รวบแล้ว! ‘ธนชัย’ มือปืนยิงสาว อบต.เมืองปทุมฯ

ทีมตำรวจภูธรภาค 1 รวบแล้ว “ธนชัย” มือยิง สาว อบต.บึงชำอ้อ หลังหลบหนีซุกประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ต้องหารับสารภาพ – คุมตัวกลับกทม.

หลังจากที่ตำรวจภูธรภาค 1 ได้ส่งทีม ล่าตัว นายธนชัย 1 ในทีมฆ่า นางสาววีรญาภา หรือ เปิ้ล งามวิลัย อายุ 37 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบายและแผน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)  บึงชำอ้อ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งถูกซัดทอดว่าเป็นมือปืนลั่นไก และกำลังหลบหนีข้ามชายแดนภาคเหนือ มีรายงานว่า นายธนชัย แย้มเจริญ ผู้ต้องหามือยิง ได้หลบหนีข้ามไปซ่อนตัวในบ่อนคาสิโน ฝั่งเมียนมา อยู่ตรงข้าม อ.แม่สอด ทีมล่าตัวได้ประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงของ จังหวัดตาก เพื่อช่วยประสานไปยัง หัวหน้าทหารกะเหรี่ยงบีจีเอฟ ที่ดูแลพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการจับกุมตัวได้ และส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปรอรับริมฝั่งแม่น้ำเมย จากนั้นควบคุมตัวเดินทางเข้า กรุงเทพมหานคร

โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงของ จ.ตาก รายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า เป็นเรื่องจริง มีการประสานส่งตัวผู้ต้องหารายนี้ กลับมาประเทศไทยแล้ว และผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนเหนี่ยวไกยิงนางสาววีรญาภา จริง

ที่มา… INN

พิสูจน์แล้ว! ภาพถ่ายร้อยเวรหัวขาด ที่แท้เกิดจากความบังเอิญของมุมกล้อง

พิสูจน์แล้ว! ภาพถ่ายปริศนา ‘ร้อยเวรหัวขาด’ ขณะชันสูตรศพ ที่แท้เพราะความบังเอิญของมุมกล้องคนถ่าย

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุขณะ ร.ต.อ.อนันต์ พานิชกุล รอง สว.สอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ตรวจชันสูตรศพผู้เสียชีวิต ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ถ่ายภาพ ร.ต.อ.อนันต์ พานิชกุล ไม่มีศรีษะตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้า วันนี้ 18 มี.ค.60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ ได้มีการนัดเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย เข้าสังเกตการณ์พร้อมกับพิสูจน์การถ่ายภาพ

เพื่อคลี่คลายความกระจ่างเกี่ยวกับภาพปริศนาที่เกิดขึ้นว่า เป็นแค่มุมกล้องถ่ายภาพ หรือเป็นสิ่งเร้นลับ โดยมีการถ่ายภาพลักษณะท่าทางการยืนที่เหมือน เพื่อนำภาพที่ถ่ายมาเปรียบเทียบกับภาพของเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิสยามรวมใจ ปู่อินทร์ ที่ถ่ายภาพ ร.ต.อ.อนันต์ ร้อยเวร สภ.ทุ่งใหญ่ ไม่มีศรีษะ ขณะกำลังชันสูตรพลิกศพ นายช่างเจาะบ่อบาดาล ช.4 กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เสียชีวิต

โดยการพิสูจน์ภาพถ่ายปริศนาครั้งนี้ ร.ต.ท.ไพศาล ใจห้าว รอง สว.จร.สภ.ทุ่งใหญ่ ได้นำ ส.ต.ต.ธีรพงศ์ เพชรจันทร์ทอง มายืนในลักษณะก้มหน้าลงเพียงเล็กน้อยพร้อมจัดท่าทางให้ใกล้เคียงกับภาพถ่ายของอาสาสมัครมูลนิธิฯ แล้วนำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพ โดยผู้ถ่ายภาพยืนห่างกันประมาณ 1 เมตร และถ่ายจากด้านหลังให้ต่ำลงมาจากแผ่นหลังของคนที่ยืนเป็นแบบเพียงเล็กน้อย

