ศาลปล่อยตัวชั่วคราว ‘พระปลัดเสกสรรค์’ ห้ามยุยง-เข้าพื้นที่ม.44

ศาลจังหวัดธัญบุรีอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ‘พระปลัดเสกสรรค์’ โดยตีวงเงินประกัน 2 แสนบาท สั่งห้ามให้สัมภาษณ์ยุยงปลุกปั่น และห้ามเข้าพื้นที่ประกาศควบคุมม.44 

ความคืบหน้า หลังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำตัวพระปลัดเสกสรรค์ อัตตทโม พระเครือข่ายวัดพระธรรมกาย ที่ถูกออกหมายเรียกในข้อหาฐานฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ในการเข้ามาในพื้นที่ควบคุมบริเวณตลาดกลางคลองหลวง มาส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดธัญบุรี (อ่านข่าว : พระปลัดเสกสรรค์รายงานตัวแล้ว ด้านเจ้าหน้าที่คุมตัวฝากขัง)

พระเสกสรรค์, วัดธรรมกาย, ข่าววัดธรรมกาย

ล่าสุด ศาลจังหวัดธัญบุรี อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว พระปลัดเสกสรรค์ โดยตีวงเงินประกัน 2 แสนบาท และมีเงื่อนไขห้ามเข้าพื้นที่ที่ประกาศใช้มาตรา44 และห้ามให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในลักษณะยุยงปลุกปั่น

ล้วงลับ ‘นางทางไลน์’ บริการค้ากามบนโลกโซเชียล ?

‘นางทางโทรศัพท์’ เป็นคำที่ใช้เรียกหญิงขายบริการ ที่สามารถโทรสั่งบริการค้ากามทางโทรศัพท์ แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป จากนางทางโทรศัพท์ กลับกลายเป็น ‘นางทางไลน์’ ผู้ที่ต้องการซื้อสวาท หรือนายหน้า สามารถหาผู้หญิง หรือผู้ขายบริการทางออนไลน์ได้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระในข่ายพริตตี้ เอ็มซี งานบันเทิงต่าง ๆ จะมีการจัดตั้งกลุ่มบนแอพพลิเคชั่นไลน์เพื่อง่ายต่อการหางาน และหาคนมาทำงาน ซึ่งมีจะการรวมกลุ่มของนายจ้าง และลูกจ้างรวมอยู่ด้วยกัน แต่ในทุก ๆ วัน ผู้คนในวงการจะทราบกันดีว่า นอกเหนือจากงานโชว์ตัว ส่งเสริมการขายที่มีรายได้งาม ดึงดูดผู้หญิงหน้าตาดีทั่วไปให้ตบเท้าเข้ามาทำกันแล้ว ก็ยังมีงานอีกประเภท ที่ใช้คำสวยหรู มาบังหน้าการค้าบริการทางเพศปะปนอยู่ในกลุ่มเหล่านี้มากมาย

โดยช่วงที่ผ่านมา ทางทีมงาน MThai News ที่มีโอกาสได้เข้าไปปะปนกับกลุ่มงานพริตตี้ เอ็มซี และงานในวงการอีเว้นท์ทั่วไป และทำให้ทราบว่าแท้จริงแล้ว ในกลุ่มงานที่เข้าข่าย (บางกลุ่ม) มีการประกาศหาหญิงสาวเพื่อรับงานจำพวกนี้อยู่จริง โดยใช้คำศัพท์ที่ยากจะเข้าใจ แต่สามารถตีความได้จากเนื้อหา รายละเอียดที่มีการประกาศผ่านกลุ่มดังกล่าวได้ว่าเป็นงานที่มีการค้าบริการทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้องจริง…

2

เหล่า ‘เอเยนต์ค้ากาม’ จะมีศัพท์เฉพาะที่ใช้หาผู้หญิงมาทำงานด้วยศัพท์ที่รู้กันเช่น งาน VIP งาน ST หรือ N+V ซึ่งมีความหมายเดียวกันหมด คือการค้าบริการทางเพศ ส่วนเรทราคา ขึ้นอยู่กับระยะเวลา และสถานที่ รวมไปถึงการค้างคืน เช่น หากงานในพื้นที่ จะมีราคาอยู่ที่ครั้งละ หลักพันบาท อาจมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับรูปร่างหน้าตาของผู้ที่ประสงค์จะหารายได้ในวงการมืดดำ แต่ถ้าทำงานที่ร้านเป็นหลักแหล่ง หรืองานแบบมีสำนัก ก็จะต้องให้บริการมากกว่าวันละ 1 รอบ ก็จะได้รับการการันตีว่า จะมีแขกมาใช้บริการมากกว่า ‘ผู้ค้ากามไร้สำนัก’ และได้เงินเป็นหลักหมื่นหรือมากน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับรูปร่างหน้าตาของผู้ให้บริการ

