ค่าหมอกควัน เหนือ-อีสาน พุ่งเกินมาตรฐาน ลำปาง สูงสุด

ค่าหมอกควัน เหนือ – อีสาน พุ่งเกินมาตรฐาน 3 จังหวัด สูงสุดที่ จ.ลำปาง 168 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

สำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ภาคเหนือ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 มีนาคม 2560 ว่า ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ ประกอบด้วย ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ, ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เกินจากค่ามาตรฐานไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอยู่ในระดับ 168 และ 144 ตามลำดับ

ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็พบว่า ต.ในเมือง อ.เมือง จ.หนองคาย มีปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เกินจากค่ามาตรฐานไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับ 157 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้ ประชาชน เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุม หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรสวมใส่หน้ากากหรือใช้ผ้าปิดจมูก ส่วนประชาชนทั่วไปขอให้ติดตามข่าวสารและปฏิบัติ ตามข้อแนะนำจากหน่วยงานราชการ และหากมีอาการเจ็บป่วยควรปรึกษาแพทย์ทันที

อภิสิทธิ์หนุนไม่นับอายุความนักการเมืองหนีคดี

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หนุนไม่นับอายุความนักการเมืองหนีคดี ชี้เป็นเครื่องเอาผิดคนโกง แนะคุ้มครองพยาน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่จะไม่นับอายุความกรณีที่ผู้กระทำผิดหลบหนี ว่า ขอสนับสนุนอย่างเต็มที่ในเรื่องการใช้กฎหมายฉบับนี้ เพราะเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินคดีกับนักการเมืองที่ทุกจริต แม้ที่ผ่านมามีความพยายามออกกฎหมายเพิ่มโทษในกฎหมายตั้งศาลคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่หัวใจสำคัญคือการพิจารณาคดีที่จะทำให้สามารถปราบปรามการทุจริตให้ได้ผล และการพิจารณาคดีให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ดังนั้น เรื่องการไม่นับอายุความกรณีที่มีการหลบหนีไม่ไปศาล จะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ทำให้สามารถดำเนินการกับผู้ทุจริตได้ แต่ต้องมีเครื่องมือในเรื่องการคุ้มครองพยาน การดูแลรักษาพยานหลักฐานให้คงอยู่ด้วย

ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึง ข้อเสนอคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่จะให้สามารถพิจารณาคดีลับหลังได้ในกรณีที่ผู้ต้องหาไม่ไปศาลเลย ว่า จะต้องยึดหลักความเป็นธรรม และคงกำหนดเงื่อนไขว่ากรณีไหนจึงจะทำได้ เพราะที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องการหนีคดีและประวิงเวลา

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงแนวทางการสร้างความปรองดองของ คณะกรรมการ ป.ย.ป. ว่า ขณะนี้คือการรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ทั้งพรรคการเมือง และภาคประชาชน แต่สิ่งสำคัญที่ต้องจับตาคือการประมวลความเห็นทั้งหมด ว่า จะดำเนินการเดินหน้าอย่างไร จึงจะต้องรอดูในขั้นตอนนั้นก่อน

ที่มา INN

FB “พระสนิทวงศ์” โพสต์ภาพสามเณรเขียนจดหมายให้กำลังใจชวนทหารบวช

เฟซบุ๊ก “พระสนิทวงศ์” เผยแพร่ภาพ สามเณรเขียนจดหมายน้อย ให้กำลังใจพี่ ๆ เจ้าหน้าที่ทหารและชวนบวช หลังจบภารกิจ

วันนี้ (5 มี.ค. 60) มีรายงานว่า เฟซบุ๊ก “Phra Sanitwong Charoenrattawong” ของ “พระสนิทวงศ์” ได้เผยแพร่ภาพสามเณรขณะมอบกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ให้ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยข้อความในจดหมายดังกล่าวมีเนื้อหาเป็นการให้กำลังใจ ซึ่งระบุว่า จะไม่มีการกล่าวร้ายกัน อีกทั้งชวนให้มาบวชอยู่ด้วยกันหลังเสร็จสิ้นภารกิจ อาทิ “เป็นกำลังใจให้โยมพี่ทหาร เราไม่ว่าร้ายกัน ไม่ทำร้ายกัน เสร็จภารกิจแล้วมาบวชอยู่ด้วยกันนะครับ จากน้องเณรน้อย” และ “โยมพี่ครับ อดทนนะครับ ดีกันนะครับ รักกันนะครับ สู้ ๆ ครับ ปล. จากเณรน้อย”

ทั้งนี้ สำหรับ พระสนิทวงศ์ หลังจากดีเอสไอ ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับกองปราบปราม ฐานยุยง ปลุกปั่น ก็ยังไม่ปรากฏตัวต่อสื่อมวลชน แต่พบว่าเฟซบุ๊กส่วนตัวได้มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ พระสนิทวงศ์ ให้สัมภาษณ์อ้างว่าไม่ได้เป็นคนโพสต์ข้อความต่าง ๆ ในเฟซบุ๊กเอง เพราะถูกตัดสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต จนไม่สามารถใช้งานได้ แต่ได้ให้พระและศิษย์ของวัดพระธรรมกายทั่วโลก สามารถโพสต์ในเฟซบุ๊กของตนเองได้