กองปราบค้นห้องพักผู้ต้องหา ใช้ไขควงแทงศีรษะ ‘น้องปอนด์’ ดับ

กองปราบ บุกค้นห้องพัก ผู้ต้องหาใช้ไขควงแทง นศ.ม.ศิลปากร ย่านจรัญสนิทวงศ์ หาของใช้ส่วนตัว ตรวจเทียบ DNA

ตำรวจกองกำกับการ 5  กองบังคับการปราบปราม พร้อมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน นำหมายศาลเข้าตรวจค้นห้องพักหมายเลข 405 อพาทเม้นท์แห่งหนึ่งภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 65 ซึ่งเป็นห้องพักของ นายเดชาธร มูลมณี หรือ ไบร์ท ผู้ต้องหาที่ร่วมกับพวกใช้ไขควงแทงศรีษะนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร เสียชีวิต เพื่อตรวจสอบหาเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่ใช้ในวันก่อเหตุและหาวัตถุพยานเพิ่มเติม

จากการตรวจสอบภายในห้องพักพบรองเท้า และเครื่องใช้ส่วนตัว รวมถึงเสื้อและกางเกงจำนวนหนึ่ง ซึ่งตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้นำชุดตรวจดีเอ็นเอ เพื่อหาคราบเลือด เบื้องต้นตำรวจ ระบุว่า เน้นตรวจสอบเสื้อผ้าที่ส่วมใส่ในวันก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่จะทำการเก็บดีเอ็นเอในเสื้อผ้าต้องสงสัยทุกตัว นำไปเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของผู้เสียชีวิต เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการทำคดี เนื่องจากข้อมูลพบว่าผู้ต้องหาเรียนอยู่สถาบันแห่งหนึ่งย่านสะพานซังฮี้ และพบว่าหลังก่อเหตุ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ได้กลับมาพักที่ห้องดังกล่าว ก่อนจะถูกดำเนินคดีในที่สุด

ขณะที่ นักศึกษาที่พักอาศัยในหอพักดังกล่าวให้ข้อมูลว่า พบเห็นนายเดชาธร อยู่เป็นประจำ โดยอาศัยอยู่คนเดียว แต่จะมีเพื่อนแวะเวียนมาหาอยู่ตลอด รวมถึงชอบปาร์ตี้ส่งเสียงดังภายในห้องบ่อยครั้งจนเคยชิน และภายหลังจากทราบข่าวก็พบนายเดชาธรยังหลบมาอาศัยอยู่ แต่ไม่รู้ตัวว่าเป็นผู้ก่อเหตุแทงนักศึกษาเสียชีวิต

เรียกรองผู้กำกับการ พ่อผู้ต้องหาใช้ไขควงแทงนักศึกษาดับ สอบปากคำ

“พล.ต.อ.ศรีวราห์” เรียกรองผู้กำกับการสืบสวนกาฬสินธุ์ บิดาผู้ต้องหาใช้ไขควงแทงนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร เข้าให้ปากคำ ยืนยัน ไม่เคยวิ่งเต้นช่วยเหลือบุตรชาย ให้ช่วยเหลือคดี

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะกำกับดูแลคดีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุใช้ไขควงแทงศีรษะ นายธีระพงษ์ ฐิตะฐาน หรือ น้องปอนด์ นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตจังหวัดเพชรบุรี เสียชีวิต เรียกตัวพ.ต.ท.ศักดินันท์ มูลมณี รองผู้กำกับการสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ บิดาของนายเดชาธร หรือ ไบร์ท มูลมนี ผู้ต้องหาที่เป็นคนใช้ไขควงแทงน้องปอนด์ พร้อมภรรยา รวมถึง ผู้บังคับบัญชาระดับรองผู้บังคับการ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ มาสอบสวนที่สำนักงานพลตำรวจเอกศรีวราห์

โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้น พันตำรวจโทศักดินันท์ ยืนยัน ไม่เคยวิ่งเต้นช่วยเหลือบุตรชายในคดีดังกล่าว และไม่เคยโทรศัพท์ไปร้องไห้ เพื่อขอให้ช่วยเหลือคดีบุตรชาย ส่วนผู้บังคับบัญชาของพันตำรวจโทศักดินันท์ ยืนยัน จากการตรวจสอบไม่พบพันตำรวจโทศักดินันท์ ไปยุ่งเกี่ยงกับคดีตั้งแต่ต้น แต่หากภายหลังพบว่า ผู้บังคับบัญชา เข้าไปปกป้องก็จะมีความผิด

อย่างไรก็ตาม หากพบมีความพยายามช่วยเหลือผู้ต้องหาในคดีนี้ นอกจากบุตรชายของพันตำรวจโทศักดินันท์ ก็ต้องเรียกตัวมาสอบสวนทุกคน

มาเลเซีย ดองร่าง ‘คิม จอง นัม’ หลังไร้ญาติมารับศพ !!

ทางการมาเลเซียดำเนินการดองศพนาย คิม จอง นัม เพื่อรักษาสภาพ เนื่องจากยังไม่มีญาติเดินทางมารับศพ

วานนี้ (14 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน รัฐบาลมาเลเซียดำเนินการดองศพนาย ‘คิม จอง นัม’ พี่ชายต่างมารดาของนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เนื่องจากเสียชีวิตมานานครบเดือนแล้ว เพื่รักษาสภาพศพให้ได้นานขึ้น ขณะที่ ยังไม่มีสมาชิกในครอบครัวของเขาเดินทางมายังมาเลเซียเพื่อรับศพ โดยมาเลเซียได้เคลื่อนย้าย ศพของคิม จอง นัม อย่างลับ ๆ ออกจากห้องเก็บศพของโรงพยาบาลในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ในคืนวันอาทิตย์ที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้ผิดสังเกตจนเรื่องแดงไปถึงนักข่าวที่ตามติดเหตุการณ์อยู่ที่ รพ.

ทั้งนี้นายอาห์หมัด ฮามิดี รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เผยกับสื่อมวลชน เมื่อ 14 มี.ค. ถึงเหตุผลที่ทางการมาเลเซียจำเป็นต้อง ‘ดอง’ ร่างของคิม จอง นัม เพื่อให้ร่างของเขาคงสภาพอยู่ได้นานยิ่งขึ้น พร้อมเปิดเผยถึงสถานการณ์ทางการทูตระหว่างมาเลเซียกับเกาหลีเหนือที่เดินทางมาถึงความสัมพันธ์ที่เลวร้าย มาเลเซียดำเนินการขับแรงงานชาวเกาหลีเหนือที่ทำงานอยู่ที่รัฐซาราวัก บนเกาะบอร์เนียว ซึ่งอยู่เกินกำหนดระยะเวลาในวีซ่า ออกจากประเทศ

ย้อนไปถึงเหตุการณ์เหตุลอบสังหาร นายคิม จอง นัม ถูกลอบสังหารที่สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ด้วยการพ่นสารพิษเข้าที่ใบหน้าจนถึงแก่ความตาย ซึ่งคดียังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง

ที่มา  www.straitstimes.com