โดยการประกาศหาผู้มาทำงานในถนนค้ากามนี้ จะกำหนดอายุของลูกจ้างราว ๆ 18-30 ปี ซึ่งตามกฎหมายในประเทศไทยเกี่ยวกับการค้าประเวณีพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีกำหนดว่า ผู้ขายบริการต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปีขึ้นไป

เส้นทางค้าสวาทระดับนานาชาติ…?

นอกเหนือจากการทำงานสายดำในประเทศแล้ว ยังมีการประกาศหาหญิงสาวหน้าตาดี เพื่อเป็นการเจาะตลาดค้ากามข้ามชาติ การเดินทางไปต่างประเทศ ก็จะมีระยะเวลาเป็นรอบ รอบละ 10 วันขึ้นไปเป็นต้น  ซึ่งทางเอเย่นอ้างว่า หากตกลงร่วมงาน ก็จะมีรายได้ติดมือกลับมาถึงครั้งละ 100,000-500,000 บาท ซึ่งทางตัวเด็กที่ถูกส่งไป จะต้องเสียค่าใช้จ่ายอาทิ ค่ารอบ ค่าถ่ายรูป ค่าโรงแรม เอง โดยเอเย่นค้ากาม จะระบุว่าถ้ายิ่งเด็กขยันทำมากก็จะยิ่งมีรายได้มากตามไปด้วย

ส่วนงานค้ากามก็จะแบ่งออกเป็นหลายระดับ ตั้งแต่การบริการ ‘นวดสปา’ หรือที่ใช้ศัพท์ ‘พริตตี้สปา’ มาให้ในการเรียกแทนผู้ให้บริการ ซึ่งงานในข่ายนี้จะเป็นงานที่มีระดับการบริการในระดับกลาง คือเอเย่นค้ากาม จะการันตีว่างานในระดับนี้จะไม่มีการมีเพศสัมพันธ์เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่แท้จริงแล้วนั้นงานประเภทนี้ คือการใช้เรือนร่างของฝ่ายหญิงซึ่งเป็นผู้ให้บริการ นวดผ่อนคลายเฉพาะจุดลับให้ลูกค้าผู้ชาย ส่วนที่มาของชื่อ พริตตี้สปา มีการกล่าวกันมาปากต่อปากว่า ผู้ให้บริการสาว ๆ จะต้องมีรูปร่างหน้าตาดี เทียบเท่าพริตตี้ในงานต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่มาของรายได้มหาศาล ของทั้งตัวเอเย่น และตัวผู้ให้บริการสาวสวย และมีการ ‘กล่าวอ้าง’ ว่ามีรายได้มหาศาลเป็นหลักแสน

5

วงการน้ำกาม ค้าขายกันแบบอิสระ รวยได้ไร้สังกัด…

นอกเหนือจากคำชักชวนทั่ว ๆไปแล้ว เหล่าเอเยนต์ค้ากาม บางเจ้ายังระบุคุณสมบัติเช่น อายุที่จำกัดให้ไม่มากจนเกินไป บ้างก็ระบุว่า นักศึกษาสาวก็สามารถทำงานประเภทนี้ไปพร้อม ๆ กับการเรียนได้เช่นกัน บ้างทำงานในร้าน มีสถานที่ทำงานแน่นอน บ้างก็ระบุว่าเป็นงานในสถานที่ อาจจะเป็นสถานที่ส่วนตัว โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ค้ากามจะได้รับเงินสดจากเอเยนต์และกลับบ้านได้เลย

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป ช่องทางต่าง ๆ ในการใช้ชีวิตของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่องทางในการจ่ายดำเนินธุรกิจ การติดต่อสื่อสาร หรือแม้กระทั่ง การสนองความต้องการทางเพศ และการขายบริการทางเพศ ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม  ทั้งนี้ทั้งนั้น ในหลายประเทศยังถือว่าการค้าประเวณียังถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย มีการนำเสนอข่าวการจับกุมหญิงไทยที่เดินทางไปขายบริการในต่างประเทศปรากฏผ่านสื่อ อาทิ ไต้หวัน ญี่ปุ่น เป็นต้นอยู่ไม่น้อย

