จวกยับ! ร้านดังราชบุรีจัดงานแต่ง เรียกงบครึ่งแสน แต่งานสุดห่วย

จวกยับ! ร้านดังราชบุรีจัดงานแต่ง เรียกงบครึ่งแสน แต่งานสุดห่วย ไม่เป็นไปตามที่คุยกันไว้

กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ สำหรับภาพงานแต่งสุดห่วยจากร้านจัดงานแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่้อ Amornrat Sangsee ได้โพสต์ภาพงานแต่งงานของตัวเอง อ้างว่าถูกทีมออแกไนซ์เอาเปรียบ ทั้งแบ็คดรอปที่เลือกไว้ต้องมีดอกไม้ แต่กลับไม่มี แถมกล่องใส่ซองยังเป็นโฟมธรรมดา พร้อมข้อความระบุว่า

“ควรมีจรรยาบรรณกับงานที่ทำ ควรเห็นใจลูกค้า ไม่ใช่หวังแต่ผลประโยชน์แค่ตัวเอง งานแต่งครั้งเดียวในชีวิต เลือกแพ็คเกจที่แพงที่สุดของร้าน แต่สิ่งที่ได้ เหลือคำบรรยาย งานเช้าส่งของพิธีขันหมากช้า ฤกษ์ 09.09 น. ทางร้านส่งของให้ 09.00 น. ของไม่ครบ ของในขบวนขันหมากขาด ของพิธีเข้าหอขาดหมดเลย แก้ตัวว่าน้องส่งผิดงาน เขาเอาของงานอื่น สลับกัน งานเย็น พอถึงสถานที่กินเลี้ยง งงเลยอะไรที่เราเลือกเราคุยกันมันไม่ใช่แบบนี้นะ ค่าจัดงานทั้งหมด 50,900 บาท พอเราคุยกับทางร้านโอนกลับมา 15,000 บาท ดูรูปแล้วพิจารณากันเอาเองนะคะ”

หลังจากที่เรื่องดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างแชร์บอกต่อกันอย่างกว้างขวาง พร้อมเข้ามาแสดงความคิดเห็นตำหนิร้านจัดงานแต่งงานนี้จำนวนมาก ทั้งนี้ ต่อมาทางร้านจัดงานได้ออกมาขอโทษ โดยระบุว่า เห็นมันขึ้นไฟดี ก็เลยเปลี่ยนให้เอง ก่อนจะคืนเงินให้ 15,000 บาท

ขอบคุณภาพจาก Amornrat Sangsee

วอนช่วย! คุณแม่ลูก 4 ยากจน เงินไม่พอซื้อนมเลี้ยงลูก

จันทบุรี แม่วัย 32 ปี ยากจน เงินไม่พอซื้อนมเลี้ยงลูกแฝด 2 คน และลูกที่มีมาก่อนน่านี้อีก 2 คน รวมเป็น 4 คน วอนช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีแม่ลูก 4 ชีวิตรันทดไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกิน หลังคลอดลูกเป็นเด็กแฝดออกมาอีก 2 คน และมีลูกที่เกิดมาก่อนน่านี้อีก 2 คน รวมเป็น 4 คน ขอให้ผู้สื่อข่าวได้เดินทางมาทำข่าวเป็นกระบอกเสียงช่วยเหลือแม่ลูก 4 ด้วย

ทั้งนี้ จากการเดินทางไปตรวจสอบห้องเช่าเลขที่ 45/2 หมู่ที่ 3 ตำบลวันยาว อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี พบ นางสาวชลิดา ยอดคำ อายุ 32 ปี กำลังนั่งเลี้ยงลูกแฝด 2 คน ที่เกิดมาได้ 2 เดือนครึ่ง อยู่ภายในบ้านเช่า ทราบชื่อ คือ น้องฟ้าใส และน้องวันใหม่ อายุ 2 เดือนครึ่ง เพศหญิงทั้ง 2 คน ปัจจุบันมีลูกทั้งหมด 4 คน มี 7 ขวบ 1 คน 3 ขวบ 1 คน และ แฝด 2 คน รวมเป็น 4 คน

