ศรัทธาแรงกล้า ‘Kinzo’ ศิลปินญี่ปุ่นเดินทางเข้าพบ ‘เจ้าคุณธงชัย’ ผู้ปลุกเสกผ้ายันต์เลสเตอร์

ศรัทธาแรงกล้า ‘Kinzo Norimatsu’ ศิลปินญี่ปุ่น เดินทางเข้าพบ ‘เจ้าคุณธงชัย’ วัดไตรมิตรวิทยาราม ผู้ปลุกเสกผ้ายันต์เลสเตอร์

วานนี้ (15 มีนาคม 2560) เวลาประมาณ 13.30 น. อาจารย์ Kinzo Norimatsu ศิลปินเครื่องปั้นดินเผา อันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าพบ เจ้าคุณธงชัย พระพรหมมังคลาจารย์ (ธงชัย ธมฺมธโช) ณ วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพฯ

โดยการเข้าพบครั้งนี้ อาจารย์ Kinzo Norimatsu ได้เตรียม ‘ชุดชาทองคำ’ ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ มีเพียงชุดเดียวในโลก เข้าถวาย ‘เจ้าคุณธงชัย’ เนื่องจาก อาจารย์ Kinzo Norimatsu มีความศรัทธาในตัวเจ้าคุณธงชัย รวมถึง เชื้อพระวงศ์ จากประเทศญี่ปุ่น ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในตัว เจ้าคุณ ธงชัย กับพระพุทธศาสนา ถึงแม้ พระพุทธศาสนาในประเทศไทยจะเป็นคนละนิกายกับที่ประเทศญี่ปุ่น

ซึ่งบรรยากาศการเข้าพบระหว่าง ‘เจ้าคุณธงชัย’ กับ อาจารย์ Kinzo Norimatsu เต็มไปด้วยความเป็นกันเอง ทั้งนี้ทาง ‘เจ้าคุณธงชัย’ ได้มอบองค์พระพุทธรูปหลวงพ่อทองคำแบบจำลอง และผ้ายันต์อันโด่งดัง รุ่นต่างๆ รวมถึง ผ้ายันต์สีม่วง ที่เขียนภาษาอังกฤษว่า win win win President USA Trump Good Luck ที่เคยส่งไปให้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา ก่อนการเลือกตั้ง จนสร้างเสียงฮือฮาเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ เจ้าคุณธงชัย พระพรหมมังคลาจารย์ (ธงชัย ธมฺมธโช) เคยปลุกเสกผ้ายันต์ รุ่นแพ้ไม่เป็น ให้กับทีม เลสเตอร์ ซิตี้ จนทำให้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ทำเอาช็อกโลกวงการลูกหนังกันเลยทีเดียว ปัจจุบัน เลสเตอร์ “รุ่นแพ้ไม่เป็น” มีปล่อยเช่าตามเน็ตทะลุ 2 หมื่นต่อผืน

สำหรับ อาจารย์ Kinso Norimatsu เป็นศิลปินเครื่องปั้นดินเผา อันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น และเป็นผู้ทำ ถ้วย ชาม ถวายให้กับ ราชวงศ์ ชนชั้นสูง ของญี่ปุ่น ผลงานของอาจารย์ Kinzo จะทำให้เฉพาะบุคคล ซึ่งเครื่องปั้นดินเผาของอาจารย์ Kinzo Norimatsu ใช้ดินที่ผ่านการอธิฐานจิตจากเกจิที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่น และใช้วิธีการเผาแบบโบราณของญี่ปุ่นที่ตกทอดกันมานานกว่า 400 ปี และมีวิธีทำเฉพาะที่เป็นสูตรของอาจารย์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผลงานศิลปะเครื่องปั้นดินเผาของอาจารย์เป็นที่นิยมและมีความต้องการจากทั่วโลก

ศาลฎีกาฯ จำคุก 1 ปี ‘เกษม’ อดีต ส.ส.เชียงใหม่เพื่อไทย แจ้งบัญชีเท็จ ยึดทรัพย์ 168 ล้าน

