สังเวยอากาศร้อน ชาวนาชัยภูมิ เกิดวูบถูกรถไถคว่ำทับร่างดับ

สังเวยอากาศร้อน ชาวนาชัยภูมิ วัย 53 ปี ปรับนารอทำกินเคราะห์ร้ายรถไถ พลิกคว่ำทับร่างดับ

ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ ตุนชัยภูมิ รอง สว.สอบสวน สภ.จัตุรัส รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่า มีรถไถนาเล็กสีส้ม ทับร่างคนเสียชีวิต บริเวณ กลางไร่ภูหลุบเงิน หมู่ที่18 ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ จึงเดินทางเข้าไปตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างคุณธรรมจุดจัตุรัส

พบรถไถนาเล็กสีส้ม ยี่ห้อ คูโบต้า ป้ายทะเบียน  ตช756 นครราชสีมา ทับร่างของ นายบุญมา อิมะพัด อายุ 53 ปี เสียชีวิตคาที่ สอบสวน ลูกชายผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนและพ่อได้ออกมาปรับที่นาเพราะรอทำการเกษตร ซึ่งทางตนได้ช่วยพ่อไถปรับที่นามาตั้งแต่เช้าจนถึง ประมาณ 14.00 น. พ่อได้บอกให้ตนไปพัก เพื่อมาเปลี่ยนพ่ออีกครั้งในรอบ 15.30 น. แล้วพ่อได้ทำงานอยู่คนเดียวขณะที่ถึงเวลาตนเองก็กลับมาเปลี่ยนเวร พบรถไถของพ่อนอนตะแครงข้างลงจากที่นา ตนจึงรีบวิ่งมาดูพบร่างของพ่อถูกรถไถทับ ตนจึงเรียกคนเข้าช่วย แต่ไม่ทันการเนื่องจากรถไถทับบริเวณช่วงใบหน้าเสียชีวิตคาที่อย่างอนาถ ซึ่งครอบครัวของตนนั้นมีอาชีพทำการเกษตร และพ่อของตนก็ เป็นคนขยันทำงานหามรุ่งหามค่ำ ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อเป็นลมจนทำให้เกิดเหตุสลดเช่นนี้ขึ้น

ทางด้าน ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ ระบุสาเหตุน่าจะมาจากอากาศที่ร้อนของวันนี้อาจทำให้ผู้ตายเกิดเป็นลมจนขับรถตกลงข้างทางทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งทางจนท.จะสอบสวนพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ อาสาฯกู้ภัย เพื่อนำร่างส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลจัตุรัส ก่อนนำร่างไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

กทม.ยืนยัน คนชุมชนป้อมมหากาฬไม่สามารถอยู่ร่วมกับโบราณสถานได้

นัดเจรจาปมชุมชนป้อมมหากาฬเพื่อหาทางออกในวันพรุ่งนี้ ( 9มี.ค.) ด้าน กทม.ยืนยันคนไม่สามารถอยู่ร่วมกับโบราณสถานได้

การแก้ปัญหาชุมชนป้อมมหากาฬ นายพรเทพ บูรณะบุรีเดช ตัวแทนชุมชนป้อมมหากาฬ เปิดเผยกรณีการหารือ สรุปข้อเรียกร้องเพื่อหาทางออกป้อมมหากาฬร่วมกันว่า ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารแจ้งเลื่อนนัดเป็นวันที่ 9มี.ค. เวลา 9.00 น.ที่ชุมชนป้อมมหากาฬ มีตัวแทนจาก 3ฝ่าย คือ พ.ท.โชคดี อัมพรดิษฐ์ ผู้บังคับการกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ,นายยุทธพันธุ์ มีชัย เลขานุการฯผู้ว่าฯ กทม. และนายธวัชชัย มหาวรคุณ ผู้นำชุมชนป้อมมหากาฬ รวมถึงกลุ่มนักวิชาการบางส่วนอาจเข้าร่วมสังเกตการณ์เบื้องต้น ยืนยันข้อเรียกร้องเดิม คือ 30 หลังคาเรือน ไม่ย้ายออก พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการพหุภาคี เพื่อขับเคลื่อนแผนพัฒนาพื้นที่ป้อมมหากาฬอย่างมีส่วนร่วม

