล้ว ทั้งนี้ ระบุว่า ส่วนตนเองมีความเหมาะสมที่จะเป็นประธานโอลิมปิกสากลหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ ที่เป็นผู้พิจารณาเรื่องดังกล่าว

นกแอร์ แจงปม ไล่ผู้โดยสารลงจากเครื่อง เหตุน้ำในหูไม่เท่ากัน

นกแอร์ แจงปม ถูกโวยไล่ผู้โดยสารลงจากเครื่อง เหตุน้ำในหูไม่เท่ากัน ชี้ ทำตามมาตรฐานความปลอดภัย

จากกรณีที่ พล.ต.ต. ชูรัตน์ ปานเหง้า รอง ผบช.ภ.5 ได้แถลงข่าวประณามสายการบินนกแอร์ เหตุไล่ นางยศวดี ปานเหง้า อายุ 54 ปี ภรรยาของตนเอง ลงจากเครื่องบินเนื่องจากมีอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน และไม่มีการคืนเงินชดเชยแต่อย่างใด ทั้งนี้ นางยศวดีได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ที่กรุงเทพ เนื่องจากน้ำในหูไม่เท่ากัน จึงทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาล 2 วันจนหายดีแพทย์ก็ให้ยากลับมาทานที่บ้าน จึงได้ทำการซื้อตั๋วสายการบินดอนเมือง-อุดรธานีของสายการบินดังกล่าว เที่ยวบินที่ DD 9202 ออกเดินทาง 10.00 น. เลขที่นั่ง 41 C ในราคา 1,450 บาท

ล่าสุด ฝ่ายสื่อสารองค์กรสายการบินนกแอร์ ชี้แจงถึงกรณีที่มีผู้โดยสารรายหนึ่งออกมาระบุว่าถูกไล่ลงจากเที่ยวบิน DD9202 เส้นทางบินดอนเมือง-อุดรธานี ซึ่งมีกำหนดออกเดินทางจากดอนเมืองเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มี.ค. ว่า ก่อนเที่ยวบินดังกล่าวจะขึ้นบินจากสนามบินดอนเมือง มีผู้โดยสารหญิงรายหนึ่งซึ่งเดินทางมาคนเดียว เดินทางขึ้นมานั่งบริเวณที่นั่งผู้โดยสาร และแจ้งกับลูกเรือว่าจะขอใช้บริการวีลแชร์เมื่อเดินทางไปถึงยังปลายทางคือสนามบินอุดรธานี โดยให้เหตุผลว่าไม่ค่อยสบาย เนื่องจากเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

ลูกเรือได้ปฏิบัติตามหลักมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน ด้วยการขอดูใบรับรองแพทย์ที่เซ็นอนุญาตให้เดินทางบนเครื่องบิน เนื่องจากโรคดังกล่าวเป็นโรคที่อันตรายต่อการโดยสารเครื่องบิน เนื่องจากภายในห้องโดยสารจะมีการปรับเปลี่ยนความดันเมื่อทำการบินในระยะที่สูงขึ้น ซึ่งอาจจะกระทบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารเอง ซึ่งผู้โดยสารแจ้งกับลูกเรือว่าไม่มีใบรับรองแพทย์

จากนั้นลูกเรือได้ขอให้ผู้โดยสารทำการลงชื่อในเอกสารรับรองความปลอดภัยของตนเองตามแบบฟอร์มของสายการบิน กรณีที่ผู้โดยสารประสงค์จะเดินทางแต่ไม่มีใบยินยอมการเดินทางจากแพทย์ แต่ผู้โดยสารคนดังล่าวไม่ยอมลงชื่อ โดยไม่ได้บอกเหตุผลของการไม่ยอมลงชื่อ ทำให้นักบินตัดสินใจขอให้ผู้โดยสารคนดังกล่าวงดการเดินทางกลับเที่ยวบินดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยกับผู้โดยสาร