ศาลฏีการนักการเมือง สั่งจำคุก 1 ปี “เกษม” อดีต ส.ส.เชียงใหม่ เพื่อไทย แจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ ไม่รอลงอาญา พร้อมยึดทรัพย์ 168 ล้านบาท
ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเกษม นิมมลรัตน์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในคดีจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินหรือเอกสารประกอบด้วยข้อความเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริง โดยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีมติเอกฉันท์ว่า นายเกษม จงใจแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ
โดยไม่สามารถชี้แจงที่มาของหนี้และการซื้อหุ้นในระหว่างการดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายก อบจ.เชียงใหม่ การเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.และการดำรงตำแหน่งรองนายก อบจ.เชียงใหม่  พร้อมห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับจากวันที่ 5 ตุลาคม 2558 โดยเสียงข้างมากมีมติให้จำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา นอกจากนี้ศาลยังพิพากษาด้วยมติเอกฉันท์ให้ยึดทรัพย์จำนวน 168 ล้านบาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน จากกรณีร่ำรวยผิดปกติและแสดงหลักฐานว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าวจริง โดยให้ระยะเวลาบังคับคดีภายในเวลา 10 ปี

‘โอ๊ค พานทองแท้’ โพสต์ยัน หุ้นชินคอร์ปฯ จบแล้ว เอาผิดอีกไม่ได้

“โอ๊ค พานทองแท้” โพสต์เฟซบุ๊ก คดีหุ้นชินคอร์ปฯ จบนานแล้ว เพราะศาลตัดสินว่าไม่มีการขาย ยึดทรัพย์ 46,000 ล้านไปแล้ว อัดรัฐหวังปรองดอง แต่กลับทำลายฝ่ายตรงข้าม 
นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Oak Panthongtae Shinawatra” ว่า เรื่องการซื้อ-ขายหุ้นชินฯ สืบเนื่องมาจนถึงการจะเรียกเก็บภาษี หากจะมองว่าเป็นการกระทำผิด การจะพิจารณาดำเนินการ “เอาผิด” สามารถกระทำได้ใน 2 กรณี ทางใดทางหนึ่งเท่านั้น คือ กรณีแรกถ้าการที่คุณพ่อขายหุ้นให้เมื่อ 8 ปีก่อน ศาลพิจารณาว่าเป็นการซื้อ-ขายจริง เท่ากับหุ้นนั้นตกเป็นของตนเองแล้ว ซื้อมาที่ราคาต่ำ ขายไปราคาสูงกว่า
เมื่อมีกำไรจากการขายนอกตลาดหลักทรัพย์ หากจะฟ้องร้องเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นในครั้งนั้น ก็น่าจะพอรับฟังได้ เพราะศาลได้ชี้ว่ามีการซื้อ-ขายกันจริง แต่หากการพิจารณาออกมาในแนวทางนี้ก็จะถือว่าหุ้นดังกล่าวเป็นของตนเอง ไม่ใช่ของพ่อ กรณีดังกล่าวก็จะยึดทรัพย์พ่อ 46,000 ล้าน ไม่ได้ แต่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เพราะศาลได้ตัดสินยึดทรัพย์คุณพ่อไปเรียบร้อยแล้ว กรณีที่ 2 เรื่องที่เกิดขึ้นจริงเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ที่ศาลพิจารณาว่าคุณพ่อไม่ได้ขายหุ้นนั้นให้กับตนเอง และตีความว่าหุ้นดังกล่าวนั้น ยังคงเป็นของคุณพ่ออยู่ ศาลจึงได้ตัดสินให้ยึดเงินจำนวน 46,000 ล้านไป

ตรงนี้แสดงให้เห็นว่า ในแนวทางการวินิจฉัยนั้น สรุปว่ามิได้มีการซื้อขาย ที่เป็นมูลเหตุให้ต้องเสียภาษีเลย ทรัพย์สินก็ถูกยึดไป ตามจำนวนที่ศาลได้พิจารณาว่าเหมาะสมในการ “เอาผิด” แล้ว เรื่องนี้จึงจบไปเมื่อ 8 ปีก่อน ได้มีคำตัดสินไปในแนวทางที่ไม่มีการซื้อ-ขาย ไม่มีการเรียกภาษีแล้ว และมีการ “เอาผิด” ไปเรียบร้อยแล้วด้วยการยึดทรัพย์ถึง 46,000 ล้านบาท

วันนี้ รัฐบาลยังต้องการเอาอะไรจากครอบครัวอีก ตกลงความหมายของคำว่าปรองดอง ในมุมมองของรัฐบาลนี้ คือการทำลายล้างฝ่ายที่ถูกตัวเองยึดอำนาจมาให้สิ้นซาก กระทืบให้จมดิน เพื่อจะได้เหลือแต่พวกเดียวกัน จะได้ไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น หรือการปรองดองหมายถึง การให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข