ดีเอสไอสเปิดภาพถ่ายทางอากาศหลังพบถังน้ำมัน

ดีเอสไอ เปิดภาพถ่ายทางอากาศ หลังพบถังน้ำมันเป็นแนวยาวข้างอาคารบุญรักษา

วันนี้ 6 มี.ค. 60 พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฎิบัติการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ชี้แจงการเข้าตรวจค้นพื้นที่โซนดี และเปิดภาพจากกล้องวงจรปิด ว่าจากการตรวจค้นในโซนดีที่มีพื้นที่ติดต่อกับโซนเอพบว่ามีพระภิกษุไปอยุ่จำนวนมากรวมถึงพบมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนตลอดเวลา ซึ่งเจ้าคณะอำเภอคลองหลวงและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เข้าตรวจสอบกลับพบมีพระภิกษุให้ผ้าปิดบังใบหน้าต่อต้านการเข้าตรวจค้นในวันนี้

ขณะที่ ภาพถ่ายทางอากาศที่ดีเอสไอให้โดรนบินบริเวณกังกล่าว พบว่าด้านข้างอาคารบุญรักษามีการขุดคูคลองลึก 5 คลองมีขนาดกว้างใหญ่และปล่อยน้ำเข้าไปภายในคลองมีการใช้เครื่องจักรขุด และนำดินมาขวางกันคนเข้าไปภายไป อีกทั้งยังพบรถแบ๊คโฮลกำลังทำงานอยู่ นอกจากนี้ยังพบแนวท่อปูนเป็นทางยาว และถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร จำนวน 18 ถัง เว้นระยะห่างเท่าๆกันโดยนำกระสอบทรายมาปิดบนฝาถังไว้ซึ่งดีเอสไออยากพิสูจน์ทราบว่าภายในถังเป็นน้ำมันหรือไม่ เพราะหากเป็นถังน้ำมันนั้นจะทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นอันตราย จึงต้องการเข้าไปพิสูจน์ข้อเท็จจริง แต่ถูกต่อต้านจากทางพระภิกษุดังกล่าว

ที่มา… INN

‘พระปลัดเสกสรรค์’ ประกาศลั่นยอมติดคุกแต่ไม่ยอมสึก

พระปลัดเสกสรรค์ อัตตทโม พระสงฆ์วัดพระธรรมกายยอมติดคุกไม่ยอมลาสิกขาอุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนา

วันนี้ 6 มี.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ ตลาดกลางคลองหลวง ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พระปลัดเสกสรรค์ อัตตทโม พระสงฆ์วัดพระธรรมกาย พร้อมด้วย พระสงฆ์จำนวนหลายรูปและศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย จำนวนมาก ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ว่ากรณีที่สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติได้เข้ามาดูใบสุทธิจำนวน 2 ครั้งขอยืนยันว่าพระในนี้เป็นพระจริงๆ ถ้าเป็นพระปลอมจะมาสวดธรรมจักรและทำวัดเช้าวัดเย็นคงทำไม่ได้และพระสงฆ์และญาติโยมที่เข้ามาในบริเวณนี้ก็มานั่งสวดมนต์และประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนากันอย่างสงบเพียงเท่านั้น

ซึ่งพระที่มาเมื่อเจอกันก็จะรู้กันดีว่ามาทางที่ไหน รวมทั้งทางเจ้าหน้าที่รัฐได้มีการไปบีบบังคับญาติโยมที่อยู่ภายในตลาดกลางคลองหลวง แห่งนี้ให้ออกจากพื้นที่ จึงขอวิงวอนขอให้เจ้าหน้าที่รัฐอย่าไปบีบคันพระสงฆ์และญาติโยมที่อยู่ภายในนี้ให้เกิดความกังวลมากมันจะทำให้เกิดสถานการณ์ที่ไม่น่าเกิดเราไม่มีการขัดคำสั่งของเจ้าหน้าที่รัฐและสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติแต่อย่างใด อย่าพยามกดดันทางเรา

