เผยคลิปเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ถูกญาติผู้ป่วยตบหัว โร่ร้องสื่อ หวั่นถูกทำร้ายซ้ำ

เผยคลิปเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล จ.ตรัง ถูกญาติผู้ป่วยตบศีรษะ โร่ร้องสื่อ หวั่นถูกทำร้ายซ้ำ ยกเป็นกรณีตัวอย่าง

วานนี้(8 มี.ค.) นายทศพล ชุมนวน เจ้าหน้าที่เวชกิจฉุกเฉิน โรงพยาบาลตรัง ได้เผยคลิปกล้องวงจรปิด ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา เวลา 17.20 น. ตนได้ทำงานอยู่ตามปกติ จู่ๆ มีคนเข้ามาทำร้าย ทราบภายหลังว่าไม่พอใจที่ไม่ให้เข้าไปเยี่ยมญาติภายในห้องฉุกเฉิน และตอนที่เข้ามาทำร้ายได้มีการเปิดเสื้อ ให้ดูรอยสัก และจู่โจมเข้ามาตบศีรษะ 2 ครั้ง ทำให้ตนเกิดความกังวล ถ้ามีอาวุธ จะแย่ขนาดไหน ซึ่งตนก็ขอยืนยันว่าตอนนั้นไม่ได้พูดจาไม่ดีเลย เพราะว่าเพิ่งรับเวร ไม่ได้อารมณ์เสียอะไร

นายทศพล เล่าว่า ญาติผู้ป่วยรายหนึ่งทำร้ายร่างกายโดยการตบที่ศีรษะจำนวน 2 ครั้ง หลังไม่พอใจที่ไม่ให้เข้าห้องฉุกเฉิน แต่ญาติยืนยันที่จะเข้าไป ตนจึงพูดกับน้องเจ้าหน้าที่อีกคนว่า ถ้างั้นก็ให้เข้าไป เพราะห้ามไม่ได้ หลังเกิดเหตุตนรู้สึกหวาดกลัวหวาดระแวง กลัวจะมาทำร้ายซ้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่กลัวที่สุด เพราะไม่ได้รู้จักกันมาก่อน ไม่เคยบาดหมางอะไรกันมาก่อน

ทั้งนี้ ได้ฝากในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่เข้าใจ เพราะเห็นคนป่วยคนเจ็บมาเยอะ เห็นใจ ที่มีญาติป่วยแล้วเข้าโรงพยาบาล แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีแบบแผนปฏิบัติจากนโยบายของผู้บริหาร และที่ให้ญาติรอด้านหน้า เพื่ออำนวยความสะดวกกับผู้ป่วยที่อยู่ในห้อง หากญาติเข้าไปเต็ม แพทย์ พยาบาลทำงานลำบาก ก็จะตกอยู่กับผู้ป่วย ทางเจ้าหน้าที่ก็เห็นใจอยากจะช่วยให้เต็มที่ แต่ทางญาติก็ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่เหมือนกัน เพราะหากมีอะไรก็มีการแจ้งอยู่แล้ว

ส่วนการที่ตนไปแจ้งความนั้นก็ไม่ได้อยากจะเอาเรื่องหรือดำเนินคดีใดๆ แต่อยากให้เป็นอุทาหรณ์ว่าการที่มาทำร้ายเจ้าหน้าที่ ด้วยการมีอาวุธหรือไม่มีอาวุธก็แล้วแต่ ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช้อาวุธ มันเป็นสิ่งที่ไม่สมควร ซึ่งหากมีอะไรก็คุยกัน หรือช่องทางอื่น ร้องเรียนอะไรก็สุดแล้วแต่ในทางคดีความทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเรียกตัวผู้กระทำความผิด เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว และในอีกมุมหนึ่งก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกมาดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีก เพราะบางเหตุการณ์เราห้ามไม่ได้ แต่เราสามารถป้องกันได้ ลดการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับญาติคนไข้ และตนหวังว่าคงจะได้รับความเป็นธรรมจากทุกฝ่าย เห็นใจในมุมของผู้ถูกกระทำ

กลุ่มไอเอส บุกโจมตีโรงพยาบาลในอัฟกานิสถาน

สมาชิกกลุ่ม IS ปลอมตัวเป็นแพทย์บุกเข้าโจมตีโรงพยาบาลทหารในเมืองหลวงของอัฟกานิสถาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 30 คน

