สยอง!! หนุ่มต่างชาติ โดดจากอาคารผู้โดยสาร สุวรรณภูมิดับ

เกิดเหตุชายชาวต่างชาติโดนบันไดเลื่อนชั้น 4 สนามบินสุวรรณภูมิตกลงมาชั้น 1 ก่อนเสียชีวิตที่รพ. ด้าน ผอ.สุวรรณภูมิ ยัน สนามบินมีความปลอดภัย แต่การเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวเป็นการป้องกันได้ยาก

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เกิดเหตุสุดระทึกขึ้นภายในอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อมีชาวต่างชาติรายหนึ่งเพศชายได้กระโดดจากชั้น 4 ของอาคารลงมาด้านล่างได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมาขณะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

สุวรรณภูมิ, กระโดดตึก
ชาวต่างชาติกระโดดจากชั้น 4 อาคารผู้โดยสารสุวรรณภูมิ

ก่อนทราบชื่อต่อมาคือ นายอาลัน พอล ไกรมส์ (MR. ALAN PAUL GRIMES ) อายุ 32 ปี ถือหนังสือเดินทาง 2 เล่ม สัญชาติออสเตรเลีย เลขที่ PA 4422676 และสัญชาติไอซ์แลนด์ เลขที่ PB 8219497 ส่วนสาเหตุนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน

ทั้งนี้จากเหตุที่เกิดขึ้น ทางด้านนายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ก็ได้เปิดถึงเหตุที่เกิดขึ้นว่าจากอุบัติเหตุดังกล่าวถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย เพราะทางกายภาพของสนามบินสุวรรณภูมิมีความปลอดภัยเป็นปกติ มีกระจกกันทางเดิน ซึ่งการเกิดอุบัติเหตุขึ้นเองเป็นเรื่องที่ยากที่จะป้องกันได้

ภาพจาก เรื่องจริงผ่านเลนส์

ประมวลภาพ มวลชนรวมตัวหน้าสภา ค้านร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม

ภาพกลุ่มมวลชนรวมตัวหน้าอาคารรัฐสภา เพื่อประท้วงค้านร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม

ปรมวลภาพบรรยากาศมวลชนกลุ่มเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย หรือ คปพ. รวมตัวกันที่บริเวณรัฐสภา หน้าสวนสัตว์เขาดิน เพื่อยื่นเรื่องคัดค้านร่างพระราชบัญญัติปิโตรเลียมและร่างพระราชบัญญัติเงินได้ปิโตรเลียม ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. วาระ 2 และวาระ 3 ในวันนี้ (30 มี.ค. 60)

พ.ร.บ.ปิโตรเลียม, ม็อบ

เนื่องจากเห็นว่า ยังมีเนื้อหาที่ไม่แก้ไขตามเสียงคัดค้านของประชาชน ตามรายงานของคณะอนุกรรมวิสามัญ สปช. ที่ให้อำนาจบุคคลในการใช้ดุลพินิจจนอาจเกิดการทุจริต รวมถึงเสียงท้วงติงจากคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จึงถือว่าขาดความชอบ ขัดต่อหลักธรรมาภิบาล

โดยบรรยากาศศเป็นไปอย่างคึกคักท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด ด้วยการนำแผงเหล็กปิดกั้นฝั่งถนนหน้าสวนสัตว์เขาดิน เพื่อให้กลุ่มมวลชนอยู่ในพื้นที่ที่จัดให้

พ.ร.บ.ปิโตรเลียม, ม็อบ

พ.ร.บ.ปิโตรเลียม, ม็อบ
พ.ร.บ.ปิโตรเลียม, ม็อบ
พ.ร.บ.ปิโตรเลียม, ม็อบ

นายกฯ ยันทหารไร้ผลประโยชน์พลังงาน ขอม็อบยึดกฎหมาย

นายกรัฐมนตรี ยืนยัน ทหารไม่หวังผลประโยชน์ด้านพลังงาน ขู่ม็อบยึดกฎหมายหากทำผิด ขออย่าใช้กฎหมู่เหนือกฎหมาย 

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันด้วยชีวิต
ทหารไม่มุ่งหวังเข้าไปมีผลประโยชน์ด้านพลังงาน จึงขอให้เชื่อมั่นการทำงานของรัฐบาล เพราะทุกอย่างทำตามความคิดเห็นและความต้องการที่ได้รับฟังมา หากอะไรที่ไม่สามารถทำได้ ก็จะไม่ทำ ให้เป็นไปตามทำนองคองธรรม

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลังงาน, ปิโตรเลียม
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

จะไม่ให้มีใครได้รับผลประโยชน์ นอกจากประเทศชาติ และประชาชน แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายที่ดำเนินการ โดยการพิจารณาของ สนช. และรัฐบาล คสช. จะไม่ให้หน่วยงานทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยเด็ดขาด กรณีที่มีข่าวว่า เตรียมเสนอรายละเอียดการจัดตั้ง NOC เรียบร้อยแล้ว ประกอบไปด้วยรัฐบาล ทหาร ฯลฯ

รัฐบาลไม่เคยรับทราบรายละเอียดเรื่องนี้ ทราบแต่เพียงว่า หากกฎหมายผ่านก็จะมีเพียงเฉพาะการจัดตั้ง NOC เมื่อพร้อมซึ่งก็หมายความว่า หากมีการผ่านเรื่อง NOC ดังกล่าวก็ต้องมีการศึกษา และรับฟังความคิดเห็น ในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง ปัจจุบันการทำหน้าที่จัดการพลังงาน เป็นหน้าที่ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ซึ่งมีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของชาติ

และความมั่นคงด้านพลังงาน ของประเทศรวมถึงการควบคุมกำหนดการจัดหาพลังงานโดยระบบสัมปทาน (เดิม) หรือ PSC (ใหม่) อยู่แล้ว ว่าจะทำในระบบใดไม่ใช่ ปตท. ที่เป็นรัฐวิสาหกิจ โดยมีกระทรวงการคลังถือหุ้นเกินร้อยละ 50 ที่จะดำเนินการในเรื่องของธุรกิจพลังงานเพื่อเป็นการเสริมรายได้ผลตอบแทนของรัฐบาล และผู้ถือหุ้นเท่านั้น

ทั้งนี้ขอให้ประชาชนเข้าใจว่ารัฐบาลกำลังขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ จึงฝาก ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ทำความเข้าใจกับประชาชน ว่าสิ่งใดที่ไม่ถูกต้องรัฐบาลก็จะไม่ทำ ทั้งนี้ ถ้าวันนี้ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ก็จะไม่มีโอกาสได้ทำอีก และถ้าไม่สานต่อสิ่งที่รัฐบาลทำในวันนี้ก็จะกลับมาขัดแย้งกันเช่นเดิม

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ต่อกรณีที่เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) ที่มาชุมนุมบริเวณหน้าอาคารรัฐสภา เพื่อเรียกร้องยุติการพิจารณา พ.ร.บ. ปิโตเลียม และ พ.ร.บ. ภาษีเงินได้ปิโตเลียม ว่า

หากทำผิดกฎหมายก็ต้องกถูกดำเนินคดี เพื่อให้รู้ว่าการแก้ปัญาให้เป็นระบบนั้นเป็นอย่างไร และอย่าให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย พร้อมได้แจกเอกสารชี้แจงรายละเอียดของกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ให้แก่สื่อมวลชน โดยขอให้นำเสนอข่าวตามเอกสารดังเพื่อความเข้าใจ

ข่าวจาก INN