ปรากฏว่าภาพที่ถ่ายได้มีลักษณะที่ไม่มีศรีษะเหมือนกัน เพื่อความชัดเจนจึงมีการทดลองเป็นครั้งที่ 2 โดยให้นายบุญล้อม จียโชติ อาสาจราจร สภ.ทุ่งใหญ่ มายืนเป็นแบบ เพื่อทดสอบแน่ชัดว่าภาพที่ถ่ายออกมาตรงกัน และสรุปว่าภาพถ่ายที่อาสาสมัครมูลนิธิฯ ถ่ายติดร้อยเวร ไม่มีศรีษะนั้น เป็นเพียงมุมกล้องเท่านั้น

รฟม. แจง กรณีคานก่อสร้างรถไฟฟ้าตกใส่รถ บนถนนพหลโยธิน

รฟม. ชี้แจง กรณีอุบัติเหตุอุปกรณ์ช่วยยกคานรองรับทางวิ่งรถไฟฟ้า lifting frame ตกใส่รถ บนถนนพหลโยธิน ทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย

จากกรณีอุบัติเหตุอุปกรณ์ช่วยยกคานรองรับทางวิ่งรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต -สะพานใหม่- คูคต ได้ร่วงหล่นลงมาบนถนนพหลโยธิน ฝั่งขาเข้า ใกล้แยกรัชโยธิน ทำให้รถยนต์เสียหายจำนวน 2 คัน โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา

โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย รฟม. ขอชี้แจงว่า หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รฟม. พร้อมด้วยผู้แทนที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง และตัวแทนบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้การดูแลและรับผิดชอบผู้เสียหายในเบื้องต้นทันที พร้อมทั้งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยพบว่าในช่วงกลางคืนของวันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2560

ต่อเนื่องช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 17 มีนาคม 2560 บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต สัญญาที่ 1 ได้ยกคานเหล็กสำหรับติดตั้งทางวิ่งรถไฟฟ้า ขึ้นติดตั้งบนเสาทางวิ่งรถไฟฟ้าต้นที่ 105 และต้นที่ 106 ซึ่งในการยกขึ้นติดตั้งจะต้องใช้แคร่เหล็กช่วยในการยก โดยอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากอุปกรณ์ที่ใช้ยกและยึดชำรุด 1 ด้าน ทำให้เอียงและกระชากจนทำให้ร่วงหล่นลงมาบนพื้นที่ก่อสร้างด้านล่างและกระเด็นออกจากพื้นที่ก่อสร้างไปทับฝากระโปรงรถยนต์ที่ใช้ช่องจราจรที่ติดกับพื้นที่ก่อสร้าง

ทั้งนี้ รฟม. ได้กำหนดมาตรการป้องกันมิให้เกิดเหตุในลักษณะเช่นนี้อีกโดยให้ บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ เปลี่ยนอุปกรณ์ยกและยึดใหม่ทั้งหมดและจะต้องมีมาตรการความปลอดภัยสำรอง สำหรับกรณีอุปกรณ์ชำรุดทุกครั้ง ส่วนการเยียวยาผู้เสียหาย รฟม. ได้ให้บมจ. อิตาเลียนไทยจัดให้มีรถยนต์ใช้ทดแทนระหว่างการซ่อมแซม สำหรับกรณีรถยนต์เสียหายหนักจะต้องจัดหารถยนต์ใหม่ทดแทนให้กับผู้เสียหาย

อย่างไรก็ตาม รฟม. ได้ตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้นดังกล่าวข้างต้นแล้วพบว่าเป็นความผิดของบริษัทผู้รับจ้าง จึงได้กำหนดบทลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องจากเหตุที่เกิดขึ้น โดยได้สั่งให้ผู้ที่รับผิดชอบในการดำเนินงานบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุของ บมจ. อิตาเลียนไทยให้ออกจากโครงการฯพร้อมทั้งได้ว่ากล่าวตักเตือนบริษัท