หนุ่มหน้าหล่อ ควบ BMW S1000RR ส่งพิซซ่า

นักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ควบ BMW S1000RR ส่งพิซซ่า 

กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Poom Jierwiriyapant โพสต์ภาพตัวเองในชุดพนักงานส่งพิซซ่า คู่กับ BMW S1000RR พร้อมข้อความว่า “ก็แค่เด็กส่งพิซซ่าจะไปสู้อะไรกับคนขับมาสด้าล่ะครับ”

จากการตรวจสอบพบว่า ก่อนหน้านี้มีผู้แอบถ่ายภาพหนุ่มส่งพิซซ่าคนดังกล่าวมาโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็นกระแสฮือฮาเพราะรถที่เขาใช้ส่งพิซซ่านั้นมีราคาแพง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังทำการตรวจสอบทำให้ทราบว่า ชายที่อยู่ในภาพคือ นายภูมิ เจียวิริยะพันธ์ เป็นนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาเพิ่งจะเข้าทำงานเป็นพนักงานส่งพิซซ่าแบรนด์หนึ่ง สาขาแยกสนามบิน มาเป็นเวลา 2 เดือน รถคันดังกล่าวเขาได้มาจากนำพักน้ำแรงที่หามาด้วยตนเอง โดยการขายสินค้าออนไลน์ นายภูมิระบุว่า ปกติตนจะใช้รถมอเตอร์ไซค์คันอื่นในการทำงาน แต่วันที่ถูกแอบถ่ายตนเปลี่ยนมาใช้รถคันที่เป็นประเด็นฮือฮา ทำให้ได้รับความสนใจดังกล่าว

จ่อสอบ ‘วัดพระธรรมกาย’ สร้างอาคารไม่ขออนุญาตเพิ่มอีก

  1. รองผบ.ตร.สั่งตรวจสอบวัดพระธรรมกาย สร้างอาคารไม่ได้รับอนุญาต-ออกหมายเรียกเพิ่มอีก 8 คดี

วันนี้ 17 มี.ค. 60 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง เพื่อร่วมประชุมเร่งรัดสำนวนในส่วนอาคารของมูลนิธิวัดพระธรรมกาย ที่ศูนย์ปฎิบัติการส่วนหน้า สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง พร้อมเปิดเผยว่า วันนี้มาเพื่อเร่งรัดสำนวนในส่วนอาคารของมูลนิธิวัดพระธรรมกาย ซึ่งอาคารส่วนใหญ่ที่ปลูกสร้างเป็นของมูลนิธิวัดพระธรรมกาย ประมาณ 2000 ไร่ และ เป็นของวัดธรรมกายประมาณ 196 ไร่ โดยส่วนใหญ่ที่ก่อนสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นส่วนของมูลนิธิวัดพระธรรมกาย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติมอยู่ว่ามีอาคารใดที่สร้างโดนไม่ได้รับอนุญาตบ้าง

ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการออกหมายเรียกเพิ่มเติมอีก 8 คดี ในเรื่องเกี่ยวกับอาคาร โดยมีความจำเป็นต้องรอให้สถานีตำรวจภูธรท่าโขลง เดินทางเข้ามาร้องทุกข์ก่อนถึงจะดำเนินการในส่วนนี้ได้สำหรับวันนี้เป็นวันที่ครบหมายเรียกครั้งที่ 2 กับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย จำนวน 8-9 คนโดยในนี้รวมถึงพระธัมมชโยด้วย วันนี้จึงเข้ามาประชุมพิจารณาที่จะออกหมายจับต่อไป

ที่มา… INN

‘ยิ่งลักษณ์’ ขอความเห็นใจ กรณีเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์

‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นศาล นัดสืบพยานจำเลย คดีจำนำข้าว ท่ามกลางประชาชนที่มาให้กำลังใจ พร้อมเผยถึงกรณีหุ้นชินคอร์ป

วันนี้ (17 มี.ค. 60) เวลาประมาณ 09:30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายัง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ที่ ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ พร้อมทีมทนาย หลังศาลนัดสืบพยานจำเลยนัดที่ 11 ในคดีหมายเลขดำ อม.22/2558 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง จำเลยในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามมาตรา157 และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท ท่ามกลางประชาชนที่มาให้กำลังใจ

ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้พูดถึงกรณีการเรียกเก็บภาษีเงินได้จากการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปของ นายทักษิน ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2549 ว่า ที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาที่จะยึดทรัพย์ไปแล้ว จำนวน 45,000 ล้านบาท ซึ่งวันนี้ ตนไม่ทราบว่าเหตุใดจึงมีการรื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นอีกครั้ง และไม่ทราบว่ารัฐบาลกำลังใช้ข้อกฎหมายใดหรือวิธีการใด แต่หวังว่าจะไม่ใช่การใช้อำนาจ หรือกฎหมายที่มีอยู่เพื่อประโยชน์ทางการเมือง หรือไล่ล่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พร้อมขอความเห็นใจกับเรื่องที่เกิดขึ้