เตรียมพร้อมรับมือ ‘ฤดูร้อน’ ประเทศไทย ปี 2560 กับ ‘ภัยแล้ง’ ที่หนีไม่พ้น

จากสภาพอากาศของประเทศไทยในขณะนี้ ซึ่งเข้าสู่ช่วง ‘ฤดูร้อน‘ ส่งผลกระทบไปทั่วภูมิภาคของประเทศ โดยสภาพอากาศร้อนนั้นได้มีการส่งสัญญาณเตือนมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 60 หลังบางพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ส่งผลกระทบไปยังการทำเกษตร ซึ่งบางพื้นที่ได้มีแผนการเตรียมรับมือไว้แล้ว

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศแจ้ง เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 60 ที่ผ่านมา โดยประกาศแจ้งเกี่ยวกับเรื่อง “การเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย ปี 2560″ พร้อมระบุว่า ประเทศไทยได้เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว ซึ่งอุณหภูมิสูงขึ้นและมีอากาศร้อนอย่างต่อเนื่องในตอนกลางวัน เป็นสัญญาณของการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย โดยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะยังมีอากาศเย็นในตอนเช้าต่อไปอีกระยะหนึ่ง และจะสิ้นสุดฤดูร้อนประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2560

สำหรับฤดูร้อนในปีนี้ อุณหภูมิจะค่อนข้างสูงพอสมควรราวๆ 42-43 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายน ภาคเหนือจะมีอากาศร้อนสุด รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ตามลำดับ 

หากยังจำกันได้เมื่อช่วงกลางปี 59 ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศได้รายงานว่า ประเทศไทย มีอากาศร้อนสูงสุดติดอันดับ Top 10 ของโลก อยู่ที่ .สุโขทัย อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 44 องศาเซลเซียส รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ในประเทศไทยที่ติดอันดับด้วย อาทิ .เถิน .ลำปาง 43.8 องศาเซลเซียส และ .กาญจนบุรี 43.5 องศาเซลเซียส สำหรับสภาพอากาศตามที่กรมอุตุฯ รายงานว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในบางวันจะสูงถึง 40 องศาเซลเซียส 

นอกจากนี้ สิ่งที่ประเทศไทยเจอทุกปีใน ฤดูร้อน คือ ภัยแล้ง ที่เปรียบเสมือนของคู่กัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำการเกษตรเป็นอย่างมาก แต่ในบางพื้นที่ก็ได้มีแผนการเตรียมรับมือไว้แล้ว โดยเฉพาะการประปา

อย่างไรก็ตามด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวในช่วงนี้ต้องระวังปัญหาด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด โดยโรคที่พบบ่อยในช่วงหน้าร้อนได้แก่ โรคอาหารเป็นพิษ โรคอุจจาระร่วง โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก และโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นโรคที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตในช่วงหน้าร้อน จึงขอให้ประชาชนระวังสุขภาพด้วย โดยเฉพาะในระยะนี้ สภาพอากาศจะแปรปรวน เนื่องจากอยู่ในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล อาจจะมีพายุลมแรงเกิดขึ้นด้วย

ชาวสุรินทร์ เลียนเสียงฝนตกสร้างบรรยากาศ หลอกให้กบผสมพันธุ์ สร้างรายได้

สุรินทร์ เลียนแบบเสียงฝนตก สร้างบรรยากาศ หลอกให้กบผสมพันธุ์ ขายลูกอ๊อดกบ และขายกบโต มีรายได้มากกว่าอาชีพทำนา

ที่ บ้านตราด ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวได้พบกับ นายสมบูรณ์ หมายประโคน และ นางสาว วรรณา ศรีทองสุข ชาวบ้านซึ่งยึดอาชีพในการเลี้ยงกบ เพาะพันธุ์ลูกกบ หรือลูกอ๊อด ขายพันธุ์กบ เรียกว่า พันธุ์จาม ลักษณะตัวกบคล้ายกับกบนา

