กรมชลฯ สั่งปิดไซต์งานเจาะอุโมงค์หมายเลข 6 เร่งตรวจสอบ

กรมชลประทานสั่งปิดไซต์งานเจาะอุโมงค์หมายเลข 6 ตรวจสอบข้อเท็จจริง คาดสาเหตุจากรอยเลื่อนแม่ปิง

วันนี้ 3 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าว จ.เชียงใหม่ รายงานว่า กรมชลประทาน ส่ง ผอ.สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ลงพื้นที่ตรวจสอบอุบัติเหตุหินร่วงทับ 2 นักธรณีดับคาอุโมงค์ กำชับบริษัทผู้รับเหมา-ปรึกษาเพิ่มความเข้มงวดหน้างาน นายชยันต์ เมืองสง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ กรมชลประทาน พร้อมนายวิทย์ วงษ์กมลชุณห์ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 1 และ รศ.ดร.นพดล เพียรเวช ผู้เชี่ยวชาญงานก่อสร้างอุโมงค์ กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา เข้าตรวจอุโมงค์ส่งน้ำเข้า-ออก หมายเลข 6 อุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่งัด-แม่กวง ที่บ้านป่าเลา ต.แม่หอพระ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ หลังเกิดอุบัติเหตุหินภายในอุโมงค์ถล่มลงมาทับ 2 นักธรณีวิทยา คือ นายปฐมพร ศิรวัฒน์ อายุ 23 ปี และ นายปรัชญาวัต วสุอนันต์ อายุ 24 ปี ของบริษัท อิตาเลียนไทย ดิเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวานนี้ ( 2 มีนาคม)

โดยก่อนหน้าที่จะเดินทางมายังอุโมงค์หมายเลข 6 นายชยันต์ เมืองสง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ กรมชลประทาน ได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักชลประทานขนาดใหญ่ที่ 1 , ตัวแทนบริษัทที่ปรึกษา และ ตัวแทนบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ที่สำนักชลประทานขนาดใหญ่ที่ 1 ในอ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งกำชับบริษัทผู้รับจ้าง และบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงาน ให้คุมเข้มทุกขั้นตอนของมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยขึ้นมาอีก

ขณะที่บรรยากาศภายในพื้นที่ไซต์งานของอุโมงค์หมายเลข 6 ยังมีเจ้าหน้าที่และคนงาน ของบริษัท อิตาเลียนไทยฯ เดินทางมาทำงานตามปกติ แต่ได้งดปฏิบัติงานภายในอุโมงค์ เพื่อรอให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยช่วงเช้าตำรวจ สภ.แม่แตง และวิศวกรได้เข้าไป
ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุภายในอุโมงค์ และกั้นไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไป

นายชยันต์ เมืองสง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ กรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานได้ส่งตนเองมาติดตามและตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นมาอีก แม้อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจะเป็นเรื่องสุดวิสัยก็ตาม ส่วนสาเหตุที่หินพังถล่มลงมา เบื้องต้นพบว่าของบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ได้ดำเนินการก่อสร้างตามรูปแบบ

แต่เนื่องจากชั้นหินด้านบนเกิดร่วงลงมากระแทกระบบค้ำยันและทับนักธรณี 2 คนเสียชีวิต มาตรการต่อไปหลังจากนี้จะต้องอบรมเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มความเข้มงวด และตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติต้องรู้จักสังเกต เพราะชั้นหินที่ระเบิดไปแต่ช่วงอาจมีการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เป็นรูปแบบเดียวกันตลอด หากดูแล้วสุ่มเสี่ยงต้องมีการพิจารณาว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร

ทั้งนี้ยอมรับว่างานก่อสร้างอาจต้องล่าช้ากว่าแผนออกไป แต่เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นก็ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อปรับวิธีการทำงานให้มีความปลอดภัยมากที่สุด โดยพรุ่งนี้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองเข้ามาตรวจสอบความมั่นคงของพื้นที่ ขณะที่สาเหตุมาจากชั้น
หินด้านบนที่ไม่ดีร่วงหล่นลงมา ซึ่งการสำรวจพื้นที่ก่อนหน้านี้มีการเจาะสำรวจเป็นช่วง ๆ ตามเส้นทางของอุโมงค์ผันน้ำสายหลักที่มีความยาวกว่า 22 กิโลเมตร และ อุโมงค์เชื่อมต่อเพื่อให้ทราบถึงคุณภาพของชั้นหินที่จะมีการขุดเจาะ

ด้าน รศ.ดร.นพดล เพียรเวช ผู้เชี่ยวชาญงานก่อสร้างอุโมงค์ กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ยืนยันว่า อุโมงค์หมายเลข 6 ที่เกิดเหตุได้มีการเจาะสำรวจชั้นหินแล้ว แต่เมื่อระเบิดลึกเข้าไปพบว่าชั้นหินมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากจึงมีการใส่อุปกรณ์ค้ำยันเข้าไป แต่สภาพภูมิประเทศในพื้นที่เป็นภูเขาและมีรอยเลื่อนของเปลือกโลก เรียกว่ารอยเลื่อนแม่ปิงที่มีอายุหลายร้อยปีกระจายตัวอยู่จำนวนมาก

