เล็งงดจัดประกวดนางสงกรานต์

คณะกรรมการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ เล็งงดจัดประกวดนางสงกรานต์

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ว่า แถลง ว่า ที่ประชุมได้รับทราบการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งพบว่ามีจำนวนประชาชนน้อยลง ทำให้ระยะเวลาในการรอเข้าถวายสักการะ ไม่เกิน 1 ชั่วโมง และเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่จัดเตรียมอาหารเพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชนนั้น ทำได้สะดวกขึ้น เพราะได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย

อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือประชาชนในเรื่องการแต่งกาย โดยขอให้แต่งกายสุภาพเรียบร้อยเพื่อให้สมพระเกียรติ เพราะตอนนี้พบว่ามีประชาชนบางส่วนแต่งกายไม่เหมาะสม โดยสวมกระโปรงสั้นหรือมีเนื้อผ้าบาง แม้จะผ่านจุดคัดกรองเข้าไปแล้ว แต่ก็อาจถูกเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังกันออกมาได้

ประชุมในครั้งนี้ยังมีประเด็นการหารือถึงการเตรียมความพร้อมพื้นที่ท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือสำหรับเตรียมจัดพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญที่จะมีในเดือน พ.ค.นี้ รวมถึงการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ในเดือน เม.ย.นี้ โดยตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้ เจ้าหน้าที่จะย้ายเต๊นท์พักคอยและห้องน้ำไปใช้พื้นที่บริเวณพระแม่ธรณีบีบมวยผม ฝั่งศาลฎีกา

อย่างไรก็ตามเทศกาลสงกรานต์ยังสามารถจัดได้โดยให้มีรูปแบบการสืบสานวัฒนประเพณีของไทย และอาจขอความร่วมมือให้งดจัดการประกวดนางสงกรานต์ ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมกำลังพิจารณารายละเอียดเพื่อนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ต่อไป

สถานทูตไทยในเกาหลี เตือนคนไทยเลี่ยงม็อบในกรุงโซล

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล เตือนคนไทยเลี่ยงเหตุจราจลในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

วันนี้ (11 มี.ค.) สำนักข่าวท้องถิ่นต่างประเทศ รายงานเหตุปะทะกันระหว่างประชาชนฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลเกาหลีใต้ ที่มาชุมนุมด้านหน้าศาลรัฐธรรมนูญในกรุงโซล กับเจ้าหน้าที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน ขณะที่ตำรวจปราบจลาจลในชุดเกียร์ราว 20,000 นายพร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูง กระจายกำลังปิดกั้นเต็มพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ศาล และระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจรอบกรุงโซล เพื่อสกัดความพยายามระดมพลประท้วงครั้งใหญ่ของทุกฝ่าย

หลังจากวานนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้พิพากษาถอดถอนประธานาธิบดี ปาร์คกึน-เฮ พ้นจากตำแหน่งแล้วส่งผลให้กลุ่มต่อต้านรัฐบาลราว 3,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัยรุ่นไปจนถึงวัยกลางคน พากันโห่ร้องอย่างยินดีขณะชมการถ่ายทอดสดการอ่านคำตัดสินของศาล ซึ่งเหตุความไม่สงบจากกลุ่มต่อต้านรัฐบาลได้สิ้นสุดลงแล้ว ขณะที่ฝ่ายสนุบสนุนยังเดินหน้าประท้วงต่อไป

ทั้งนี้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล จึงขอให้ประชาชนชาวไทยในสาธารณรัฐเกาหลีหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีการชุมนุมและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากประสงค์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อหมายเลข Hotline ของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล (โทร. 010-6747-0095)

ที่มา  cnn

ชาวม้ง-ปกาเกอะญอ ทำพิธีสาปแช่งคนเผาป่าดอยอินทนนท์

ชาวม้ง-ปกาเกอะญอ ทำพิธีสาปแช่งคนเผาป่าดอยอินทนนท์ ที่หน่วยจัดการต้นน้ำแม่กลาง ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรมงานรวมพลังมวลชนป้องกันไฟป่าและหมอกควันอินทนนท์ครั้งที่ 19 ที่ฝ่ายปกครองอำเภอจอมทอง องค์กรเครือข่ายลุ่มน้ำแม่กลาง และ ชาวบ้านในชุมชนนำร่อง 6 หมู่บ้าน 18 หย่อมบ้าน ในตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง ร่วมกันจัดขึ้น

ขณะที่ตัวแทนชุมชนชาวปกาเกอะญอและชาวม้งจาก 18 หย่อมบ้าน ในตำบลบ้านหลวงซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้ร่วมกันประกอบพิธีสาปแช่งให้ผู้ที่ลักลอบเผาป่าเกิดความเกรงกลัว โดยนำเอาความเชื่อของคนทั้งสองชนเผ่า ที่เชื่อกันว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกป้องรักษาป่ามาประกอบพิธี พร้อมกับยังเป็นการสร้างจิตสำนึกที่ดีต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อม ๆ กัน

สำหรับพิธีสาปแช่งผู้ที่ลักลอบเผาทำลายป่าของชาวไทยภูเขาเผ่าม้งและปกาเกอะญอ เกิดขึ้นจากปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้งเป็นประจำ โดยเฉพาะในปี 2541 ที่เกิดไฟป่ารุนแรง จนทำให้ดอยอินทนนท์ต้องสูญเสียผืนป่าไปถึง 8,752 ไร่ ตามมาด้วยวิกฤตขาดแคลนน้ำที่ขยายตัวไปถึงพื้นราบของอำเภอจอมทอง ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชุมชนพื้นราบกับชาวไทยภูเขาบนพื้นที่ต้นน้ำที่ไม่เข้าใจกันถึงสาเหตุของการเกิดไฟป่าในครั้งนั้น

ต่อมาหน่วยจัดการต้นน้ำแม่กลาง จึงร่วมกับชุมชนในพื้นที่จัดตั้งองค์กรเครือข่ายลุ่มน้ำแม่กลางตอนบน เพื่อเป็นองค์กรกลางร่วมกันระหว่างภาครัฐและชุมชนในการปกป้องดูแลป่า พร้อมกับสร้างจิตสำนักรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับคนในพื้นที่ โดยมีการจัดพิธีสาปแช่งผู้ที่เผาและทำลายป่าเป็นครั้งแรกในปี 2542 และจัดกิจกรรมนี้เป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบันเป็นประจำทุกปี