“ดีแทค” ผุดแอปพลิเคชันกรองเนื้อหา ช่วยพ่อแม่เลี้ยงลูกยุคดิจิทัล

“ดีแทค” ผุดแอปพลิเคชัน dtac Family Care ผู้ช่วยยุคดิจิทัล หวังช่วยพ่อแม่คัดกรองเนื้อหา ควบคุมการเล่นอินเทอร์เน็ตของลูก เผยสถิติเด็กเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในรอบ 5 ปี ชี้กว่าครึ่งเล่นอินเทอร์เน็ตทุกวัน

วันนี้ (14 มี.ค. 60) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ได้เปิดตัว แอปพลิเคชัน dtac Family Care โดยจากอัตราการขยายตัวของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตย่างก้าวกระโดด ทำให้ ดีแทค ในฐานะผู้บริการดิจิทัล ตระหนักถึงผลกระทบต่อเด็ก จากการใช้งานที่ไม่ถูกต้องและปลอดภัย จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชันร่วมกับ Smith Micro Software Inc (SMCI) ผู้ผลิตซอฟท์แวร์สัญชาติอเมริกา เพื่อดูแลคนในครอบครัวและเสมือนได้อยู่ใกล้ทุกเวลา

โดย แอปพลิเคชัน dtac Family Care แบ่งออกเป็น 6 ฟังก์ชันการใช้งาน ที่ช่วยให้ครอบครัวดูแลใกล้ชิดกันมากขึ้น ด้วยฟังก์ชันการใช้งานดังนี้

1. ดูแลการใช้งานโทรศัพท์ ด้วยการควบคุมการโทรออกและรับสาย โดยสามารถระบุเวลาในการใช้งานหรือกำหนดเบอร์ที่สามารถติดต่อได้

2. ดูแลการใช้งานโทรศัพท์ ด้วยการควบคุมการใช้แอปพลิเคชัน โดยสามารถระบุเวลาในการใช้งานหรือกำหนดเบอร์ที่สามารถติดต่อได้

3. ติดตามความปลอดภัยด้วยระบบระบุตำแหน่งที่อยู่แบบ Real-time

4. สร้างขอบเขตพื้นที่ปลอดภัย โดยหากสมาชิกในครอบครัวออกหรือเข้าพื้นที่ปลอดภัย ระบบจะส่งข้อความแจ้งทุกคนในครอบครัว

5. ส่งสัญญาณฉุกเฉินให้สมาชิกทุกคน เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

6. ติดตามโทรศัพท์ที่สูญหาย หรือ ป้องกันข้อมูลจากระยะไกล

ทั้งนี้ จากการสำรวจการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน พ.ศ.2559 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า เด็กอายุระหว่าง 6-14 ปี มีแนวโน้มการใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้น จาก 35.9% ในปี พ.ศ.2553 เป็น 61.4% ในปี พ.ศ.2559 โดยในกลุ่มเด็กที่ใช้อินเทอร์เน็ต 51.6% มีการใช้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และ 47.4% ใช้ทุกวัน ขณะที่ระยะเวลาที่ใช้อินเทอร์เน็ต เด็กส่วนใหญ่ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง

สะท้อนถึงพฤติกรรมเด็กที่เกิดมาในยุคดิจิทัล (digital native) กับการใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยเฉพาะปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว ติดเกมจนไม่ยอมรับประทานอาหาร หมกมุ่นอยู่กับอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา จนอาจนำไปสู่ปัญหาเด็กติดเกม พฤกติกรรมเสพติดความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สำหรับ กลุ่มเป้าหมายของผู้ใช้แอปพลิเคชัน dtac Family Care คือ พ่อแม่ ที่มีอายุระหว่าง 30-50 ปี มีลูกอายุระหว่าง 6-15 ปี เนื่องจากเป็นวัยที่เริ่มมีการถือครองโทรศัพท์ของตัวเองและเป็นช่วงที่พ่อแม่ยังสามารถควบคุมการใช้งานโทรศัพท์มือถือได้ เป็นจังหวะที่ดีในการสร้างวินัยในการใช้สมาร์ทโฟน ขณะที่เด็กอายุ 15 ปี ย่างเข้าสู่วัยรุ่น จะเริ่มมีความเป็นตัวของตัวเองและต้องการพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งจะยากต่อการสร้างวินัย ดังนั้นช่วงอายุ 13-15 ปี จึงเป็นช่วงที่เหมาะสมต่อการสร้างวินัยในการใช้อินเทอร์เน็ต

การดาวน์โหลดและผู้มีสิทธิใช้งาน

1. ผู้มีสิทธิใช้งาน ได้แก่ ลูกค้าดีแทคไตรเน็ต ทั้งระบบรายเดือนและเติมเงิน

2. ลูกค้าทุกคนทดลองใช้บริการฟรี 1 เดือน

3. เมื่อสมัครบริการรายเดือน 59 บาท/เดือน

4. ลูกค้า Share Package ใช้บริการฟรีตลอดอายุแพ็กเกจ

5. ลูกค้า Blue Member ใช้บริการฟรี 12 เดือน

เตือนคนอ้วน-ทหารเกณฑ์ ระวัง ‘ฮีทสโตรก’ ช่วงร้อนจัดเสี่ยงถึงตาย

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เตือนระวัง ‘ฮีทสโตรก’ หรือโรคลมแดดในช่วงฤดูร้อนอันตรายถึงเสียชีวิต 

