โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘แมนรัตน์’ นั่งผู้ว่าฯ อุทัยธานี ‘ประภัสสร์’ นั่งผู้ว่าฯ สมุทรสาคร

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “แมนรัตน์” นั่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี – “ประภัสสร์” นั่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือน ความว่า มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงมหาดไทย พ้นจากตําแหน่ง และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จํานวน 2 ราย ดังนี้

1. นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ พ้นจากตําแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี

2. นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ พ้นจากตําแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560

ผู้รับสนองพระราชโองการ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

พบกระดูกและเศษชิ้นเนื้อ เร่งพิสูจน์เป็นของนักท่องเที่ยวสาวหรือไม่

ทีมค้นหาใต้ทะเลพบกระดูกและเศษชิ้นเนื้อนำไปพิสูจน์ว่าเป็นของนักท่องเที่ยวสาวหรือไม่

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา จนกระทั้งเย็นทีมค้นหาเพื่อหาหลักฐานของแหม่มสาวรัสเซีย บนเกาะเต่า ได้รับรายงานจาก พันตำรวจโทโชคชัย สุทธิเมฆ สารวัตรใหญ่ สภ.เกาะเต่า เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ นายอำเภอเกาะพะงัน นายกเทศบาลตำบลเกาะเต่า ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจน้ำ ตำรวจท่องเที่ยว กู้ภัยเกาะเต่า และผู้ประกอบการ ธุรกิจดำน้ำ ได้ทำการ ค้นหา ทั้งทางบกและทางน้ำ จำนวน 2 จุดคือ จุดดำน้ำหน้าวิวพ้อยรีสอร์ท และ ถ้ำใต้น้ำบริเวณหน้าแหลมตาโต๊ะ

ซึ่งทั้ง 2 จุด อยู่บริเวณใกล้เคียงอ่าวโฉลกบ้านเก่า หมู่ 3 ตำบลเกาะเต่า ซึ่งทีมค้นหาใต้ทะเลตรวจพบเศษกระดูก และชิ้นเนื้อบริเวณอ่าวโฉลกบ้านเก่า ซึ่งตรงข้ามกับเจพีรีสอร์ท และอยู่ห่างจากชายฝั่งประมาณ 400 เมตร ด้วยความลึก 4 ถึง 5 เมตร แต่ไม่พบอุปกรณ์การดำน้ำอย่างอื่นซึ่ง พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า สิ่งที่พบในครั้งนี้ต้องนำหลักฐานที่พบทั้งหมด ส่งต่อศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 เพื่อตรวจสอบหาความชัดเจนต่อไป ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ตอนนี้ว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นของ น.ส.วาเลนติน่า โนวาชเฮโนว่า(Valentina Novozhenova) อายุ 23 ปี สัญชาติรัสเซีย หรือไม่

ขนส่งลุยจับ “อูเบอร์” พื้นที่เมืองพัทยา

ขนส่งลุยจับ “อูเบอร์” พื้นที่เมืองพัทยา ยันใช้รถผิดประเภทตาม พ.ร.บ.รถยนต์ ปรับ 2,000 บาท ก่อนปล่อยตัวเข้าอบรมที่กรมการขนส่งทางบก

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา นายศักดิ์สิทธิ์ บุญสง่า เจ้าพนักงานขนส่งชำนาญงาน กรมการขนส่งทางบก นำทีมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานขนส่งชลบุรี สาขาบางละมุง เข้าทำการล่อซื้อจับกุมกลุ่มรถรับจ้างในนาม “อูเบอร์”(UBER) บริเวณตลาดลานโพธ์ นาเกลือ โดยสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้จำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นการดำเนิน คดีตามพระราชบัญญัติรถยนต์ ข้อหานำรถยนต์ส่วนบุคคลมารับจ้าง หรือใช้รถผิดประเภท มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท พร้อมทำทะเบียนประวัติผู้รับจ้างหรือคนขับ โดยหากพบว่ามีการกระทำผิดซ้ำซาก อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์

นายศักดิ์สิทธิ์ บุญสง่า เจ้าพนักงานขนส่งชำนาญงาน กรมการขนส่งทางบก เผยว่ากรมการขนส่งทางบก ได้รับแจ้งจากผู้หวังดีให้ดำเนินการจับกุมรถอูเบอร์ รวมถึงรถต่างๆที่มีการนำมาใช้งานอย่างผิดประ เภท ทั้งนี้เพื่อเป็นการจัดระเบียบการให้บริการรถสาธารณะตามนโยบาบยของรัฐบาล โดยการจับกุมในครั้งนี้พบผู้กับทำความผิด 2 ราย ก่อนทำการบันทึกปากคำ และเปรียบเทียบปรับตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ในข้อหาใช้รถไม่ตรงตามประเภทที่ได้จดทะเบียนไว้ ตามมาตรา 21 ประกอบมาตรา 60 เปรียบ เทียบปรับในอัตราโทษสูงสุด เป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท พร้อมทั้งดำเนินการปรับทัศนคติ และอบรมข้อกฎหมายเป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมงที่กรมการขนส่งทางบก กรุงเพทมหานครต่อไป นอกจากนี้ได้ทำการบัน ทึกและจัดทำประวัติผู้กระทำความผิดไว้ เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการพักใช้ เพิกถอนใบอนุญาตขับรถต่อไป หากมีการกระทำผิดซ้ำอีก