โลกโซเชียล ขอแชร์ เพื่อเตือนภัยแก๊งปาหิน ที่ลำปาง ก่อเหตุกลางดึก ช่วงถนนเปลี่ยวติดต่อระหว่างอำเภอ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดลำปาง เมื่อวันที่12มีนาคม ภายหลังจากมีผู้ใช้เฟสบุคชื่อ Siwadol ThongrakLampang ซึ่งเป็นสมาชิกเพจเฟสบุคชื่อLampang city มีสมาชิกหนึ่งแสนกว่าคน ได้ลงภาพรถยนต์เก๋งที่ถูกปาก้อนหิน ใส่รถทำให้ขอบกระจกหน้ารถ มีรอยแตกร้าว โดยมีข้อความว่า “ผมไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์การนี้กับครอบครัวของผมเอง ขอแชร์สิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวผมที่อยู่ลำปาง ข้อความจากพ่อผมในไลน์”ผมขอเตือนผู้ที่ใช้รถใช้ถนนพื้นที่ อ.เสริมงามโปรดระวังพวกแก๊งค์ปาหินหรือขว้างกระจกรถครับ คือคืนวันที่10มี.ค.2560 เวลา 22.30 น.ผมและภรรยาไปธุระที่ อ.เสริมงามมา ผมเป็นคนขับโดยมีรถจักรยานยนต์วิ่งสวนทางมาและได้ทำการปาหินใส่รถผมดีว่าผมขับอย่างมีสติรถไม่เสียหลักแฉลบลงหรือพลิกคว่ำแต่อย่างใดไม่งั้นพวกมัน(จักรยานยนต์)คงพากันมารื้อค้นทรัพย์สินในรถผมแน่ครับทีแรกผมว่าจะไม่แชร์แล้วครับแต่มีหลายๆคนต้องการอยากให้แชร์จุดที่ผมโดนคือเลยร้านอาหารหนึ่งลัคกี้คาราโอเกะ อ.เสริมงาม จ.ลำปาง(ขออนุญาตพาดพิงเพื่อชี้พิกัด) มุ่งหน้ามาทางบ้านนาแก้ว อ.เกาะคา จ.ลำปาง ประมาณหนึ่งกิโลเมตรครับ “

จึงฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนน เพื่อทราบโดยทั่วกัน ปล.สำหรับท่านที่ต้องการแชร์ต่อ ตามนี้นะครับ โดยภายหลังจากมีการโพสต์ทั้งภาพและข้อความในเฟสLampang city ได้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นและมีการแชร์ กันอย่างมากมาย และมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็น ในเรื่องการเตือนภัยสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางใช้ถนนเส้นดังกล่าว ในช่วงกลางคืนให้ได้ระมัดระวังเป็นพิเศษ กรณีดังกล่าวถือว่ายังโชคดี ที่ก้อนหินไม่ถูกตรงกลางกระจกหน้ารถจึงไม่ได้รับอันตราย และยังมีการแนะนำให้มีการติดตั้งกล้องหน้ารถ เผื่อเกิดเหตุการณ์ร้าย กล้องจะได้บันทึกภาพคนร้ายที่จะก่อเหตุ เพื่อเป็นหลักฐานให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ติดตามตัวเพื่อดำเนินคดีได้
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พ.ต.ท.อาจหาญ ทุ่งเก้า รอง.ผกก.สอบสวน รักษาการ ผกก.สภ.เสริมงาม และ พ.ต.อ.กันตพัฒน์ เนติพิชยาพงษ์ ผกก.สภ.เกาะคา ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่เกิดเหตุ และเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวติดต่อกันของทั้ง สองสภ. ทราบว่าจากการตรวจสอบ ทางพนักงานสอบสวน ที่เข้าเวรวันดังกล่าว จนถึงวันนี้ ยังไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความคดีเกี่ยวกับถูกปาหินแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงไม่ทราบเรื่อง ทั้งนี้หากผู้เสียหายต้องการที่ดำเนินคดี ก็สามารถเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้ก่อเหตุ เพื่อที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้สอบสวนและดำเนินการตรวจสอบ หาผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป….


