เนติวิทย์ ยันไม่ขอเกณฑ์ทหาร เหตุระแวงถูกทำร้าย ด้าน ผบ.นรด. การันตีไม่มีแกล้ง

ผบ.นรด. การันตี ทหารไม่กลั่นแกล้ง เนติวิทย์ หลังเจ้าเปิดปากไม่ขอเข้ารับการเกณฑ์ทหาร เหตุหวั่นในความไม่ปลอดภัย  ยันทำเรื่องขอผ่อนผันแล้วไม่ได้ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย 

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (21 มี.ค. 60) พล.ท.วีรชัย อินทุโสภณ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงกรณีที่นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ผู้ไม่เห็นด้วยกัยการเกณฑ์ทหารของกองทัพไทย ออกมายืนยันผ่านสำนักข่าวคมชัดลึกว่าจะไม่ขอเกณฑ์ทหารตามหมาย หลังจากมีชื่อต้องเข้ารับตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2560 เนื่องจากหวั่นเกรงในความไม่ปลอดภัยนั้น ว่า

เนติวิทย์, เกณฑ์ทหาร, กองทัพบก

เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดกฎหมาย นายเนิตวิทย์ควรจะเข้ารับการตรวจเลือกเกณฑ์ทหารตามวันเวลาที่กำหนด  หรือถ้าไม่สะดวกก็ควรทำตามกฎการเกณฑ์ทหาร โดยมีสิทธิ์ผ่อนผันได้จนจบการศึกษา อย่าหนี หรือไม่มาเกณฑ์ทหาร เพราะจะทำอย่างไรก็หนีไม่พ้น การตรวจเลือกทหารนั้น เป็นหน้าที่ที่ชายไทยทุกคนจะต้องปฏิบัติเท่าเทียมกันหมด และหากเรื่องถึงศาลก็จะถูกตัดสินมีความผิดและในปีต่อไปก็จะต้องเข้ามาเป็นทหารทันทีโดยไม่ต้องผ่านการตรวจเลือก

ส่วนเรื่องที่นายเนติวิทย์ กังวลว่าจะถูกกลั่นแกล้งนั้น พล.ท.วีรชัยกล่าวว่า ยืนยันทหารไม่เคยคิดที่จะไปกลั่นแกล้งใคร การเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข้อบังคับและกฎหมาย ซึ่งไม่มีใครสามารถอยู่เหนือกฎหมายได้ หากเจ้าหน้าที่ไปกลั่นแกล้งใครก็จะมีความผิดทันที

อย่างไรก็ดีหลังกระแสข่าวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป นายเนติวิทย์ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวของ voicetv ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ได้หนังสือรับรองจากรองอธิการบดีเพื่อผ่อนผันการเกณฑ์ทหารแล้ว โดยจะไปยื่นผ่อนผันวันที่ 4 เม.ย.นี้  ทั้งนี้เขาเห็นว่าการรักชาติไม่ได้มีรูปแบบเดียว ส่วนความคิดที่ว่าต้องรับใช้ชาติโดยการเป็นทหารนั้น เป็นความคิดที่ล้าหลังหมดสมัย

ความคิดแบบนี้เป็นการยกย่องทหารว่าทหารเป็นคนรักชาติอยู่กลุ่มเดียว แล้วกลุ่มอื่นๆ ไม่สำคัญหรืออย่างไร เช่น คนกวาดพื้น พ่อบ้านแม่บ้าน พ่อค้า แม่ค้า ครู ฯลฯ ทุกคนไม่มีความสำคัญเลยใช่ไหมนอกจากทหาร แล้วทหารอ้างแบบนี้ใช่ไหมถึงปกครองบ้านเมืองแบบนี้ ด้วยการอ้างว่ารักชาติ ควรยกเลิกได้แล้ว การอ้างว่าทหารกลุ่มเดียวที่รักชาติ ซึ่งเขายืนยันว่าไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย และได้ปฏิบัติตามกฎหมายโดยใช้วิธีการผ่อนผันแทน

ข้อมูลบางส่วนจาก Voice TV 

สุดมึน! ตำรวจน้ำทำร้าย-ด่าทอพระ เหตุไม่รับบิณฑบาตเงิน

สุดมึน! ตำรวจน้ำทำร้ายร่างกาย – ด่าทอพระ เหตุไม่รับบิณฑบาตเงิน 500 บาท ที่ จ.ตรัง

วันนี้(22 มี.ค.) เกิดเหตุขณะที่พระชั้นผู้ใหญ่รูปหนึ่ง จากวัดใน ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง กำลังเดินบิณฑบาต ในเขตเทศบาลนครตรัง ได้มีชายแต่งชุดสีดำ เข้ามาทำร้าย ด่าทอพร้อมตบศีรษะ และถลกจีวร อีกทั้งยังทำร้ายพระอีกรูปที่เดินตามหลังมา สาเหตุจากพระรูปดังกล่าวปฏิเสธที่จะรับเงินทำบุญจำนวน 500 บาท

