เกาะสมุยงามหน้า!! หนุ่มจักรยานยนต์รับจ้าง ขโมยหมวกกันน็อคตำรวจออสเตรเลีย

หนุ่มจักรยานยนต์รับจ้าง ขโมยหมวกกันน็อคนักท่องเที่ยวต่างชาติมีอาชีพเป็นตำรวจอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก เพจ “รวมพบฅนหมุย” มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ใช้ชื่อว่า Leewhy Quach ได้นำคลิปวิดีโอมาเผยแพร่ในเพจดังกล่าว ซึ่งเป็นภาพขณะที่มีชายไทย อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อกั๊กวินจักรยานยนต์รับจ้าง ด้านหลังมีอักษรภาษาอังกฤษคำว่า TAXI 01 ทำทีเป็นพูดคุยโทรศัพท์มือถือ มองซ้ายมองขวา ก่อนจะอาศัยจังหวะสบโอกาสเดินไปขโมยหมวกกันน็อคแบบเต็มใบที่แขวนอยู่กับกระจกมองหลังของรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ ก่อนจะเดินไปขี่รถจักรยานยนต์ของตัวเองหลบหนีไป

โดยนักท่องเที่ยวผู้ที่โพสต์บอกว่า “ช่วยดูรอบๆหาดเฉวง คนร้ายเป็นจักรยานยนต์รับจ้าง เบอร์ 1 ขโมยหมวกกันน็อคของฉันไป ซึ่งเป็นหมวกกันน็อคที่ทำขึ้นพอดีสำหรับศรีษะของฉัน”

หลังจากมีการเผยแพร่ออกไปได้มีผู้มาแสดงความคิดเห็นจำนวจมาก โดยได้ต่อว่าหัวขโมยรายนี้ต่าง ๆ นานา อาทิ “อยากได้ของเค้าขนาดนั้นเลยเหรอ เอาไปคืนเค้าเถอะ มันชัดเจนมากว่าคุณเป็บวินมอเตอร์ไซค์โซนเฉวง เบอร์ 1” “เลวมากๆ” “โจรกระจอก” “ชัดเจนจับง่าย” “ยังดีนะที่ลักแต่หมวกกันน็อคถ้าลักรถกันลำบากเจ้าของรถแน่นอนค่ะ”

ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบจุดที่นักท่องเที่ยวถูกขโมยหมวกกันน็อคพบว่า อยู่บริเวณย่านสถานบันเทิง ถนนเลียบชายหาดเฉวง ม.2 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และหมวกกันน็อคนี้ผู้เสียหายได้สั่งทำมาในราคา 15,000 บาท ส่วนนักท่องเที่ยวผู้เสียหายรายนี้มีอาชีพเป็นตำรวจอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย ชอบเดินทางมาเที่ยวที่เกาะสมุยปีละหลายครั้ง

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด สามารถจับกุมหัวขโมยหมวกกันน็อครายนี้ได้แล้ว ทราบชื่อว่า นายธนากร พุทธสิม อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 ม.3 ต.หนองแหน อ.กุดชุม จ.ยโสธร มีอาชีพขี่รถจักรยายนต์รับจ้างบริเวณหาดเฉวง สวมเสื้อกั๊กสีม่วง เบอร์ 1 ให้การรับสารภาพว่าได้ขโมยหมวกกันน็อคไปจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน พร้อมนำตัวตรวจสอบประวัติว่าเคยก่อเหตุหรือมีคดีติดตัวหรือไม่

แถลงข่าวจับนายกหมึก-ผู้เกี่ยวข้อง ฆ่าสาวอบต. นำตัวทำแผน

สภ.คลองห้า แถลงข่าวจับนายกหมึก พร้อมผู้เกี่ยวข้องคดีฆ่าสาว อบต.นำตัวทำแผน

เมื่อเวลา 08.30น.วันที่ 18 มีนาคม 2560 ที่ สภ.คลองห้า ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง.ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.อำนาจ จันทร์เจริญ ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.อำนวยพันธ์ นิลน้อย ผกก.สภ.คลองห้า กำลังชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัว

1.นายทวีวงศ์ หรือนายกหมึก ทองยืน อายุ 55 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรีที่174/2560 ข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ

2.นายจีระพันธ์ หรือโจ เม่งกี่ อายุ 42 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 190/2560 ข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

3.นายสมชาย หรืออาจารย์ศักดิ์ เจริญยิ่ง อายุ 61 ปี หมายจับจับของศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 191/2560 ข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

4 .นายจำปี หรือปี ชาติวงค์ อายุ 71 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 189/2560 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พร้อมด้วยของกลางรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุสีดำทะเบียน ขก-4865 ชลบุรี

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร.เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สื่อเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 14 มีนาคม60 เวลา17.30น.คนร้ายได้ก่อเหตุยิงยิงนางสาววีรญาภา งามวิลัย หรือเปิ้ลอายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่ตำแหน่งฝ่ายนโยบายและแผน (นักบริหารงานทั่วไป) ระดับ6 ของอบต.บึงชำอ้อ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี จำนวน 5 นัดเสียชีวิตบนรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน 4กอ-8489 กทม.ที่เกิดเหตุถนนวังน้อย-ธัญบุรี มุ่งหน้าธัญบุรี ก่อนถึงหมู่บ้านเลอวิลล์ หมู่ที่1 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จากการตรวจสอบพบศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด.38จำนวน 4 นัด พบหัวกระสุนตกภายในรถขนาด.38จำนวน 2 หัว ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้บูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนในการติดตามจับกุมคนร้าย

กระทั่งสามารถจับกุมนายทวีวงศ์ หรือนายกหมึก ทองยืน ซึ่งเป็นสามีเก่าของผู้ตายได้ และเป็นผู้จ้างวานมือปืน คือนายธนชัย หรือใหญ่ แย้มเจริญ ให้มาก่อเหตุ ซึ่งในวันเกิดเหตุนายทวีวงศ์หรือนายกหมึก ได้ร่วมลงมือก่อเหตุด้วย กระทั่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนจนทราบว่า มีผู้ร่วมขบวนการคือ นายจีระพันธ์หรือโจ เม่งกี่ นายสมชาย หรืออาจารย์ศักดิ์ เจริญยิ่ง และนายจำปีหรือปี ชาติวงศ์ ซึ่งเป็นผู้ติดต่อมือปืนให้มาก่อเหตุจากการจ้างวานของนายกหมึก ผู้เป็นอดีตสามี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับกระทั่งจับกุมได้ในเวลาต่อมา

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัวนายธนชัยหรือใหญ่ แย้มเจริญอายุ 53 ปี ซึ่งเป็นมือปืนและเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 188/2560 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ซึ่งทั้งหมดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คัดค้านการประกันตัวและนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดธัญบุรี

นายทวีวงศ์ หรือนายกหมึก ทองยืน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเองรู้จักกับผู้ตายตั้งแต่ปี 2555 เพราะผู้ตายย้ายจากอบต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ไปอยู่ที่อบต.ที่ตนเองเป็นนายกอยู่โดยคบกันได้ประมาณ 2-3 ปี หลังจากตนเองหมดวาระผู้ตายก็ย้ายออกมาอยู่ที่ อบต.บึงบา จากนั้นผู้ตายก็ทำตัวตีออกห่าง โดยที่ตนเองช่วยทุกอย่างในหน้าที่การงานของผู้ตาย กระทั่งผู้ตายย้ายที่ทำงานไปอีก 3 แห่ง และมาอยู่ที่ อบต.บึงชำอ้อ จ.ปทุมธานี โดยตนเองเก็บความรู้สึกที่เจ็บปวดมาโดยตลอด ซึ่งผู้ตายต่อหน้าเรียบร้อยแต่ลับหลังมีบางอย่างที่ทำให้ตนเองเจ็บปวดเป็นอย่างมาก เมื่อทราบว่าผู้ตายไปมีคนรักใหม่ ทั้งนี้ตนเองจะไม่เดินทางไปกราบศพอดีตแฟนสาวที่ จ.สระบุรี และยอมรับว่าที่ทำไปตนเองผิดไปแล้วและขอโทษ “เปิ้ลคงไปสบายแล้ว”

ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายทวีวงศ์ หรือนายกหมึก ทองยืน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุถนนวังน้อย-ธัญบุรี มุ่งหน้าธัญบุรี ก่อนถึงหมู่บ้านเลอวิลล์ หมู่ที่ 1 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบพร้อมอาวุธปืนคอยดูแลความปลอดภัย โดยเริ่มตั้งแต่จุดที่นายทวีวงศ์ หรือนายกหมึก ทองยืน นำรถยนต์มาจอดบริเวณริมทางก่อนที่ตนเองและนายธนชัยหรือใหญ่ แย้มเจริญ ซึ่งเป็นมือปืนจะเดินลงไปที่รถยนต์ของผู้ตายและใช้อาวุธปืนยิงใส่ ก่อนที่นายทวีวงศ์ หรือนายกหมึก ทองยืน จะเดินมาขึ้นรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุสีดำทะเบียน ขก-4865 ชลบุรี ที่จอดอยู่โดยนายธนชัยหรือใหญ่ แย้มเจริญ หลังลงมือเสร็จจึงได้เดินมาขึ้นรถและกลับรถมุ่งหน้าจ.พระนครศรีอยุธยา โดยจอดรถริมทางเพื่อให้มือปืนขึ้นรถยนต์ฮอนด้าซีอาวีส่วนตัวที่จอดอยู่ไม่ไกลมากนักหลบหนีไป โดยมีการโทรศัพท์ติดต่อกันอีกครั้ง โดยที่นายธนชัยหรือใหญ่ มือปืนมุ่งหน้าหนีไปทางเส้นอ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนตนเองมุ่งหน้าไปทางสายเอเชีย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อแยกกันหลบหนีก่อนที่จะมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวในที่สุด

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 19

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา”พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ” ฉบับที่ 19 ส่วน กทม. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20

บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกได้หลายพื้นที่ ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้

– ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

– ภาคกลาง บริเวณชัยนาท นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

– ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดชัยภูมิ อุดรธานี ขอนแก่น หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด นครราชสีมา และบุรีรัมย์

– ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา และชลบุรี

ในช่วงวันที่ 19-20 มีนาคม 2560 พายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นบริเวณภาคเหนือ และภาคกลาง มีแนวโน้มลดลง ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ยังคงมีต่อเนื่องในระยะนี้ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงยังคงแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับในช่วงวันที่ 18-19 มีนาคม 2560 มีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล  เวลา 06:00 น.วันนี้ – 06:00 น.วันพรุ่งนี้ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.