เจ้าหน้าที่อัฟกานิสถาน ระบุว่า สมาชิกกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ IS จำนวน 3 คน ปลอมตัวเป็นแพทย์บุกเข้าไปโจมตีโรงพยาบาล “ซาร์ดาร์ โมฮัมหมัด ดาอุด ข่าน” ซึ่งเป็นโรงพยาบาลทหารที่ตั้งอยู่ในกรุงคาบูล ของอัฟกานิสถาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 30 คน และได้รับบาดเจ็บร่วม 50 คน

มีรายงานว่า คนร้ายที่ปลอมตัวเข้าไปในโรงพยาบาล พกทั้งอาวุธปืนและระเบิด โดยเริ่มจากการก่อเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณประตูทางเข้า จากนั้นก็เปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและผู้ป่วย

ขณะที่หน่วยคอมมานโด ที่บุกเข้าไปจากทางดาดฟ้าของโรงพยาบาลเพื่อจัดการกับคนร้ายด้านใน ต้องใช้เวลานานกว่า 6 ชั่วโมง จึงสามารถสังหารคนร้ายทั้งหมดได้สำเร็จ

ด้านกลุ่ม IS ออกมาอ้างความรับผิดชอบในการก่อเหตุครั้งนี้ ส่วนกลุ่มก่อการร้ายตอลีบานปฏิเสธความเกี่ยวข้อง

ขณะที่ ประธานาธิบดีอาชราฟ กาห์นี ของอัฟกานิสถาน ออกมาประณามผู้ก่อเหตุครั้งนี้ว่า เป็นการเหยียบย่ำคุณค่าความเป็นมนุษย์ เนื่องจากคำสอนในทุกศาสนาระบุให้โรงพยาบาลถือเป็นสถานที่ปลอดภัย การโจมตีโรงพยาบาลในครั้งนี้ จึงถือเป็นการโจมตีชาวอัฟกานิสถานทุกคน

หล่อใสมาก ! ลูกชาย คิม จอง นัม เปิดเผยตัวตนผ่าน Youtube

วัยรุ่นชายที่แสดงตัวเป็นลูกของนายคิม จอง นัม ปรากฏตัวบนยูทูป พร้อมระบุว่าเขาและครอบครัวปลอดภัยดี ขณะที่นายกฯ มาเลเซียเผยยังไม่มีแผนตัดสัมพันธ์เกาหลีเหนือ

วัยรุ่นชายที่ปรากฎตัวอยู่ในภาพวิดีโอนี้ ซึ่งถูกเผยแพร่ลงบนเว็บไซต์ยูทูป อ้างว่า เขาเป็นลูกชายของนายคิม จอง นัม พี่ชายต่างมารดาของนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ที่เสียชีวิตลงจากการถูกป้ายสารพิษที่ท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยในวิดีโอระบุว่า ตัวเขาและแม่ รวมถึงน้องสาวยังคงปลอดภัยดี

เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ ระบุว่า คนในภาพคือนายคิม ฮัน ซอล วัย 22 ปี บุตรชายของนายคิม จอง นัม ขณะที่สถาบันที่เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์เสียง ที่เปรียบเทียบเสียงของลูกชายนายคิม จอง นัม ในคลิปที่เคยให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟินแลนด์เมื่อปี 2555 กับคลิปวิดีโอล่าสุดนี้ ระบุว่า มีความเป็นไปได้มากที่จะเป็นคนเดียวกัน

ด้านนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก ของมาเลเซีย ออกมายืนยันว่า ยังไม่มีแผนที่จะตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีเหนือ แม้ว่าเรื่องการเสียชีวิตของนายคิม จอง นัม จะนำไปสู่การประกาศห้ามประชาชนของแต่ละฝ่ายออกนอกประเทศ เพื่อตอบโต้กันและกัน ซึ่งทำให้ความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่ายปะทุรุนแรงขึ้น

นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยังระบุด้วยว่า มาเลเซียต้องการหาทางรับประกันความปลอดภัยของชาวมาเลเซีย จำนวน 11 คน ที่อยู่ในเกาหลีเหนือ รวมถึงอยู่ระหว่างพิจารณาข้อเรียกร้องของเกาหลีเหนือ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการยุติคำสั่งห้ามประชาชนของแต่ละฝ่ายเดินทางออกนอกประเทศ