กรมชลประทาน จัดรถบรรทุกน้ำ-เครื่องสูบน้ำ เตรียมรับมือภัยแล้ง

กรมชลประทาน เตรียมรับสถานการณ์ภัยแล้ง จัดรถบรรทุกน้ำ 295 คัน พร้อมเครื่องสูบน้ำ 1,900 เครื่อง ช่วยเหลือเกษตรกร

นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้น โดยการจัดเตรียมรถบรรทุกน้ำและเครื่องสูบน้ำ กระจายอยู่ในพื้นที่โครงการชลประทานทั่วประเทศ ดังนี้ รถบรรทุกน้ำ 295 คัน แยกเป็นภาคเหนือ 55 คัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 90 คัน ภาคกลางรวมภาคตะวันออกและตะวันตก 114 คัน และภาคใต้ 36 คัน

ปัจจุบันมีรถบรรทุกน้ำออกปฏิบัติไปการแล้ว 33 คัน สำหรับเครื่องสูบน้ำ ได้จัดเตรียมไว้ทั้งสิ้น 1,900 เครื่อง แยกเป็นภาคเหนือ 280 เครื่อง ภาคตะวันตะวันออกเฉียงเหนือ 374 เครื่อง ภาคกลางรวมภาคตะวันออกและตะวันตก 395 เครื่อง ภาคใต้ 191 เครื่อง และสำรองไว้ที่ส่วนกลางอีก 660 เครื่อง ปัจจุบันมีเครื่องสูบน้ำออกปฏิบัติการแล้ว 206 เครื่อง

นอกจากนี้ ยังได้ประสานกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตรอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อนที่มีน้ำน้อย และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ที่แห้งแล้ง โดยจะใช้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ที่ประจำอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศ จำนวน 8 หน่วยปฏิบัติการ กับอีก 5 ศูนย์ปฏิบัติการ

โดยในปัจจุบันยังได้เพิ่มศูนย์ปฏิบัติในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดบุรีรัมย์อีก 1 แห่ง เพื่อเติมน้ำให้กับเขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนมูลบน เขื่อนลำแชะ และเขื่อนลำตะคอง ตลอดในช่วงฤดูแล้งนี้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมชลประทาน ได้สนองนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ให้ดูแลเกษตรกรให้ดีที่สุด และให้เกษตรกรเดือดร้อนน้อยที่สุดเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้

อุตุฯ เตือน!! เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน ช่วงวันที่ 14-19 มี.ค.นี้

อุตุฯ ประกาศเตือนพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 1 ช่วงวันที่ 14-19 มี.ค.นี้ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 13 มี.ค.2560 ระบุในช่วงวันที่ 14-19 มีนาคม 2560 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆดังนี้

วันที่ 14-15 มีนาคม 2560 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก วันที่ 16-19 มีนาคม 2560 บริเวณที่เกิดพายุฤดูร้อนจะเพิ่มมากขึ้น และครอบคลุมบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง แล้วอากาศจะคลายความร้อนลง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาถึงประเทศจีนตอนกลางแล้ว และจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ในช่วงวันที่ 14-19 มีนาคม 2560 ขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ประกอบกับในช่วงวันที่ 16-19 มีนาคม 2560 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

ส่วนกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

พายุฝนฤดูร้อนถล่มปทุมธานี พัดหลังคาบ้าน-ต้นไม้เสียหายหนัก

พายุฝนฤดูร้อนถล่มจังหวัดปทุมธานี พัดหลังคาบ้านและต้นไม้เสียหายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เตรียมลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน 

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีพายุฝนฤดูร้อนพัดหลังคาบ้านและต้นไม้เสียหายเป็นจำนวนมาก ที่บริเวณ ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ที่เกิดเหตุพบ นางถวิล พัฒคุ้ม อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่19/2 ม.8 ต.คลองสี่อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมามีฝนตกและพายุมาอย่างแรง พัดหลังคากระเบื้องที่บ้านเสียหายจำนวนหนึ่ง จึงเข้าไปหลบในห้องพอออกมาก็เจอกับหลังคาบ้านพังเสียหาย

ขณะที่ นายสมนึก ตุ้มโหมด อายุ 48 ปี เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนเองไม่อยู่บ้าน แต่พอกลับมาถึงบ้านต้องพบกับสภาพบ้านที่หลังคาพังลงมาเป็นจำนวนมาก ด้าน นางประเทือง วงศ์แจ้ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสี่ กล่าวว่า พายุฝนฤดูร้อนพัดมาทางหมู่ที่ 6 ถึงหมู่ที่ 9 ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ทำให้ต้นไม้ล้มขวางถนน แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้นำออกไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีหลังคาบ้านของประชาชนจำนวน 20 หลังคาเรือนถูกพายุพัดได้รับความเสียหาย

ซึ่งขณะนี้ ตนเองได้ลงมาดูพื้นที่ พร้อมกับให้ความช่วยเหลือประชาชน นอกจากรี้ยังมีท่อน้ำประปาและหลังคากระเบื้องของโรงเรียนวัดเขาย้อย เสียหายจำนวนหนึ่งซึ่ง พรุ่งนี้ทางเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลคลองสี่จะได้ลงมาตรวจสอบความเสียหายพร้อมกับให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกคน