ขนส่งฯลงดาบสหกรณ์แท็กซี่ ถอนใบอนุญาตคนขับไล่ผู้โดยสาร

กรมการขนส่งทางบกได้มีหนังสือไปยังสหกรณ์สหมิตรแท็กซี่ พร้อมเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะของแท็กซี่ฉาวแล้ว

จากกรณีโลกออนไลน์ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอแท็กซี่สาวรายหนึ่งแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งด่าทอ และยังผลักผู้โดยสารลงจากรถ ล่าสุดกรมการขนส่งทางบกได้มีหนังสือไปยังสหกรณ์สหมิตรแท็กซี่ พร้อมเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะของแท็กซี่ฉาวคันดังกล่าวแล้ว

โดยทางด้านกองตรวจการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบ พบว่า แท็กซี่คันดังกล่าว หมายเลขทะเบียน ทร-2195 กรุงเทพมหานคร ผู้ประกอบการคือ สหกรณ์สหมิตรแท็กซี่ จำกัด ผู้ขับรถคันดังกล่าวชื่อ นางผุสดี อัญชัญภาติ มีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ สิ้นอายุไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2558

จากการตรวจสอบประวัติ พบว่านางผุสดี มีพฤติกรรมการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง กองตรวจการขนส่งทางบก จึงลงโทษทั้งสหกรณ์สหมิตรแท็กซี่ และนางผุสดี ผู้ขับรถ ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 โดยเปรียบเทียบปรับสหกรณ์สหมิตรแท็กซี่ ในอัตราสูงสุด 5,000 บาท และเพิกถอนทะเบียนรถแท็กซี่ หมายเลข ทร- 2195 กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งระงับการให้เพิ่มรถเป็นเวลา 6 เดือน

ส่วนนางผุสดี ผู้ขับรถ ได้แจ้ง 4 ข้อหา คือ ฝ่าผืนข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัย ในการรับจ้าง กระทำการให้ผู้โดยสารลงจากรถก่อนถึงจุดหมาย แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ขับรถในขณะใบอนุญาตสิ้นอายุ ซึ่งมีค่าปรับรวม 9,000 บาท พร้อมเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะของนางผุสดี และขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัว

‘ทักษิณ’ ส่งทนายฟ้อง “เปลว สีเงิน – TNEWS” ข้อหาหมิ่นประมาท

‘ทักษิณ’ อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งทนายแจ้งความดำเนินคดี “เปลว สีเงิน – สำนักข่าว TNEWS” ในข้อหาหมิ่นประมาท

วันที่ 30 มีนาคม 2560 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี (ปอท.) นายชุมสาย ศรียาภัย ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก นายทักษิณ ชินวัตร ได้เข้าร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี กับ เปลว สีเงิน และ สำนักข่าว TNEWS ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

โดย นายชุมสาย เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา กรณีของ เปลว สีเงิน ได้มีการเขียนบทความในคอลัมน์คนปลายซอย กล่าวหาว่า นายทักษิณ ชินวัตร มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีหุ้น ชินคอร์ป และกล่าวหาว่าข้าราชการทำตามคำสั่งของ นายทักษิณ ที่ไม่ประเมินและเรียกเก็บภาษี ทั้งที่เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะการเรียกเก็บภาษีได้ยุติไปแล้ว มิฉะนั้นคงไม่มีการปล่อยให้เรื่องผ่านมาหลายรัฐบาลเป็นแน่

ส่วนการดำเนินคดีกับ สำนักข่าว TNEWS เป็นการกล่าวหา นายทักษิณ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการของโกตี๋ และนายจารุพงศ์ โดยขอให้ดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการลงโฆษณาและเผยแพร่ข้อความ รวมถึงเพจเฟซบุ๊กที่ชื่อ “ปราชญ์ สามสี” ซึ่งเป็นผู้เริ่มต้นในการเขียนข้อความอันเป็นการใส่ร้ายดังกล่าวด้วย ส่วนข้อหาที่ขอให้ดำเนินคดี คือความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) (5) และมาตรา 15 อย่างไรก้ตาม ขอเตือนไปยังผู้ที่คิดจะเขียนหรือส่งต่อข้อความในลักษณะใส่ร้าย ต่อนายทักษิณ ฯ ว่าขอให้ยุติเพราะหากกระทำการอันเข้าข่ายเป็นความผิดก็จะมีการดำเนินคดีทุกคน ทั้งผู้สร้างหรือผู้ส่งต่อข้อความ

บิีกป้อม ไม่แคร์ คนต้านซื้อเรือดำน้ำ มั่นใจทันงบปี 60

พล.อ.ประวิตร มั่นใจซื้อเรือดำน้ำไม่เกินปีงบประมาณ 60 ไม่สนถูกต้าน เหตุเป็นความต้องการของกองทัพ และดำเนินการตามขั้นตอน

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (29 มี.ค. 60) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่มีคนบางส่วนไม่เห็นด้วยกับการเดินหน้าจัดซื้อเรือดำน้ำของรัฐบาลว่า กระแสการต่อต้านการจัดซื้อเรือดำน้ำดังกล่าว ไม่ได้ส่งผลให้เกิดความหวั่นไหว เพราะตนเคยชี้แจงและอธิบายมานานแล้วกว่า 10 ปี อีกทั้งการดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง ทั้งนี้ยืนยันว่าทำตามความต้องการของเหล่าทัพ ตามแผนพัฒนาของเหล่าทัพและเป็นการใช้งบประมาณของเหล่าทัพเองในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณล

ส่วนขั้นตอนการจัดซื้อนั้น  ขณะนี้เรื่องอยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมยังไม่ถึงมือตน เพราะสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจะเป็นผู้พิจารณาในเรื่องรายละเอียดทั้งสัญญารวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่กองทัพดำเนินการมาว่าถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ และยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องเร่งรัด เนื่องจากทำวันนี้เรือดำน้ำก็ไม่ได้พรุ่งนี้ ส่วนปัญหาเรื่องงบประมาณนั้นสามารถยืดเวลาออกไปได้ แต่ไม่ให้เกินปีงบประมาณ2560