ก่อนหน้านี้ที่ปรึกษาจากบริษัทออสเตรียเข้ามาสำรวจพบว่า ชั้นหินมีคุณภาพไม่ดีนัก จึงได้ออกแบบการขุดเจาะให้มีการค้ำยันครอบคลุมทุกสภาพของหิน และเมื่อขุดเจาะเข้าไปจะมีนักธรณีวิทยาเข้าไปสำรวจสภาพหินอีกครั้งเพื่อวางแผนการทำงานจึงอาจมีความสุ่มเสี่ยง จากนี้ไปจะต้องเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น

ปตท. – บางจาก ลดราคาน้ำมันเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 50 สต.

ปตท. – บางจาก ปรับลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 50 สต./ลิตร เว้น E85 ลง 30 สต./ลิตร ดีเซลคงเดิม มีผลพรุ่งนี้

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บางจาก ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล 50 สตางค์/ลิตร เว้น E85 ลดลง 30 สตางค์/ลิตร ส่วนดีเซลคงเดิม มีผลพรุ่งนี้ (4 มี.ค. 60) เวลา 05.00 น.

ทั้งนี้ จะส่งผลให้ราคาน้ำมันในสถานีบริการของ ปตท. และบางจาก ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล วันพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

เบนซิน 95  ลิตรละ 34.46 บาท

แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 27.35 บาท

แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 27.08 บาท

E20 ลิตรละ 24.84 บาท

E85 ลิตรละ 19.79 บาท

ดีเซล ลิตรละ 26.59 บาท

ตร. รับลูก DSI เจอ ‘พระสนิทวงศ์’ ที่ไหน จับได้ทันที

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ เผยพบเห็น “พระสนิทวงศ์” จับกุมได้ทันที หลังไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง คสช. และใช้โซเชียลบิดเบือนข่าวสาร

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการค้นวัดพระธรรมกาย และดำเนินการกับ พระพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย หลังไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง คสช. และใช้โซเชียลบิดเบือนข่าวสาร ยุยง ปลุกปลั่น ว่า หากพบเห็นเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมดำเนินคดีได้ทันที พร้อมกับให้สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) นำตัวมารับทราบข้อกล่าวหาในฐานะที่ปกครองคณะสงฆ์ มาตรการตรงนี้มีความชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งการทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดจึงต้องอาศัยความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น

สำหรับ พระสนิทวงศ์ นอกจากจะถูกดำเนินคดีข้อหาไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง คสช. แล้ว ยังมีข้อหาการยุยง ปลุกปั่น หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ด้วย เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายตามกรอบกฎหมาย ถ้ายังไม่มารับทราบข้อกล่าวหามาตรการต่อไป คือ ออกหมายจับ ที่ผ่านมาใช้การเจรจาเป็นหลัก แต่เมื่อใช้ไม่ได้ผล ต้องมีบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด ส่วนกรณีที่ พระสนิทวงศ์ นำภาพ และไลน์ของหญิงเสียชีวิตด้วยปอดติดเชื้อ ออกมาเผยแพร่ในโลกโซเชียล พนักงานสอบสวนกำลังตรวจข้อมูล ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรและมีความผิดหรือไม่

ส่วนแผนการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ทางดีเอสไอจะเป็นผู้ประเมินและตัดสินใจ ตำรวจเป็นเพียงหน่วยสนับสนุนกำลังและป้องกันเหตุแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้บริเวณโดยรอบวัดพระธรรมกาย ขณะนี้ยังคงกำลังไว้อยู่ ส่วนจะปรับลดหรือจะเพิ่มขึ้นอยู่กับสถานการณ์แต่ละวัน และไม่สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อยาวนานแค่ไหน คงไม่มีใครอยากให้สถานการณ์ยาวนาน โดยย้ำว่า เรื่องนี้หาก พระธัมมชโย มอบตัวทุกอย่างก็จะจบ

ส่วนคำสั่ง คสช. ให้พระ 14 รูป มารายงานตัวนั้น ทราบว่ามีเข้ามาบางส่วน ส่วนตลาดกลางคลองหลวงยังไม่มีการคืนพื้นที่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ควบคุม ซึ่งเรื่องนี้ DSI จะเป็นผู้กำหนด ตำรวจก็ตรึงกำลังโดยรอบ เพื่อรักษาความปลอดภัย สำหรับการป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น หลังจากชายปีนขึ้นไปบนเสาไฟฟ้าแล้วผูกคอเสียชีวิตนั้น ได้สั่งการให้เฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ในบางครั้งก็อาจเป็นเหตุสุดวิสัย เรื่องปัจเจกบุคคล เจ้าหน้าที่ระวังเต็มที่ไม่ให้เกิดเหตุรายวัน