ทรัมป์ลงนามคำสั่งห้ามพลเมือง6ชาติมุสลิมเข้าสหรัฐ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ลงนามคำสั่งประธานาธิบดีฉบับใหม่ห้ามพลเมืองจาก 6 ชาติมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐฯ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา นางเคลลีย์แอน คอนเวย์ ที่ปรึกษาอาวุโสประจำทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ เตรียมลงนามในคำสั่งบริหารเรื่องการเดินทางเข้าประเทศฉบับทบทวนใหม่ในวันจันทร์ โดยคำสั่งใหม่ได้ยกเว้นอิรักจากรายชื่อประเทศซึ่งมีการประกาศก่อนหน้านี้

นาย โดนัลด์ ทรัมป์

ทั้งนี้ ในคำสั่งฉบับใหม่ในวันนี้ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 มี.ค.นั้น พลเมืองจาก 6 ชาติมุสลิม ซึ่งได้แก่ ซูดาน ซีเรีย อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย และเยเมน จะถูกสั่งห้ามเดินทางเข้าสหรัฐเป็นเวลา 90 วัน

นอกจากนี้ คำสั่งใหม่ดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบต่อผู้ที่มีวีซ่า หรือถือกรีนการ์ด หรือใบอนุญาตให้พำนักเป็นการถาวรในสหรัฐขณะเดียวกัน คำสั่งใหม่ได้อนุญาตให้ผู้ที่มีวีซ่าเข้าสหรัฐภายในวันที่ 27 ม.ค. ซึ่งเป็นวันที่มีการออกคำสั่งฉบับเดิม และได้ถูกสั่งห้ามเข้าสหรัฐ สามารถเดินทางเข้าประเทศได้อย่างไรก็ดี คำสั่งฉบับใหม่ได้ระงับการรับผู้ลี้ภัยทั้งหมดเข้าสหรัฐเป็นเวลา 120 วัน แต่ไม่มีการระบุว่าจะระงับการรับผู้ลี้ภัยจากซีเรียโดยไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุด

ที่มา INN

‘บุ๋ม ปนัดดา’ ร้องดีเอสไอ หลังจองคอนโดฯ หรูก่อสร้างไม่เสร็จตามแผน

‘บุ๋ม ปนัดดา’ เดินทางไปร้องดีเอสไอ หลังจองคอนโดฯ หรูก่อสร้างไม่เสร็จตามแผนโฆษณา

วันนี้ (7 มี.ค.60) เวลา 09.30 น. บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานองค์กรทำดี เดินทางมายัง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถ.แจ้งวัฒนะ พร้อมผู้เสียหายจากการซื้อห้องชุดคอนโดฯ “เซ็นทารา แกรนด์ เรสซิเดนซ์” พัทยา หลังได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากซื้อโครงการสร้างคอนโด แต่ก่อสร้างไม่เสร็จตามแผนโฆษณา

บุ๋ม ปนัดดา เผยว่า ตนได้ตกลงซื้อคอนโดดังกล่าวด้วยเช่นกันในราคา 35 ล้านบาท จากนั้นได้รับการติดต่อจากเจ้าของโครงการว่าเขาจะลดราคาคอนโดฯ ให้เหลือประมาณ 20 กว่าล้านบาท โดยแลกกับการที่ตนต้องเป็นพรีเซนเตอร์ ทำให้มีรูปของตนติดอยู่บนบิลบอร์ด ต่อมาตนได้ถอนตัวจากการเป็นพรีเซนเตอร์ดังกล่าว เพราะทางเจ้าของ ซึ่งเป็นชาวต่างชาติได้มีการส่งข้อความในลักษณะเชิงชู้สาว ทำให้รู้สึกไม่พอใจ พร้อมขอค่าจองคอนโดฯ คืน หลังจากที่ตนถอนตัวจากการเป็นพรีเซนเตอร์ กลับพบว่าทางโครงการดังกล่าวยังมีการใช้ชื่อของตนในการขายให้กับลูกค้าท่านอื่น ๆ ต่อ ซึ่งมีผู้เสียหายกว่า 100 คน

ด้านผู้เสียหาย ระบุว่า โครงการนี้เริ่มต้นก่อสร้างตั้งแต่ปี 2555 และขณะนี้ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ มีเพียงเสาขึ้นเท่านั้น มูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท ทางบุ๋ม ปนัดดาและผู้เสียหายต้องการให้ทางเซ็นทาราออกมาชี้แจงบ้าง

ตร.ระดมทีมตามหา สาวรัสเซียหายตัว เกาะเต่า !!

ตำรวจประสานนักดำน้ำ ออกค้นหานักท่องเที่ยวสาวรัสเซียหายตัวที่เกาะเต่า คาดพบตัวยาก

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่าเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 7 มีนาคม 2560 บริเวณท่าเทียบเรือเกาะเต่า ตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ สวญ. สภ.ย่อยเกาะเต่า ได้เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยของทีมนักดำน้ำอาสากว่า 15 ชีวิต เพื่อออกค้นหาน.ส.วาเลนติน่า โนวาชเฮโนว่า (Valentina Novozhenova) อายุ 23 ปี สัญชาติรัสเซีย นักท่องเที่ยวสาวที่หายตัวไปจากเกาะเต่า เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

เกาะเต่า, นักท่องเที่ยวรัสเซีย, สาวรัสเซีย, ดำน้ำ

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิเคราะห์ถึงเส้นทางการเดินทางจากที่พักที่คาดว่านักท่องเที่ยวรายนี้จะใช้เส้นทาง เพื่อไปยังจุดดำน้ำ โดย น.ส.วาเลนติน่า เป็นผู้ที่ชอบไปดำน้ำแบบฟรีไดวิ่ง โดยมีการโพสต์คุยกับเพื่อนๆ ถึงจุดที่ดำน้ำต่างๆ ที่เกาะเต่าที่ควรจะดำน้ำแบบฟรีไดวิ่ง ซึ่งนักท่องเที่ยรายนี้ได้โพสต์บอกเพื่อนๆ ถึงข้อควรระวังอย่าดำน้ำใกล้จุดที่เรือจอดเพราะจะเกิดอันตรายได้ สำหรับการออกค้นหานักท่องเที่ยวสาวรายนี้ทีมค้นหาใต้ทะเลคาดว่าจะทำหน้าที่จะลงดำน้ำลึกในบริเวณอ่าวโฉลก หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะเต่า ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ใกล้กับที่พักของผู้สูญหาย

โดยพ.ต.ท.โชคชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ทางสภ.เกาะเต่า ได้ร่วมกับฝ่ายสืบสวนภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี นักดำน้ำเอกชน กู้ภัยเกาะเต่า ออกทำการค้นหานักท่องเที่ยว โดยฝ่ายสืบสวนภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี จะได้เร่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่คาดว่านักท่องเที่ยวรายนี้จะใช้เส้นทาง พร้อมกับศึกษาพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวสาวรัสเซียจากกรุงเทพจนมาถึงเกาะเต่า

เกาะเต่า, นักท่องเที่ยวรัสเซีย, สาวรัสเซีย, ดำน้ำ

สำหรับเป้าหมายของการออกค้นหาใต้ทะเลอย่างน้อยทีมค้นหาอาจจะพบอุปกรณ์ที่ใช้ดำน้ำแบบฟรีไดวิ่ง เช่น หน้ากากดำน้ำ เข็มขัดตะกั่ว ตีนกบเป็นต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้นำติดตัวไป จึงอยากให้ทีมค้นหาพบอุปกรณ์อย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจะได้บ่งชี้ได้ชัดขึ้นถึงสาเหตุการหายตัวไป

ถ้าโชคดีอาจจะพบตัวนักท่องเที่ยวสาวรายนี้ จากการคำนวนที่นักท่องเที่ยวรายนี้หายไประยะเวลาที่สูญหายไปประมาณวันที่ 15 หรือวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ยากให้เกิดก็คงยากที่จะพบตัว ทั้งนี้จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำแบบฟรีไดวิ่งพบว่าบริเวณใต้ทะเลของอ่าวโฉลกจะมีโคดหิน และมีอะไรอยู่เยอะซึ่งเป็นไปได้ว่านักท่องเที่ยวนี้อาจเกิดอุบัติเหตุซึ่งก็เป็นข้อสมมติฐานของทีมสืบสวนและค้นหา

ซึ่งทีมงานค้นหาจะค้นหาตามข้อสมมติฐานในแต่ละจุด เพื่อหาเหตุผลมาพิสูจน์ในแต่ละข้อจนกว่าจะคลายข้อสงสัย สำหรับวันนี้ทีมค้นหาใต้ทะเลจะมีการดำน้ำสองช่วงคือในช่วงเช้า และในช่วงบ่าย นอกจากนี้ได้ให้ทีมกู้ภัยเกาะเต่าร่วมกับชาวบ้านออกค้นหาตั้งแต่ชายทะเลและบนภูเขาที่คาดว่านักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย รายนี้จะใช้เส้นทาง เพื่อให้พบตัวตามวัตถุประสงค์ต่อไป