ตำรวจยัน! ยิงเยาวชนลาหู่ ปฏิบัติตามยุทธวิธี ชี้ผู้ต้องหาพยายามหนี-ขว้างระเบิด

รองโฆษก ตร. ยันยิง “ลาหู่” ปฏิบัติตามยุทธวิธี ชี้ ผู้ต้องหาพยายามหนีและขว้างระเบิดใส่ จนท.ขอสังคมให้ความเป็นธรรม

วานนี้ (21 มี.ค.60) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึง กรณีการสังหาร นายชัยภูมิ ป่าแส อายุ 17 ปี นักกิจกรรมเยาวชนกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เมื่อวันที่ 17 มี.ค. บริเวณด่านตรวจที่ จ.เชียงใหม่

โดยยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตามยุทธวิธีและป้องกันปราบอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้น โดยทราบว่าสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ต้องยิง นายชัยภูมิ นั้น เนื่องจากขณะที่เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจสกัดพบรถของ นายชัยภูมิ จากนั้นได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นพบยาบ้า จำนวนกว่า 2 พันเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในฝากระโปรงรถ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่ผู้ตายซึ่งนั่งมากับคนขับได้วิ่งหลบหนีลงจากรถ

เมื่อเจ้าหน้าที่พยายามวิ่งตามไปเพื่อขอจับกุมตัวได้หันมาพยายามขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงยิงเข้าไป 1 นัด เป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว จึงเห็นว่าเรื่องนี้ควรให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานไปตามอำนาจหน้าที่ อีกทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเวลากลางวัน เจ้าหน้าที่แสดงตัวให้ตรวจค้นและจับกุมตามขั้นตอนแล้ว ถ้าคนไม่มีความผิดก็ไม่มีความจำเป็นต้องหลบหนีอยู่แล้ว ซึ่งตนมองว่าการที่เจ้าหน้าที่ไม่ทำการตรวจค้นและปล่อยให้มีการลักลอบนำยาเสพติดเข้าไปในพื้นที่นั้น จะยิ่งทำให้ประเทศชาติเสียหายยิ่งกว่า

นาทีชีวิต! ชายเปรูรอดตายหวุดหวิด หลังขับรถฝ่ากระแสน้ำท่วม

ชายเปรูรอดตายแบบหวุดหวิด หลังพยายามขับรถยนต์ฝ่ากระแสน้ำที่ไหลบ่าเข้าท่วมถนน จนทำให้รถถูกน้ำพัดกระแทกกับหิน 

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นที่เมืองคาเนเต้ทางตอนใต้ของกรุงลิม่า ประเทศเปรู โดยชายคนในภาพพยายามจะขับรถฝ่าไปบนถนนที่ถูกน้ำไหลบ่าเข้าท่วม ส่งผลให้รถถูกกระแสน้ำพัดจนพลิกคว่ำไปชนกับหินด้านข้าง เคราะห์ดีที่กระจกหน้ารถแตก ทำให้เขาสามารถออกมาจากรถได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

สำหรับความคืบหน้าเหตุการณ์น้ำท่วมและดินถล่มในเปรู ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตพิ่มขึ้นเป็น 75 คนแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก เนื่องจากปรากฎการณ์เอลนีโญ่ตั้งแต่ต้นปี  และยังไม่มีแนวโน้มว่าพายุจะคลี่คลายลง

ขณะที่สิ่งของบรรเทาทุกข์ปริมาณราว 30 ตัน จากโคลอมเบีย ก็ถูกส่งมาถึงกรุงลิม่าแล้วเมื่อวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น โดยนายคาลอส อีวาน มาร์เกซ ผู้อำนวยการศูนย์จัดการภัยพิบัติแห่งชาติโคลอมเบีย ระบุว่า สิ่งของบรรเทาทุกข์ถูกส่งไปช่วยเหลือในนามของประธานาธิบดีฮวน มานูเอล ซานโตส ของโคลอมเบียและชาวโคลอมเบียทั้งประเทศ

เชียงใหม่ส่ง ฮ.หาจุดไฟป่ากดดันชาวบ้านลอบเผา หลังค่าหมอกควันพุ่ง

เจ้าหน้าที่ จ.เชียงใหม่ นำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินตรวจการณ์ทางอากาศเหนือเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เพื่อตรวจสอบจุดการเกิดไฟไหม้ป่าเพื่อประสานภาคพื้นดินเดินเท้าเข้าไปดับไฟ

วันนี้ 22 มี.ค. 60 ผู้สื่อข่าว จ.เชียงใหม่ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับทหารกองทัพภาคที่ 3 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ปรับแผนเชิงรุกในการลดไฟป่าและหมอกควัน หลังมีชาวบ้านลักลอบเผาป่ากระจายหลายอำเภอจนหมอกควันปกคลุม ค่ามลพิษเกินจุดวิกฤต

โดยนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินตรวจการณ์ทางอากาศเหนือเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และอำเภอ ทั้ง อ.หางดง อ.แม่ริม อ.สันป่าตอง และ อ.สะเมิง เพื่อตรวจสอบจุดการเกิดไฟไหม้ป่าเพื่อประสานภาคพื้นดินเดินเท้าเข้าไปดับไฟ รวมทั้งเพื่อเป็นการป้องปรามชาวบ้านที่ลักลอบเข้าไปจุดไฟในป่า

ทางด้านนายชานนท์ คำทอง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า จากการตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมพบกลุ่มควันรอบพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นจำนวนมาก ขณะที่กระแสลมได้พัดพาเอาหมอกควันมาอยู่ในพื้นที่เมืองเชียงใหม่ที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ทำให้ใช้เวลานานในการไหลระบายกลุ่มควันออกจากพื้นที่ ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ ก็ยังพบไฟป่าหลายจุดด้วยเช่นกัน ทำให้ต้องควบคุมพื้นที่การเผาให้ได้ ทั้งจัดชุดเดินลาดตระเวนเพื่อไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปพื้นที่ป่า