ซึ่งปัจจุบัน นางสาวชลิดา ต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูกเพียงลำพัง ส่วนสามีต้องออกไปรับจ้างเป็นเด็กปั้มได้ค่าแรงวันละ 330 บาท ทำให้ไม่พอใช้ในการเลี้ยงลูกทั้ง 4 คน สามีต้องเบิกเงินมาใช้ล่วงหน้าเดือนละ 2 ครั้ง คือ วันที่ 15 และ 25 อยู่เป็นประจำ แต่ทั้งนี้เงินเดือนที่ออกมาก็ไม่พอใช้เป็น ค่านม ค่าโรงเรียน และค่าเช่าบ้าน ทำให้บางวัน นางสาวชลิดา และสามีไม่ค่อยได้กินข้าวเพราะกลัวจะไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกิน

บางวันหากไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกก็จะขอนมโรงเรียนของลูกคนโต และคนรอง มาให้ลูกแฝดทั้ง 2 กินแทน แต่ทั้งนี้ยังโชคดีที่มีเพื่อนข้างห้อง พึ่งคลอดลูกอายุใกล้เคียงกันคอยช่วยเหลือแบ่งนม มาให้บ้าง แบ่งข้าวกินบ้าง ล่าสุดยังไม่มีหน่วยงานใดให้การช่วยเหลือ

แม่ “น้องปอนด์” ถูกไขขวงแทง พอใจผลงานตร. เผยยังมีลูกคนมีสีเกี่ยวอีก

แม่และป้า นศ.ศิลปากร ที่ถูก 18 วัยรุ่นใช้ไขควงปักหัวเสียชีวิต พอใจการทำงานตำรวจ แต่ระบุยังมีลูกผู้มีอิทธิพล คนมีสีเกี่ยวข้องอีก

นางอรุณรัตน์ ชมโลก อายุ 50 ปี มารดาของนายธีระพงษ์ หรือปอนด์ ฐิตะญาณ อายุ 24 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยศิลปากรวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี ที่ถูกกลุ่มวัยรุ่น บุกเข้าไปรุมทำร้ายในหอพัก และใช้ไขควงแทงศีรษะเสียชีวิต ได้เดินทางมาที่ สภ. ชะอำ พร้อม นางอรุณี ดีสุวรรณ ป้าของน้องปอนด์ และ นายรณรงค์ แก้วเพชร ทนายความอาสาเพื่อติดตามคดี โดยมี พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ชี้แจงรายละเอียดการสืบสวนจับกุม

เบื้องต้น นางอมรรัตน์ และ นางอรุณี เปิดเผยว่า พอใจในผลงานติดตามสืบสวนคดีของเจ้าที่ตำรวจจนนำมาสู่การจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 18 คน ซึ่งมีผู้ลงมือก่อเหตุแทงน้องเสียชีวิตอยู่ในกลุ่มด้วย แต่ตนได้ข้อมูลจากเพื่อนน้องปอนด์ว่า ยังมีบุคคลอื่นที่นอกเหนือจาก 18 คน ร่วมในขบวนการก่อเหตุครั้งนี้และคาดว่าจะเป็น ผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง โดยบุคคลดังกล่าวเป็นลูกผู้มีอิทธิพลและคนมีสี อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ยังห่วงเรื่องความปลอดภัยของเพื่อนของน้องปอนด์ซึ่งเป็นผู้บาดเจ็บและเป็นพยาน

ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี กล่าวว่า ผู้เกี่ยวข้องทั้ง 18 คน ก็เข้ามอบตัวครบหมดแล้ว ซึ่งตั้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองทุกคน หลักจากพูดคุยและให้ดูพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว ฝ่ายผู้เสียหายก็เข้าใจ และสบายใจขึ้น ยืนยันว่า ที่มีกระแสข่าวว่ามีนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาโทรมาคุยกับตนเองนั้น ยืนยันได้ด้วยว่าไม่มี และทาง ผกก.สภ.ชะอำ ก็ไม่มี มีแต่ญาติของผู้เสียหายซึ่งเป็นตำรวจโทรมาคุยและฝากให้ดูคดีนี้ด้วยความยุติธรรม ขณะนี้รอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์เท่านั้น ซึ่งตนก็จะเร่งรัดโดยเร็ว