เนื่องจากให้เหตุผลว่า เป็นจำนวนเงินที่มากเกินไป พร้อมขอให้ชายชุดดำทำบุญเพียง 20 บาทเท่านั้น สร้างความไม่พอใจแก่ชายชุดดำ จึงได้บันดาลโทสะ ตะโกนด่าว่าพระ ว่า เป็นพระปลอมและจะจับสึก ก่อนจู่โจมทำร้ายร่างกาย จนชาวบ้านที่รอบิณฑบาต ต่างตกใจพร้อมวิ่งเข้าไปช่วยพระ และโทรศัพท์แจ้งตำรวจ สายตรวจสภ.เมืองตรัง ให้มาตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

ด้าน พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รองผกก.สอบสวน สภ.เมืองตรัง ได้ลงมาสอบสวนพระที่ถูกทำร้ายร่างกาย และชายคนดังกล่าวที่ทำร้ายร่างกายพระ พบว่าชายก่อเหตุเป็นตำรวจสังกัดกองบัญชาการสอบสวนกลาง ตำรวจน้ำ กก 9 กันตัง ทั้งนี้ทางพระซึ่งถูกทำร้ายได้ร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินคดี โดยมีญาติโยมที่รอตักบาตรในช่วงเช้าขึ้นมาเป็นพยานจำนวนมาก แต่ก็มีญาติของตำรวจคนดังกล่าวเดินทางมายัง สภ.เมืองตรัง เพื่อขอให้ยุติคดี

2 นักโทษเขียน จม. สารภาพผิด หวังช่วยแพะถูกจับในคดีที่ไม่ได้ก่อ

กระทรวงยุติธรรม ลุยช่วยเต็มที่ แพะถูกจับในคดีปล้นรถกระบะป้ายแดงเมื่อปี 49 หลังผู้ต้องหาตัวจริงโผล่เขียนจดหมายสารภาพผิดเป็นผู้ก่อเหตุ ร้องให้รื้อคดีขึ้นใหม่   

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา รายการข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ทางช่อง 3 ได้มีการนำเสนอข่าวสุดแปลกว่า นักโทษในเรือนจำเขาบิน จ.ราชบุรี จำนวน 2 ราย ได้มีการเขียยนจดหมายถึงกระทรวงยุติธรรม เพื่อเรียกร้องให้มีการรื้อนำคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ หลังจากที่นักโทษทั้ง 2 คน รับสารภาพว่าตัวเองเป็นคนทำผิด ในคดีปล้นบ้านชาวต่างชาติที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เมื่อปี 2549

นักโทษ, เรือนจำเขาบิน, คดีปล้นรถ,

โดยสาเหตุที่นักโทษทั้ง 2 รายสำนึกผิดนั้นเป็นเพราะพวกเขาได้พบและพูดคุยกับผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ จากนั้นพวกเขารู้สึกสงสารผู้ต้องขังรายดังกล่าวว่าต้องมารับกรรมทั้งๆ ที่ไม่ได้ก่อขึ้น จึงได้เขียนจดหมายสารภาพผิด และเรียกร้องให้มีการรื้อคดีขึ้นมาใหม่ เพื่อหวังจะช่วยให้ผู้ต้องขังคนดังกล่าวพ้นจากความผิด หลังจากเขาถูกจำคุกทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำผิด จำนวน 21 ปี และขณะนี้ถูกจำคุกมานาน 4 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2557 หลังมีพยานในบ้านเป็นเด็กอายุ 7 ขวบ และ 11 ขวบ เป็นคนชี้ตัวว่าเขาเป็นผู้ทำผิด

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทางเจ้าหน้าที่ DSI กระทรวงยุติธรรม ก็เดินหน้ารื้อคดีทันที โดย พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เผยว่า หลังจากได้รับหนังสือ กระทรวงยุติธรรม ก็ได้ส่งนายชาติชาย โทสินธิติ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เดินทางไปที่เรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี ไปพูดคุยกับกลุ่มนักโทษชายที่อ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุทันที

ซึ่งจากการสอบสวนทั้งหมดสามารถวาดแผนขณะก่อเหตุได้ตรงกับคดี จึงทำให้เชื่อได้ว่ากลุ่มนักโทษชายดังกล่าวเป็นคนร้ายตัวจริง ไม่ใช่ผู้ต้องหาชายที่ถูกคุมขังไปก่อนหน้านี้  โดยหลังจากนี้ได้ร่วมกับ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่นผบช.ภ.7 เร่งสรุปสำนวนส่งศาล นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไปโดยรอให้ศาลตัดสินอีกครั้งว่าผู้ต้องหาในคดีที่ถูกคุมขังไม่ใช่คนผิด ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการเยียวยาตามกระบวนการยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีนี้

นักโทษ, เรือนจำเขาบิน, คดีปล้นรถ,

ข้อมูลข่าว/ภาพ จาก เรื่องเล่าเช้านี้