งานส่งออกแรงงานค้ากาม ตอบสนองความต้องการให้ตลาดต่างชาติ

นายหน้าค้ากามบางรายมีการระบุชื่อประเทศที่จะส่งตัวหญิงไทยไปค้าบริการไว้อย่างชัดเจน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ‘ประเทศจีน’ ซึ่งมีรายงานเมื่อปี 2557 เกี่ยวกับการกวาดล้างการค้าประเวณี หลังวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ทำให้แรงงานหญิงหมดทางเลือกในการประกอบอาชีพ ต้องหันมาขายที่นาผืนน้อยในสถานเริงรมย์ จนกระทั่งบานปลายเกิดเป็นโรคระบาด ที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างหนัก

และเนื่องด้วยความเหลื่อมล้ำทางด้านจำนวนประชากรในประเทศจีน ซึ่งเป็นผลกระทบจากนโยบายลูกคนเดียว ที่มีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย จนประชาชนชายขาดแคลนภรรยา หรือไม่สามารถหาคู่ครองได้ จนล่าสุดมีรายงานว่ามีชายโสดมากกว่า 30 ล้านคน

แต่กระนั้น ผู้ใช้บริการบางส่วนก็มาจากแรงงานอพยพข้ามชาติ ที่มีอยู่หลายร้อยล้านคนในประเทศจีน หรือแม้กระทั่งผู้ชายที่แต่งงานแล้ว ในประเทศจีนก็ยังนิยมซื้อบริการทางเพศอยู่ ซึ่งซ่องส่วนใหญ่ที่ตลาดล่างในวงการค้ากาม จะหวั่นเกรงตำรวจอย่างมาก เพราะมีโอกาสที่จะถูกกวาดล้างและปิดซ่องทำให้โสเภณีตกงาน แม้อาชีพหญิงขายบริการจะถูกกฎหมายในประเทศจีน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นตลาดบน ที่สาว ๆ ค้ากาม จะมีชีวิตหรูหรา ไฮโซ และให้บริการลูกค้าระดับ วีไอพี

เมื่อพูดถึงประเด็นดังกล่าว ที่สรุปได้ว่ามีการประกาศหาหญิงสาวมาทำงานจริงไม่เว้นในแต่ละนั้น จะมีผู้ที่มารับงานดังกล่าวไปจริงหรือไม่ และแม้อาจจะมีการประกาศ หรือเข้าไปปะปนกับผู้คนในวงการพริตตี้ เอ็มซี ซึ่งส่วนใหญ่มีการรับงานในข่ายอาชีพสายขาว แต่ก็ไม่เป็นที่แน่ชัดสำหรับตัวผู้ขายบริการต่าง ๆ ว่าเป็นใคร หรือเป็นคนกลุ่มใด เพราะการตกลงต่อรอง หรือการติดต่องานเหล่านี้ ค่อนข้างเป็นไปอย่างหลบซ่อน

อาชีพขายบริการเป็นอาชีพที่ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมโดยรวมของคนไทย ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความต้องการภาษีทางสังคม เพื่อตอบสนองความต้องการชีวิตที่หรูหรา ความอยากมีอยากได้ในวัตถุ หรือแม้กระทั่งผู้ที่ไม่มีทางเลือกในการใช้ชีวิต หรือมีความจำเป็นต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากเพื่อความอยู่รอด

แต่เนื่องด้วยจากงานข่ายดังกล่าวค่อนข้างที่จะนำไปสู่เส้นทางที่สามารถหาเงินมาได้ง่าย ในระยะเวลาเพียงสั้น ๆ หรือผู้ที่รับงาน อาจอยู่ในวัยที่อยากได้อยากมีเท่านั้น จนกลายเป็นการซื้อความสวยหรูที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว…

นายกฯ ย้ำ ม.44 แก้ปัญหา ปัดใช้พร่ำเพรื่อ

นายกรัฐมนตรี ย้ำใช้ ม.44 แก้ปัญหา ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงาน อย่าอย่ากดดัน ยัน รัฐบาลรับผิดชอบทุกเรื่อง

วันนี้ (8 มี.ค. 60) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา “วิสัยทัศน์รัฐบาลดิจิทัลประเทศไทย : Thailand Digital Government Vision 2017 – 2021” พร้อมปาฐกถาพิเศษ “รัฐบาลดิจิทัลกุญแจสู่ประเทศไทย 4.0 : Digital Government the Key success to Thailand 4.0” และแถลงวิสัยทัศน์รัฐบาลดิจิทัลประเทศไทย โดยกล่าวว่า

