ชื่นชม! ช่างซ่อมรถยนต์สาว ฝีมือเยี่ยมเก่งไม่แพ้ผู้ชาย

ทึ่ง! ช่างซ่อมรถยนต์สาว ชาวเมืองกระบี่ สามารถซ่อมรถยนต์ได้ทุกชนิด ทั้งระบบเครื่องยนต์และช่วงล่าง ฝีมือไม่แพ้ชายอกสามศอก เผยเริ่มฝึกจากผู้เป็นพ่อตั้งแต่อายุ 10 ขวบ จนเกิดความชำนาญ และกลายเป็นนายช่างใหญ่ประจำร้าน

ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่า ที่ จ.กระบี่ ได้เกิดเรื่องราวสุดฮือฮาขึ้น เมื่อพบช่างซ่อมรถยนต์ ที่อู่แห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลหนองทะเล อ.เมือง ที่มีความต่างจากช่างซ่อมรถยนต์ทั่วไป เนื่องจากเจ้าของอู่เป็นช่างผู้หญิง แต่มีฝีมือไม่แพ้ผู้ชาย จึงเดินทางไปตรวจสอบที่อู่ซ่อมรถ ชื่อ อู่ช่างเกียรติ ก่อนจะพบนายช่าง เป็นหญิงสาว หน้าตาดี แต่งกาย ชุดช่าง ท่าทางทะมัดทะแมง ทราบชื่อคือนางสาวมลฤดี ฉาบสูงเนิน หรือช่างกุ้ง อายุ 23 ปี กำลังออกไปให้บริการซ่อมช่วงล่างรถยนต์ให้ลูกค้าที่เสียอยู่บนถนนอย่างชำนาญ สร้างความแปลกใจและประทับใจของลูกค้าที่มาใช้บริการ

โดย น.ส.มลฤดี เล่าว่า มีความชื่นชอบด้านงานช่างซ่อมเครื่องยนต์มาตั้งแต่เด็กๆ และได้เรียนรู้การซ่อมรถยนต์ จากการติดตามพ่อ คือนายดำรงค์ ฉาบสูงเนิน หรือช่างเกียร์ติ ซึ่งเป็นพ่อตั้งแต่ตอนอายุ 10 ขวบ ทั้งนี้ถึงแม้ว่างานดังกล่าวจะเป็นงานหนักและเหนื่อยแต่ก็ชอบ และทำมาจนถึงปัจจุบันรวมกว่า 10 ปี แล้ว

ช่างซ่อมรถสาว

ด้านนาย ดำรงค์ ผู้เป็นพ่อเล่าว่า ตนเปิดอู่ซ่อมรถ มานานกว่า 40ปี แล้ว มีลูกสาวทั้งหมด 3 คน ไม่มีลูกชายแม้แต่คนเดียว ไม่มีคนสืบทอดกิจการ จึงจำเป็นต้องฝึกให้ทุกคนในบ้านได้เรียนรู้การทำงาน จนกระทั่งสามารถทำงานซ่อมได้ทุกคน ตั้งแต่ภรรยามาจนถึงลูกสาวทั้ง 3 คน โดยช่างกุ้ง เป็นบุตรสาว คนรอง ปัจจุบันมีครอบครัว แต่ช่วยงานช่างได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง ยกเว้นงานเคาะพ่นสีเท่านั้น ซึ่งตนรู้สึกภูมิใจในตัวลูกสาวมาก

ช่างซ่อมรถสาว
ช่างซ่อมรถสาว
ช่างซ่อมรถสาว

นศ.หนุ่มเมาแล้วขับ ดับปริศนาคาห้องขัง แม่คาใจปมเสียชีวิต

นครบาล ตั้งกรรมการ 2 ชุด ให้เวลา 7 วัน สอบข้อเท็จจริง นศ.หนุ่มเมาแล้วขับ ตายปริศนาคาห้องขังสน.บางนา ด้านแม่ติดใจทำไม ไม่ส่งโรงพยาบาล แต่กลับนำไปขัง ทั้งๆ ที่หมดสติคาด่านตรวจ

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงดึกของวันที่ 4 มี.ค. 60 ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุสุดสลดขึ้นเมื่อผู้ต้องหาเมาแล้วขับรายหนึ่งได้หมดสติ ก่อนจะเสียชีวิตภายในห้องขัง สน.บางนา ทราบชื่อต่อมาคือ นายสิทธ์สวัสดิ์ หรือ หนึ่ง เอี่ยมลาภะ อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3

เมาแล้วขับ, สน.บางนา,

ทั้งนี้จากรายงานได้ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุนายสิทธ์สวัสดิ์ ถูกเรียกตรวจวัดแอลกอฮอล์ที่ด่านตรวจบริเวณถนนเทพรัตน กม.1 (ถนนบางนา-ตราด) ทิศทางด้านขาออก แต่ระหว่างที่ทำการตรวจวัดนั้น ผู้ตายได้หมดสติทางเจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาควบคุมไว้ที่ สน. ก่อนที่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด

ด้านนางสาว นิธินาถ ป้องกันภัย อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นมารดาของผู้เสียชีวิต ได้เปิดใจอย่างสุดเศร้าถึงเหตุที่เกิดขึ้นอีกทั้งยังสงสัยถึงสาเหตุในการตาย เพราะปกติแล้วลูกเป็นคนแข็งแรง และไม่มีโรคประจำตัว แต่ทำไมถึงกลับมาเสียชีวิตได้ง่ายๆ ขณะเดียวกันก็มีข้อสงสัยว่าทำไม ? เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พาไปส่งโรงพยาบาล แต่กลับนำตัวไปคุมขังที่โรงพัก ทั้งๆ ที่ลูกตนนั้นหมดสติที่ด่านตรวจ จึงขอให้ทางเจ้าหน้าที่ออกมาชี้แจงเพื่อไขความกระจ่างด้วย

ขณะที่ พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร รอง ผบช.น. ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลการประชุมในวันนี้ (6 มี.ค. 60) ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 2 ชุด สืบสวนหาข้อเท็จจริงในสาเหตุการตาย เพื่อให้ความเป็นธรรมให้กับญาติผู้เสียชีวิต โดยจะใช้เวลาประมาณ 7 วันถึงจะได้ข้อสรุป

อย่างไรก็ดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติที่เกิดเหตุสลดในครั้งนี้ และอยากฝากให้ประชาชนลด ละ ลเิกการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะไม่เกิดผลดีต่อร่างกายแม้จะเป็นคนแข็งแรงขนาดไหนก็ตาม อีกทั้งอาจเป็นอันตรายกับบุคคลอื่นหากคนๆ นั้นเมาแล้วขับด้วย

ข้าราชการสุรินทร์ ปลูกกล้วยหอมทองขาย รับเงินเหนาะๆ เฉียด 3 แสนต่อปี

พบข้าราชการสุรินทร์ ปลูกกล้วยหอมทอง รายได้ต่อ 1 ปี ไม่ต่ำกว่า 200,000 – 300,000 บาท ใช้พื้นที่ประมาณ 2 – 3 ไร่ เท่านั้น

นายบุญธรรม ทวีสิน อายุ 41 ปี เจ้าของสวนกล้วยหอมบุญธรรม บ้านไพล ต.ไพล อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ อาชีพรับราชการ อยู่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลไพล ส่วนนอกเวลาราชการ และวันหยุด เสาร์ – อาทิตย์ ได้หันมาปลูกกล้วยหอมทอง เป็นพืชเศรษฐกิจหลัก จนประสบผลสำเร็จ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้กว่า 300,000 บาทต่อปี จากการขายกล้วยหอมทอง และหน่อพันธุ์กล้วยหอมทอง

นอกจากนี้ ยังเปิดสอนออนไลน์ทางเฟซบุ๊ก ชื่อ “สวนกล้วยหอมบุญธรรม ทวีสิน บ้านไพล อำเภอปราสาท สุรินทร์” อีกทั้งยังเปิดสวนกล้วยให้เกษตรกรที่สนใจ เข้ามาศึกษาเรียนรู้ จนในพื้นที่อีสานใต้มีการปลูกกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งกล้วยหอมทองของที่นี่จะเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมากเนื่องจากมีรสชาติดี และมีผลที่สวยงาม

ด้านนายบุญธรรม กล่าวว่า ปัจจุบันชาวสวนกล้วยหอมทอง ในเขต จ.สุรินทร์ หรือ เขตอีสานใต้ นครชัยบุรินทร์ 4 – 5 จังหวัด ผลผลิตไม่เพียงพอต่อการบริโภค เพราะมีคนปลูกกล้วยหอมทองกันน้อย แต่หากคิดปลูกกันมาก อนาคตก็อาจจะมารวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ เหมือนที่ จ.ชัยภูมิ หรือที่ จ.นครราชสีมา เป็นต้น

ส่วนตัวตนรับราชการ นอกเวลาราชการจึงจะมาปลูกกล้วยหอมทอง ทำให้มีรายได้เพิ่ม หนึ่งต้นมีหนึ่งเครือ เครือละประมาณ 6 หวี จำหน่ายในราคาหวีละ 80 – 100 บาท เพราะฉะนั้นหนึ่งเครือจะมีรายได้ประมาณ 400 บาท ตนขายกล้วยเป็นรุ่น รุ่นละประมาณ 500 – 1,000 ต้น รายได้ต่อ 1 ปีไม่ต่ำกว่า 200,000 – 300,000 บาท ใช้พื้นที่ประมาณ 2 – 3 ไร่ เท่านั้น