กรณีที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอกำลังกดดันเจ้าของรถสุขาที่ทางคณะศิษย์เช่ามาใช้ในพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวงให้นำออกจากพื้นที่ และยังให้เจ้าของไปแจ้งความที่ สภ.คลองหลวง เพื่อให้นำรถสุขาออกไป ซึ่งเราหาทางเข้าสุขาที่ไหนก็ได้แต่เราจะอยู่ตรงนี้ต่อไป อยากจะถามเจ้าหน้าที่ที่มีเกี่ยวข้องท่านทำถูกแล้วหรือท่านรับเงินเดือนที่มาจากภาษีของประชาชนกลับมาทำกับประชาชนอย่างนี้มันเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพกันหรือไม่ที่ใช้ม. 44 กับประชาชนและพระสงฆ์ ซึ่งบางเรื่องมันเกินไปอย่าปฎิบัติกับเราเหมือนผู้ก่อการร้าย และใช้ยุทธวิธีทางด้านการทหารมาใช้กับเราเหมือนทางภาคใต้เราเป็นเพียงพระสงฆ์ควรปฏิบัติกับเราทางพระพุทธศาสนา ไม่ใช้มาใช้มาตรา 44

พระปลัดเสกสรรค์ อัตตทโม พระสงฆ์วัดพระธรรมกาย เปิดเผยต่อไปอีกว่า ในส่วนของการไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 8 มี.ค.2560 ในเวลา 09.00น.ที่สภ.คลองหลวงนั้นยืนยันว่าจะไปยังไม่รู้ว่าข้อหาอะไรก็จะไปหากไปแล้วเขาไม่ให้กลับก็ยินดีติดคุก แต่ว่าพระสงฆ์เขาไม่ให้ติดคุกต้องให้ลาสิกขาก่อน ดังนั้นจะทำอย่างไรก็ตามจะให้ใครมาถอดจีวรให้ลาสิกขาตนจะไม่ยอมลาสิกขาเด็ดขากตนจะขอติดคุกอยู่กี่ปีก็ชั่งก็ติดไป บวชมาแล้ว14ปี อุทิศชีวิตให้กับพระพุทธศาสนา ยึดแนวทางพระพิมลธรรม

ข้อชี้แจงเรื่องภาพที่สื่อมวลชนนำเอาไปเป็นประเด็น โดยภาพข่าวที่ตนกำลังปล่อยนกนั้นมีใจความว่ามีท่อน้ำเลี้ยงหนุนม๊อบพระธรรมกาย 10 ล้าน ซึ่งไม่เป็นความจริงจึงขอวิงวอนว่าขอให้สื่อมวลชนได้ชี้แจงแต่ความจริง เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางพระสงฆ์และป้าเช็ง ที่ตลาดคลองหลวงเมืองใหม่แต่อย่างใด ข่าวที่ออกไปนั้นคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย จะปรึกษาทนายความให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุดเนื่องจากสร้างความเสื่อมเสียเป็นอย่างมาก ซึ่งพวกเราขอประกาศอริยะขัดขืนอย่างสงบขอให้ท่านยกเลิกมาตรา 44 อีกทั้งได้รับทราบข่าวว่าทางเจ้าหน้าที่บอกว่างานเลี้ยงจะจบแล้วทางเราก็ขอให้ท่านรีบเลิกงานเลี้ยงเร็วๆทางเราจะได้เข้าวัดเสียที่

ลำปางค่าหมอกควันเกินมาตรฐาน 3 จุด

ค่าหมอกควันลำปาง พุ่งเกินมาตรฐาน 3 จุด สูงสุดที่ 169 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ชณะจับตาพะเยา แพร่ ลำพูน

สำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ภาคเหนือ เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 6 มีนาคม 2560 ว่า ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือพบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เกินจากค่ามาตรฐานไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หลายพื้นที่ ประกอบด้วย ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ, ลำปาง 169 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง 155 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ, ลำปาง 125 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนพื้นที่ที่มีต่า PM10 เกินกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คือ พะเยา แพร่ ลำพูน

ทั้งนี้ ประชาชน เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุม หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือใช้ผ้าปิดจมูก ส่วนประชาชนทั่วไปขอให้ติดตามข่าวสารและปฏิบัติ ตามข้อแนะนำจากหน่วยงานราชการ และหากมีอาการเจ็บป่วยควรปรึกษาแพทย์ทันที

ที่มา… INN