ด้านนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.)กล่าวว่า การหารือในวันพรุ่งนี้ประเด็นหลักๆ คือชาวบ้านคงยืนหยัด ขออยู่ภายในป้อมมหากาฬ กรณีนี้ กทม.ยืนยันเหมือนเดิม คนไม่สามารถอยู่ร่วมกับโบราณสถาน ซึ่งปัญหานี้ต้องหาทางออกร่วมกันให้ได้ โดยอยู่ภายใต้ข้อกฎหมาย นอกจากนี้ ในที่ประชุมต้องสรุปจำนวนบ้านโบราณ ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์อย่างแท้จริง กทม.ยังคงเดินหน้าเข้ารื้อถอนบ้านเรือนที่เจ้าของบ้านยินยอมและโอนกรรมสิทธิให้กับ กทม.เท่านั้น โดยทหารทำหน้าที่เจรจา ประสานงานกับตัวแทนชุมชนอย่างใกล้ชิด ป้องกันเหตุวุ่นวาย ซึ่งขณะนี้ยังเหลือบ้านที่ไม่ได้รื้อถอนอีก 37หลัง แบ่งเป็นบ้านที่มีเลขที่ 33หลัง และบ้านที่บุกรุกสร้างใหม่อีก 4หลัง

ขอบคุณ จส.100

ฟิลิปปินส์นำโทษประหารมาใช้ ‘คดียาเสพติด’

สภาผู้แทนราษฎรฟิลิปปินส์ ลงมติอนุมัติร่างกฎหมาย นำโทษประหารชีวิตกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง สำหรับคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ รายงานว่า สภาผู้แทนราษฎรฟิลิปปินส์ได้ผ่านร่างกฎหมายให้มีการรื้อฟื้นโทษประหารชีวิต ด้วยคะแนนเสียง 216-54 เสียง ขณะที่งดออกเสียง 1 เสียงทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวจะระบุโทษประหารชีวิตสำหรับคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ได้พยายามผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว

โดยระบุว่า กฎหมายฉบับนี้จะมีประสิทธิภาพในการปราบปรามอาชญากรรมที่รุนแรงในการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ในวาระแรก ได้มีการระบุโทษประหารชีวิตสำหรับความผิดใน 21 คดี ซึ่งรวมถึง การปล้น, ข่มขืน และการกบฏ แต่ในการพิจารณาวาระที่ 2 ที่ประชุมสภาได้เห็นพ้องให้งดเว้นโทษประหารชีวิตต่อคดีที่เกี่ยวข้องกับการปล้น, ข่มขืน และการกบฏ โดยให้ผู้ที่ทำความผิดในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเท่านั้น จึงจะถูกประหารชีวิตร่างกฎหมายดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังวุฒิสภาเพื่อทำการพิจารณา ก่อนที่จะให้ปธน.ดูเตอร์เตลงนามเป็นกฎหมาย

ขณะที่ หลายกลุ่มสิทธิมนุษยชน และบาทหลวงคาทอลิก ที่คัดค้านร่ากฎหมายฉบัยนี้ รวมตัวประท้วงด้านนอกสภาคองเกรส และกล่าวเตือนนักการเมืองที่ให้การสนับสนุนว่า จะได้รับบทเรียนจากเขตเลือกตั้งกลุ่มสิทธิมนุษยชน The International Commission of Jurists หรือ ไอซีเจ กล่าวประณามมติของสภาผู้แทนราษฎร และเรียกร้องต่อวุฒิสภาให้ขัดขวางร่างกฎหมาย ที่จะทำให้ฟิลิปปินส์ขัดแย้งโดยตรงกับพันธกรณีที่มีต่อองค์การระหว่างประเทศ

ที่มา… INN