วันนี้ 14 มี.ค. 60 ผู้สื่อข่าว จ.เชียงใหม่ รายงานว่าสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวที่ จ.เชียงใหม่ ล่าสุดช่วงกลางวันร้อนจัดอุณหภูมิ 38 – 40 องศาเซลเซียส ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาระบุตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน จะมีอากาศร้อนอบอ้าวและร้อนจัดในบางพื้นที่โดยอุณหภูมิสูงสุดอาจจะสูงถึง 42-43 องศาเซลเซียส

ล่าสุด ร้อยเอกภูรีวรรธน์ โชคเกิด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ออกมาเตือนประชาชนให้ระวังเกิดโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heat Stroke) ซึ่งมีอันตรายอย่างรุนแรงอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต เนื่องมาจากจากการทำงานที่ผิดปกติของระบบสมอง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง
6 กลุ่ม ได้แก่ 1.ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด เช่น ทหารที่เข้ารับการฝึกใหม่และผู้ที่ออกกำลังกายกลางแดด 2.เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบและผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดี เท่าคนหนุ่มสาว 3.ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งมีปัญหาการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดเดิมอยู่แล้ว 4.คนอ้วน 5.ผู้ที่อดนอนโดยร่างกายของคนอ้วนและผู้ที่อดนอนจะตอบสนองต่อความร้อนที่ได้รับช้ากว่าปกติ
โดยเฉพาะในคนอ้วนจะมีไขมันใต้ผิวหนังมาก ไขมันจะเป็นฉนวนกันความร้อน ร่างกายจะสามารถเก็บความร้อนได้ดี และระบายความร้อนออกได้น้อยกว่าคนทั่วไป จึงเกิดปัญหาได้ง่าย และ 6.ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

สาเหตุที่เกิดโรคลมแดด ก็เพราะว่า ปกติร่างกายของมนุษย์มีอุณหภูมิอยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส หากร่างกายเผชิญกับอากาศที่ร้อนกว่านี้และไม่สามารถปรับลดอุณหภูมิได้ อาจเกิดโรคลมแดดหรือฮีทสโตรก (Heat Stroke) ซึ่งมีอันตรายอย่างรุนแรง อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตจากการทำงานที่ผิดปกติของระบบสมอง หากได้รับการรักษาได้อย่างทันท่วงทีก็จะสามารถช่วยรักษาชีวิตได้และลดความพิการได้อย่างมาก

ในช่วงที่อากาศร้อนจัด นายแพทยท์สาธารณสุขจังหวัดเชียงหใม่ แนะนำให้ประชาชนสวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อน ไม่หนา ระบายความร้อนได้ดี ลดทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงกลางแจ้ง ดื่มน้ำมากกว่าปกติ เพื่อให้ร่างกายปรับอุณหภูมิให้คงที่และชดเชยการเสียน้ำในร่างกายจากเหงื่อออก น้ำจะเป็นตัวควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้อยู่ในระดับปกติ ปรับตัวสู้กับอากาศร้อนได้ดีขึ้น

‘ศรีวราห์’ เผยรู้คนแทง ‘น้องปอนด์’ แล้ว แจ้งข้อหา 16 โจ๋ ซ่องโจร

รอง ผบ.ตร. สอบปากคำ 16 โจ๋คดีไขควงแทง “น้องปอนด์” น.ศ.ศิลปากร เผย รู้มือแทงแล้ว แจ้งข้อหาซ่องโจร ขู่ฟันหากโยงลูกนักการเมือง 

วันนี้(14 มี.ค.) พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายังกองปราบปราม เพื่อเข้าร่วมการสอบปากคำ 16 ผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุใช้ไขควงแทงศีรษะ นายธีระพงษ์ ฐิตะฐาน นักศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร จนเสียชีวิต โดยรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุก่อนเข้าสอบปากคำ ว่า ล่าสุด ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาฐานซ่องโจรกับผู้ต้องหาทั้งหมด เพิ่มจากข้อหาร่วมกันฆ่า และร่วมฆ่าโดยเจตนา

จากการสอบสวนของพนักงานสอบสวนกองปราบตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา 1 ในผู้ต้องหา ได้ให้การรับสารภาพแล้วว่าเป็นผู้ใช้ไขควงแทงศีรษะนายธีระพงษ์ และจากนี้จะต้องพิจารณาผลการสอบสวนการรับสารภาพก่อนคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แต่คาดว่าเบื้องต้น ไม่ใช่ภายในวันนี้

ขณะที่ ผู้ต้องหารายอื่นจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดา โดยจะพิจารณาเอกสารหลักฐานที่มารดาของผู้เสียชีวิตยื่นคำร้องขอคัดค้านการประกันตัวและผลการสอบสวนรวมถึงประเด็นการข่มขู่ครอบครัวผู้เสียชีวิตก่อน ว่าจะคัดค้านประกันหรือไม่ และขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบบุคคลใดเข้าไปเกี่ยวข้อง รวมไปถึงหลานของนักการเมืองก็จะมีการออกหมายจับดำเนินคดีทันที

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าผู้ต้องหาที่ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมืใช้ไขควงแทงศีรษะ นายธีระพงษ์ คือ นายเดชาธร หรือไบร์ท (ขอสงวนนามสกุล) ลูกชาย ของรองผู้กำกับการ สภ.แห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์