ลุ้น! ข้อสรุปเก็บภาษีขายหุ้นชินคอร์ปฯ ของ ‘ทักษิณ’ กว่า 1.6 หมื่นล้าน

ปลัดกระทรวงการคลัง ยัน วันนี้ต้องได้ข้อสรุปเรียกเก็บภาษีขายหุ้นชินคอร์ปของ ‘ทักษิณ’ 16,000 ล้านบาท ก่อนส่ง สตง. ดำเนินการต่อ

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประชุมของทางกระทรวงการคลังวันนี้ (7 มี.ค.) จะต้องได้ข้อสรุปการเรียกเก็บภาษีจาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากกรณีการขายหุ้น บมจ.อินทัช (INTUCH) หรือเดิมคือ บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น (SHIN) ให้แก่บริษัทเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ (พีทีอี) จำกัด ผ่านบริษัท ซีดาร์ โฮลดิ้งส์

โดยรวมเป็นเงินการซื้อหุ้นกว่า 73,000 ล้านบาท เพื่อประเมินมูลค่าภาษีประมาณ 16,000 ล้านบาท จากกำหนดเดิมสิ้นสุดอายุความในวันที่ 31 มี.ค.60 ทั้งนี้ ไม่ได้สั่งการใดเป็นพิเศษ โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบตามข้อมูลและข้อกฎหมาย พร้อมมั่นใจมีหลักฐานข้อมูลเพียงพอ

อย่างไรก็ตามสาเหตุที่มาดำเนินการในช่วงใกล้หมดอายุคดีความ เพราะก่อนหน้านี้คาดว่าจะแล้วเสร็จในชั้นกรมสรรพากร แต่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้นเห็นว่ายังไม่หมดอายุความจึงให้นำมาพิจารณาอีกรอบ ซึ่งข้อสรุปในวันนี้จะได้นำส่งให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ดำเนินการต่อเพื่อเรียกเก็บภาษีประมาณ 16,000 ล้านบาท

เจ้าของบ้านอึ้งเปิดวงจรปิดพบบุรุษไปรษณีย์หื่นข่มขืนสุนัขในโรงรถ

รวบบุรุษไปรษณีย์ ฐานกระทำชำเราสุนัขระหว่างแวะส่งจดหมาย เจ้าของบ้านจับได้ขณะตรวจกล้องวงจรปิด

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา เว็บไซต์เมโทรรายงานข่าว นายไบรอัน หลุยส์ จอร์จ แอล แชปแมน บุรุษไปรษณีย์ชาวอเมริกันวัย 21 ปี ถูกเจ้าของบ้านหลังหนึ่งในรัฐมินนิโซตา ประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากไบรอันบุกเข้าไปในบ้าน และได้ข่มขืนกระทำชำเราสุนัขของเขา

ทั้งนี้ในวันเกิดเหตุ ไบรอันซึ่งเป็นบุรุษไปรษณีย์แวะมาส่งจดหมายที่บ้านหลังที่เกิดเหตุ จากนั้นเจ้าของบ้านสังเกตเห็นว่าไบรอันหายเข้าไปในโรงรถนานผิดปกติ จึงได้ไปตรวจดูภาพจากกล้องวงจรปิด และพบว่าไบรอันเดินเข้ามาในโรงรถพร้อมกับห่อจดหมายและได้วางห่อลงแถวนั้น ทุกอย่างดูปกติดี จนกระทั่งบุรุษไปรษณีย์หนุ่มเข้าไปหาหมาของเขา และกระทำชำเรามัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าของบ้านเห็นเหตุการณ์ เขารีบรวบรวมหลักฐานคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดแล้วเดินทางไปแจ้งความโดยทันที ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เห็นหลักฐาน จึงจับกุมผู้ก่อเหตุ และดำเนินคดีตามกฎหมายในเวลาต่อมา

หลังจากนั้น ไบรอันถูกจับกุมในความผิดฐานบุกรุกและชำเรากับสัตว์ โดยความผิดฐานชำเรากับสัตว์มีโทษคือปรับ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 35,000 บาท หรือจำคุก 90 วัน ส่วนความผิดฐานบุกรุกนั้นจะโดนทั้งจำทั้งปรับ โดยมีค่าปรับเป็นเงิน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ ราว 700,000 บาท ส่วนโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี

ที่มา metro.co.uk

งานวิจัยชี้นั่งนานอาจไม่ทำให้สุขภาพแย่

งานวิจัยของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ พบว่า ไม่มีความเชื่อมโยงระหว่างระยะเวลาการนั่ง และความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานที่เพิ่มขึ้น

การศึกษาของศูนย์วิจัยชาร์ลส์ เพอร์กินส์ แห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ระบุว่า การนั่งอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายอย่างที่คิดไว้

งานวิจัยก่อนหน้านี้พบว่า ลักษณะการนั่งมีความเชื่อมโยงกับโรคหัวใจ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคมะเร็ง

การศึกษาครั้งใหม่ที่นำโดย รองศาสตราจารย์ เอ็มมานูเอล สตามาทาคิส เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวน้อยไม่ได้ทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มากขึ้น

รองศาสตราจารย์ สตามาทาคิส กล่าวว่า ลักษณะของการนั่งมีความสำคัญต่อการศึกษา เพราะคนมักจะนั่งทำบางอย่างในขณะเดียวกัน เช่น ทำงาน ดูทีวี ขับรถ และประสิทธิภาพของการนั่งก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราทำ

นักวิจัยพบว่า มีความเชื่อมโยงน้อยมากระหว่างการดูทีวีและการเพิ่มของความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวาน แต่ระบุว่า น่าจะมาจากปัจจัยอื่น เช่น ปัญหาสุขภาพจิต การรับประทานและการเปิดรับสื่อโฆษณาอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร British Journal of Sports Medicine ยังสนับสนุนงานวิจัยอื่นๆ ที่ระบุว่า ความเสี่ยงต่อสุขภาพที่เกิดจากการนั่งนานๆ สามารถบรรเทาลงด้วยการทำกิจกรรมมากขึ้น

นอกจากนี้ งานวิจัยล่าสุดที่เขียนโดย ด็อกเตอร์ ยานน์ โทลสทรัป แห่งมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นเดนมาร์ก ระบุว่า การนั่งมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน ทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานมากขึ้นร้อยละ 35 หากเปรียบเทียบกับคนที่นั่งน้อยกว่า 6 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม จะไม่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นแม้เพิ่มเวลาการนั่ง หากมีการทำกิจกรรมอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์