ในช่วงนี้เป็นช่วงหน้าแล้ง และมีพายุฤดูร้อน มีฝนตกฟ้าคะนอง ทั้งในช่วงกลางวัน และกลางคืน นายสมบูรณ์  จะอาศัยช่วงนี้ ในการสร้างบรรยากาศ ให้กบผสมพันธุ์แบบง่ายๆ โดยจะเริ่มให้กบผสมพันธุ์ในช่วงเวลา 2 ทุ่ม ไปจนถึง 4 ทุ่ม โดยจะนำเอา พ่อพันธุ์แม่พันธุ์กบ ออกจากบ่อเลี้ยง แล้วมาขังในบ่อผสมพันธุ์ ที่ทำขึ้นเป็นการเฉพาะ ด้วยใช้ตาข่ายสีเขียว ทำเป็นกระชัง และรองด้วยพลาสติก เพื่อให้น้ำขัง และหาใบหญ้าที่มีขนมาโรยไว้ตามกระชัง

จากนั้นก็ใส่น้ำลงในกระชัง และนำพ่อพันธุ์กบ แม่พันธุ์กบ ลงในกระชัง 20-30 คู่ จากนั้นก็เปิดวาวล์น้ำ ให้น้ำไหลผ่านสายยาง แบบไหลรินลงกระชัง เสียงดัง คล้ายๆ กับมีฝนตก โดยบรรยากาศ ต้องมืดสนิทและเงียบ เสียงน้ำไหลริน สร้างบรรยากาศให้กบจับคู่ผสมพันธุ์กัน

กบตัวผู้จะตัวเล็กกว่ากบตัวเมีย จะลอยเข้าหากบตัวเมีย กระโดดเกาะเอวกบตัวเมีย เมื่อผสมพันธุ์กันแล้ว กบตัวผู้ก็จะถีบตัวออกไปจากกบตัวเมีย และวางไข่ทันทีและไข่กบก็จะไปเกาะตามต้นหญ้าใบมีลักษณะเป็นขน จากนั้นในช่วงเช้า ก็จะแยกเอาตัวพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ออก ไป คงเหลือแต่ไข่กบ และออกเป็นลูกอ๊อด หรือลูกกบอ่อน และในเวลา 1 เดือน ลูกอ๊อด จะสามารถจำหน่ายได้ ราคาตัวละ 1 บาท 50 สตางค์ ขายดีมาก จนผลิตไม่พอจะขาย คนที่ชื้อไปก็นำไปเลี้ยง อีก 3 เดือน ก็ขายเป็นกบรุ่นได้  ในราคา 70-80 บาท

เปิดคลิปวินาที ลูก ‘โหน่ง ชะชะช่า’ ขับ BMW ชนเก๋งคู่กรณีเสียชีวิต

เปิดคลิปวินาที ‘เดียร์’ ลูก ‘โหน่ง ชะชะช่า’ ขับรถหรู BMW ป้ายแดง ชนเก๋งมิตซูบิชิ คู่กรณีเสียชีวิตคาที่ บริเวณจุดกลับรถคลองเก้า ถนนรังสิต-นครนายก

จากกรณีที่ นายกิตติภูมิ เอี่ยมสุข หรือ เดียร์ อายุ 28 ปี บุตรชายคนโตของโหน่ง ชะชะช่า ขับรถ BMW ป้ายแดง ชนรถมิตซูบิชิ เป็นเหตุให้ นายพรพิชิต นฤนาทมนตรี อายุ 47 ปี คู่กรณีเสียชีวิตคาที่ บริเวณจุดกลับรถปั๊มบางจากคลองเก้า ถนนรังสิต-นครนายก ขาเข้า ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

ล่าสุด (20 มี.ค. 60) จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของเทศบาลเมืองธัญบุรี ที่ติดตั้งไว้พบว่า สามารถบันทึกภาพนาทีเกิดเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเวลา 00.51 น. ของวันที่ 20 มีนาคม 2560  ภาพในเหตุการณ์พบว่า ขณะเกิดเหตุรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว หมายเลขทะเบียน กจ-5946 ปทุมธานี ของผู้ตายอยู่ระหว่างกลับรถ

โดยที่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลบีเอ็มดับเบิลยู รุ่น 218สีขาวหมายเลขทะเบียนป้ายแดง ศ-8859 กทม. วิ่งมาทางตรงจาก จ.นครนายก มุ่งหน้าเข้ากทม.โดยใช้ช่องทางเลนกลางจาก เลน โดยวิ่งมาด้วยความเร็วสูง และเป็นจังหวะเดียวกับที่รถยนต์ของผู้ตายกลับรถพอดีจึงชนเข้าอย่างแรงจนรถยนต์ทั้งสองคันเกิดไฟแล็ปก่อนที่จะกระเด็นไปอยู่ขอบทางด้านซ้าย ซึ่งภาพวงจรปิดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บไว้เป็นหลักฐานแล้ว