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ม.44

จากการที่รัฐบาลต้องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย เพราะระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้าไปมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินงานของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตร การท่องเที่ยว การศึกษา การแพทย์ การลงทุน การป้องกันและแก้ปัญหาภัยพิบัติ รวมถึงการบริหารจัดการภาครัฐ ทั้งในมิติการให้บริการประชาชน มิติการบริหารจัดการภาครัฐ และมิติการกำหนดนโยบาย จึงมีความจำเป็นที่หน่วยงานภาครัฐต้องปรับเปลี่ยนการทำงานให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และต้องสามารถประยุกต์ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากความมุ่งมั่นของรัฐบาล ได้เห็นถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาและยกระดับการทำงานของภาครัฐ จึงขอประกาศวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการมุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า ภาครัฐ ไทยจะยกระดับสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน มีการทำงานแบบอัจฉริยะให้บริการ โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน ขอให้ทุกคนช่วยกันลดความขัดแย้ง ลดความไม่เข้าใจ เพราะไม่อย่างนั้นรัฐบาลก็จะต้องกลับมาแก้ปัญหาและส่งผลให้การทำงานติดขัดไปหมด บุคลากรภาครัฐต้องเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนประเทศโดยช่วยกันลดความขัดแย้งและดำเนินการในสิ่งที่ทำได้ไปก่อน ส่วนการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) เนื่องจากก่อนปี 2560 เป็นเรื่องของการเตรียมงานฟังก์ชั่น และในปี 2560 เป็นปีแห่งการปฏิรูปจึงขอให้ทุกคนช่วยกันทำให้ประเทศเดินหน้าโดยไม่ถอยหลังกลับมาอีก

ทั้งนี้ หวังว่าทุกหน่วยงานจะร่วมกันขับเคลื่อนการทางานภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลตามวิสัยทัศน์ดังกล่าว ด้วยความมุ่งมั่น และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งการให้ความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ภาครัฐทุกภาคส่วน ถือเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องร่วมเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนารัฐบาลสู่การเป็นรัฐบาล ดิจิทัลไปพร้อมกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติต่อไป

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า วันนี้มีหลายหน่วยงานและองค์การต่าง ๆ ที่ตรวจสอบการทุจริต กล่าวว่า ล่าสุดเพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้มีการตรวจสอบและฟ้องหลายพันเรื่อง ก็ต้องรับฟังและแก้ไขปัญหา ซึ่งรัฐบาลต้องระมัดระวังและรับไปแก้ไขปัญหาให้ แต่ขออย่าบิดเบือน หากบิดเบือนก็ต้องใช้กฎหมาย โดยส่วนตัวไม่อยากเอ่ยชื่อใคร เพราะจะมีปัญหา วันนี้ทะเลาะกับคนมามากพอแล้ว ทั้งที่ไม่ตั้งใจทะเลาะ แต่บางทีก็เผลอไปบ้าง เพราะเป็นมนุษย์คนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้ถูกต้องในทุกเรื่องรวมถึงเรื่องศาสนา ขออย่าพูดว่ารัฐบาลใช้กฎหมายมากเกินไป ซึ่งรัฐบาลไม่เคยชินและไม่อยากใช้อำนาจมาตรา 44 แต่เมื่อกฎหมายปกติใช้ไม่ได้ ก็จำเป็นต้องใช้ แต่ที่ผ่านมามีการกล่าวหาว่ารัฐบาลใช้ ม.44 ไปหลายเรื่อง และยืนยันว่าใช้เพื่อแก้ไขปัญหาและข้อติดขัด ไม่ใช่เมื่อ ม.44 ใช้ไม่ได้แล้ว กลับมาโทษกฎหมาย ทุกคนต้องช่วยกันลดความขัดแย้ง เพราะเจ้าหน้าที่จะถูกกดดันและตัดสินใจผิดพลาด จึงขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงาน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลรับผิดชอบในทุกเรื่อง

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า ได้สั่งให้ผู้บัญชาการทหารบกรู้เรื่องพลเรือน ไม่ใช่เรื่องการปฏิวัติ เพื่อจะช่วยเหลือให้ถูกต่อความต้องการ ไม่ใช่ลงมือไปทำแทน เพราะส่วนตัวไม่ต้องการแบบนั้น แต่หากเมื่อไหร่ประเทศมีปัญหาก็เป็นอีกเรื่อง แต่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และที่ผ่านมา กองทัพก็เป็นหลักการรัฐบาลในการให้ความช่วยประชาชนอยู่แล้ว

ข่าวจาก INN