แม่บ้านอินโดฯ ถูกนายจ้างบังคับให้ผ่าตัด พบไตหายไป 1 ข้าง

แม่บ้านชาวอินโดนีเซีย ถูกนายจ้างชาวกาตาร์บังคับให้ไปผ่าตัด จนกระทั่งพบว่าไตหายไป 1 ข้าง

เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ ‘จาการ์ตาโพสต์’ รายงานข่าวกรณีที่ น.ส.สรี ราบิตาห์ วัย 25 ปี แม่บ้านจากลอมบอกเหนือ จังหวัดนูซาเต็งการ่าตะวันตก เริ่มทำงานเป็นแม่บ้านในกรุงโดฮาร์ ประเทศกาตาร์ ประเทศอินโดนีเซียถูกนายจ้างบังคับผ่าตัด และพบว่าไตตนเองหายไป 1 ข้าง

รายงานระบุว่า น.ส.สรี ทำงานได้เพียง 3 วัน ก็ถูกนายข้างพาไปโรงพยาบาลเพื่อรับการผ่าตัดทั้งที่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าต้องทำเช่นนั้นเพื่ออะไร และเมื่อฟื้นขึ้นมา ก็มีอาการเจ็บปวดและพบว่ามีรอยเย็บอยู่บริเวณท้อง โดยที่ทางนายจ้างไม่บอกรายละเอียดใด ๆ จนกระทั่งถูกส่งตัวกลับไปให้บริษัทจัดหางานและได้ทำงานให้กับนางจ้างรายอื่นๆอีกหลายคน จนถูกส่งตัวกลับประเทศ เพราะเจ็บป่วยบ่อย

น.ส.ราบิตาห์ได้เข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลของหมู่บ้านเซซาอิต ที่อาศัยอยู่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และพบว่าไตของข้างหนึ่งหายไป จึงได้เข้าไปฟ้องร้องกับทางการเพื่อขอความช่วยเหลือ

สลด! ผัวยิงเมีย ลูก พ่อตา ตาย 3 ศพ หน้าที่ว่าการ อ.ไทรน้อย

ตกลงกันไม่ได้ สามียิงภรรยา-ลูก-พ่อตา ตาย 3 ศพ กลางลานจอดรถที่ว่าการอำเภอไทรน้อย

วันนี้ 3 มี.ค. 60 จส.100 รับแจ้ง ยิงกันบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอไทรน้อย จ.นนทบุรี ตรวจสอบจากนาย สมยศ วิชากร นายอำเภอไทรน้อย เพิ่มเติมว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.30 น. จากการสอบถาม เจ้าหน้าที่ของอำเภอ ทราบว่า 2 สามี-ภรรยา เดินทางมาขอหย่า แต่ทะเลาะกันก่อน ตกลงกันไม่ได้ และได้เดินออกไปนอกอาคารบริเวณลานจอดรถของอำเภอ หลังจากนั้นได้ยินเสียงปืนหลายนัด

จาการตรวจสอบ สามีได้ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงภรรยา , ลูกชาย ,พ่อตา และยิงตัวเองที่ขมับขวา ทำให้ ภรรยา และลูกชาย เสียชีวิตทันที ส่วนพ่อตา และสามี คนก่อเหตุได้รับบาดเจ็บสาหัส ทราบชื่อผู้เสียชีวิต 1.นส.วนาวรรณ ปิยะวงค์ (ภรรยา) 2.ด.ช.สุกฤษฏ์ ดีไชโย บุตรชาย อายุ 6 ปี

ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัส 2 คน เจ้าหน้าทื่ช่วยเหลือนำส่ง รพ.ไทรน้อย ทราบชื่อ 1.นายสุรศักดิ์ ดีไชโย (สามี คนก่อเหตุ) 34 ปี 2.นายธีระพงษ์ ปิยะวงค์ (พ่อตา) ล่าสุด นายธีรพงษ์ เสียชีวิตแล้วที่ โรงพยาบาล

ขอบคุณ จส.100

ล้างบาง! รวบสาวผิวสีลอบค้าประเวณี ขึ้นแบล็คลิสต์ห้ามเข้าประเทศไทย

ตำรวจล้างบางสาวผิวสีลอบค้าประเวณีและก่อเหตุคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์ในเมืองพัทยารวบผู้ต้องหากว่าครึ่งร้อย!

วันที่ 3 มี.ค.60 พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พ.ต.ท.ปวัชร์ชัย สุดสคร รอง ผกก.ป. พ.ต.ต.เนติธร รัตนสุชานันท์ สวป. ร่วมกันจับกุมเหล่าบรรดาสาวแท้-สาวเทียมทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เตร็ดเตร่ลักลอบค้าประเวณีและแอบแฝงเข้ามาก่อเหตุอาชญากรรม รวมถึงเร่ขอทานอยู่ในเขตพื้นที่เมืองพัทยา

จากการตรวจสอบบริเวณริมชายหาดพัทยา รวมถึงถนนวอล์คกิ้งสตรีทและตามย่านสถานบันเทิง เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมหญิงสาวชาวอูกันดา ได้ทั้งหมด 40 คน และสาวประเภทสองชาวไทยรวม 6 คน ในข้อหาติดต่อชักชวนหรือรบเร้าบุคคลตามท้องถนนสาธารณสถานเพื่อการค้าประเวณี อันเป็นการเปิดเผยและน่าอับอาย และเป็นที่เดือดร้อนรำคาญแก่สาธารณชน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ชุดเดียวกัน ยังจับกุมขอทานที่ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่สาธารณชนได้จำนวน 5 ราย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) อีกจำนวน 4 ราย

ทางด้าน พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า สำหรับการจับกุมในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาและนายกรัฐมนตรี ที่เร่งรัดให้กวาดล้างจับกุมผู้ที่เข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ และเหตุอาชญากรรมต่างๆ รวมถึงลักลอบค้าประเวณีในเขตพื้นที่เมืองพัทยา เพื่อรักษาภาพลักษณ์ว่าพัทยาไม่ใช่เมืองแห่งเซ็กส์ระดับโลกตามที่สื่ออังกฤษโจมตี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังกันกว่า 30 นาย กระจายกันออกไปกวาดต้อนกลุ่มสาวแท้และสาวประเภทสองทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติผิวสี บริเวณริมชายหาดพัทยา และตามสถานบันเทิงบนถนนวอล์คกิ้งสตรีท รวมถึงผู้เสพยาเสพติดและขอทาน จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 55 คน

กรณีผู้ต้องหาชาวไทยเบื้องต้นได้ทำประวัติและเปรียบเทียบปรับก่อนปล่อยตัวไป ส่วนผู้ต้องหาสาวชาวอูกันดา นอกจากจะปรับในอัตราเดียวกันแล้ว ยังได้ถ่ายสำเนาพาสปอร์ตและทำหนังสือเสนอไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี เพื่อจัดทำประวัติและแบล็คลิสต์ห้ามเข้าประเทศไทย เพราะบุคคลเหล่านี้ไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยวเพื่อใช้เงินตราในบ้านเราตามปกติ แต่เข้ามาในฐานะนักศึกษา เพื่อลักลอบค้าประเวณีและก่อเหตุที่เกี่ยวกับทรัพย์หวังกอบโกยเงินกลับประเทศบ้านเกิด จนสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับเมืองพัทยา