ระทึก! ไฟไหม้ร้านอาหาร วอล์คกิ้งสตรีทพัทยา

เกิดเหตุไฟไหม้ ร้านอาหารกึ่งผับ ในวอล์คกิ้ง สตรีท พัทยา เสียหาย 3 คูหา- คุมเพลิงได้แล้ว คาด เสียหายกว่า 2 ล้านบาท

วันนี้(15 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้ร้านอาหารและผับ ชื่อ ร็อคสตรีท เป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 3 คูหา ซึ่งตั้งอยู่ภายในวอล์คกิ้ง สตรีท พัทยา จ.ชลบุรี โดยก่อนหน้านั้น ได้เกิดหม้อแปลงระเบิด หน้าร้านก่อนที่เพลิงจะลุกลามเข้าไปภายในร้าน ลุกไหม้เสียหายทั้ง 3 คูหา และเพลิงยังลุกไหม้อาคารที่ติดกันเสียหายเล็กน้อย ล่าสุด เจ้าหน้าที่ สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบด้านใน ไม่พบว่า มีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต จากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้แต่อย่างใด ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่

ความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ร้านอาหาร บริเวณถนนวอล์คกิ้งสตรีท ย่านพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ด้าน พ.ต.อ.ชัชชพล ภัทรศิริพร ผู้กำกับ สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว พบมีอาคารได้รับความเสียหายรวมทั้งหมด 3 คูหา ประกอบด้วยร้าน Rock Street 2 คูหา และ อีก 1 คูหา คือ สถานให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามหาเจ้าของ คาดว่ามูลค่าความเสียหายน่าจะไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท เบื้องต้นตนพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างตรวจสอบภายในอย่างละเอียด โดยขณะนี้ยังไม่พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตติดค้างอยู่

ขอบคุณภาพ (Cr. E22WDE x-moto)

เขยโหด ยิงพ่อตาตาย แม่ยายสาหัส หลังทะเลาะกันเรื่อง ‘หมา’

เกิดเหตุลูกเขยโหด ทะเลาะเรื่องหมาคว้าปืนยิงพ่อตาตาย – แม่ยายเจ็บสาหัส ในบ้านย่านปทุมธานี ก่อนหลบหนี

ร.ต.อ.ภูริภัทธ ภูเฆม รับแจ้งเหตุลูกเขยยิงพ่อตาเสียชีวิตและแม่ยายได้รับบาดเจ็บภายในบ้านเลขที่ 8/4ม.8ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 คน ทราบชื่อนายสัมฤทธิ์ อายุ 77 ปี สภาพศพนอนเสียชีวิตอยู่ข้างกรงสุนัขมีบาดแผลถูกยิงด้วย อาวุธปืนไม่ทราบขนาด ที่หน้าท้อง 2 แผล ต้นขาด้านขวา 1 แผล และใกล้ที่เกิดเหตุพบหยดเลือดของผู้ตายและปลอกกระสุนปืนจำนวน 2 ปลอกและลูกกระสุนปืนที่ยังไม่ได้ยิงจำนวน 1 นัด ตกอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน ญาตินำตัวส่งโรงพยาบาลคลองหลวงไปก่อนแล้วทราบชื่อนางปิยานุช อายุ 51 ปี ถูกยิงที่สะโพกขวา 1 นัด

จากการสอบถามนางสาวปันชิกา อายุ 20 ปี หลานสาวผู้ตาย เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตาของตนเห็นสุนัขของนายโสพล ผู้ก่อเหตุ ถูกรถชนอยู่ที่ถนนและกลัวว่าจะโดนทับซ้ำจึงได้ไปอุ้มมาไว้ในบ้านแต่ คนร้ายกลับมาเห็น จึงกล่าวหาว่าตาของตนเอง เป็นคนขับรถชนหมา จึงมีปากเสียงกัน จังหวะนั้นยายของตนได้ออกมาเพื่อที่จะห้ามแต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมฟัง และใช้อาวุธปืนยิงจำนวน 3 – 4 นัดทำให้ตาเสียชีวิต ส่วนยายได้รับบาดเจ็บสาหัส

ขณะที่มือปืนซึ่งเป็นลูกเขยได้หลบหนีไปก่อนหน้านี้แล้ว ด้าน พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาภายในครอบครัว ทราบว่ามือปืนเป็นลูกเขยผู้ตาย ได้มีความบาดหมางกับผู้ตายมาก่อนหน้านี้แล้ววันนี้มาเจอผู้ตายกำลังอุ้มสุนัข ที่ถูกรถชน ทำให้คิดว่าผู้ตายขับรถชนเองจึงได้เกิดเหตุดังกล่าว ส่วนผู้เสียชีวิตล่าสุดได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อตรวจสอบ หาวิธีวิถีกระสุนปืนอีกครั้งหนึ่ง

ที่มา INN

สุดเศร้า! อดีตพยาบาลรุดช่วยคนเจ็บถูกรถชน เกิดอุบัติเหตุซ้อนถูกเก๋งชนดับ

พยาบาลสาวหวังช่วยผู้ประสบเหตุรถชนกลับต้องพลีชีพตัวเอง หลังโดนรถพุ่งชนซ้ำอย่างจัง

ตามที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊คนาม ปณวัฒน์ หอพัก ได้มีการโพสต์การเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนที่ถนนสาย 7 ตอน 2 ขาเข้าตัวเมืองชลบุรี หน้าร้านไทยชล หมู่ 7 ต.หนองข้างคอก อ.เมือง จ.ชลบุรี ช่วงกลางดึก ขณะที่มีรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฆร 5278 กทม.ประสบอุบัติเหตุชนกับแท่งแบริออร์ บนถนนสายดังกล่าว และมีนายศรัณย์นพ อายุ 29 ปี อยู่ ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี ติดอยู่ภายในรถ และมีพลเมืองดี ( ทราบภายหลังเป็นอดีตนางพยาบาล ) พยายามช่วยเหลือ ผู้ที่ติดอยู่ภายในรถ

ขณะนั้นได้มีรถเก๋งยี่ห้อฟอร์ด สีเขียว ทะเบียน ฉะเชิงเทรา มีชาวต่างชาติพบเป็นคนขับมาด้วยความเร็วสูง ไม่รู้ว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่ถนนข้างหน้า และมีพลเมืองดีกำลังช่วยเหลืออยู่ จึงพุ่งชนซ้ำเข้าอย่างจังจนเป็นเหตุให้ น.ส.นรินรัตน์ ธนาสิงห์ทอง อดีตพยาบาลโรงพยาบาลเอกชล 1 อ.เมือง จ.ชลบุรี ผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือเสียชีวิต

นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 คน ส่วนการเกิดเหตุในครั้งนี้ เนื่องมาจากถนนดังกล่าวกำลังปรับปรุง เพื่อเป็นด่านเก็บเงินช่วงชลบุรีไปพัทยา จึงได้มีการวางแท่งแบริเออร์ไว้จำนวนมาก หากผู้ใช้รถใช้ถนนไม่ชินทาง จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายโดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน นอกจากนี้ยังได้มีการแสดงความคิดเห็นว่า การปรับปรุงถนนควรติดไฟส่องสว่างให้เพียงพอ และมีการเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขด้วย

ส่วนในเรื่องของคดี คงต้องรอให้สามีของพยาบาลที่เสียชีวิตบำเพ็ญกุศลศพเสร็จก่อน ร้อยเวรฯ จะได้เชิญคู่กรณีมาสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อตั้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ที่มา  innnews.co.th