บุตรชาย ‘ระพี สาคริก’ โวยสื่อดังหลังตีข่าวข้อเท็จจริงอาการป่วยคุณพ่อ ยันครอบครัวดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เคยทิ้งให้อยู่ลำพัง
วันนี้ (1 มี.ค. 60) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Sirisak Borisutsawat’ ได้มีการเผยแพร่ข้อความชี้แจงจาก พีระพงศ์ สาคริก บุตรของ ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก ที่ถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีการนำเสนอข่าวว่า ครอบครัวของอาจารย์ระพี ไม่ได้มีการดูแลเฝ้าไข้ขณะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าแต่จ้างคนเฝ้า และห้ามทุกคนเข้าเยี่ยมเด็ดขาด

โดยทางครอบครัวของอาจารย์ระพียืนยันว่า กระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ทางครอบครัวมีการเฝ้าดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ได้มีการทอดทิ้งปล่อยให้อยู่ลำพังตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวดังกล่าวไปแต่อย่างใด
เมื่อวานนี้(27 ก.พ.60) หนังสือพิมพ์ที่มียอดขายอันดับหนึ่งของประเทศ ได้ลงข่าวที่สร้างความเสื่อมเสียให้ผมและพี่น้อง โดยเนื้อข่าวที่ไม่ตรงตามความจริง เมื่อปรากฏเป็นข่าวไปแล้ว ได้มีผู้สื่อข่าวฉบับดังกล่าวได้ติดต่อเข้ามาขอสัมภาษณ์ผม เขาถามว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปนั้น ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร
ผมถามเขากลับไปว่า หนังสือพิมพ์คุณลงข่าวที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริงไปก่อนแล้ว ทำให้ครอบครัวเขาเสียหาย แล้วค่อยมาถามหาความจริง มันเป็นการกระทำที่ถูกต้องเหรอ เขาพยายามจะสัมภาษณ์ผมต่อ ผมไม่มั่นใจว่าคำพูดผมจะถูกไปนำเสนอแบบไม่ตรงต่อความจริงอีกหรือไม่ ผมจึงตอบกลับไปว่า ผมกำลังจะโนติสไปยังบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา ให้แก้ไขข่าวให้ถูกต้องตรงความจริง และจะร้องไปยังสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ถึงการกระทำของผู้เขียน
ผมขอเรียนว่าในเบื้องต้นไม่คิดจะเปิดเผยอาการเจ็บป่วยของคุณพ่อ เพราะคาดหวังว่าการรักษาจะสามารถทำให้ท่านกลับมาเป็นปกติได้เร็ว เนื่องจากท่านเป็นบุคคลที่มีคนรู้จักมักคุ้นอย่างมากมาย ย่อมอาจทำให้มีผู้เข้าเยี่ยมมาก
และเป็นอุปสรรค์ต่อการรักษาและระวังการติดเชื้อง่ายในผู้สูงอายุได้ อย่างไรก็ตามในช่วงอาทิตย์แรก ก็ปรากฏผู้ที่รู้ข่าวได้เข้าเยี่ยม สิ่งที่ปรากฏขึ้นก็คือมีผู้ที่เข้าไปเยี่ยมในห้อง ICU ได้นำที่โกนหนวดเข้าไปโกนหนวดให้คุณพ่อ ซึ่งขณะนั้นคณะแพทย์ได้อยู่ระหว่างการรักษาการติดเชื้อที่ปอด จึงทำให้ลูกๆตัดสินใจที่ขอให้โรงพยาบาลติดป้าย งดเยี่ยม
ตลอดระยะเวลาการเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 59 ถึงปัจจุบัน ไม่มีวันใดเลยที่พ่อจะขาดการเฝ้าดูแลจากลูก ในช่วงระยะเวลา 40 วันแรกนั้นน้องสาวของผมคือคุณ มาลีกันยา ได้เฝ้ายู่ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกับพยาบาลพิเศษอีก 2 คน
จนกระทั่งเราได้รับคำชี้แจงจากคุณหมอว่า อาการของคุณพ่อจะยังคงทรงตัวอยู่เช่นนี้ และคุณหมอก็เป็นห่วงสุขภาพของลูกๆที่บางคนใช้เวลาดูแลตลอด 24 ช.ม เราจึงจัดหาผู้ดูแลคุณพ่อตลอด 24 ช.ม. 2 คน โดยทุกวันจะมีลูกอย่างน้อยหนึ่งคนอยู่ดูแลระหว่างวัน แม้กระทั่งคุณแม่อายุ 91 ปีก็ยังแวะเวียนไปเยี่ยม และก่อนที่สื่อจะลงข่าวที่ไม่จริงเพียงหนึ่งวัน
คุณแม่ก็ยังไปเยี่ยมคุณพ่ออยู่ วันรุ่งขึ้นเมื่อคุณแม่ทราบข่าวที่สื่อลง และก่อให้เกิดความเสียหายต่อครอบครัวที่ท่านร่วมปลูกฝังความผูกพันในครอบครัวร่วมกันมาตลอดชีวิต ทำให้ท่านเสียใจและความดันขึ้นสูงจนต้องเพิ่มยาให้อีก
มีคนที่รู้จักมักคุ้นได้ไลน์เข้ามาแสดงความเห็นใจกับครอบครัวเราอย่างมาก…เขาบอกว่าคุณพ่อป่วยก็คงทุกข์ใจมากอยู่แล้ว กลับต้องมาเจอสื่อแบบนี้อีก หลังจากขอให้สื่อแก้ไขข่าวในคอลัมน์ที่ลงแล้ว ก็จะขอดูความรับผิดชอบของสื่อมวลชนต่อไป
ผมและพี่น้อง ไม่มีอะไรที่จะไปชี้แจงคนทั่วๆไปที่อ่านข่าวหนังสือพิมพ์นับล้านๆ คนได้อย่างทั่วถึงแน่ และอาจได้รับการดูถูกเกลียดชังจากผู้คนที่ไม่รู้จักมักคุ้น ทั้งๆที่ความจริงแล้ว คุณพ่อ คุณแม่ ได้พยายามสร้างครอบครัว สาคริก นี้ให้เป็นแบบอย่างของสังคมไทยก็ตาม ที่พอจะทำได้ก็คงเพียงสื่อความผ่านเพื่อนๆ ญาติสนิท มิตรสหาย และผู้ที่รักความเป็นธรรม จะได้ช่วยกันแชร์เรื้องนี้ ให้ปรากฏต่อสังคมอย่างกว้างขวางเท่านั้นครับ
พีระพงศ์ สาคริก
สำหรับ ศ.ระพี สาคริก เป็นอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ รวมทั้งตำแหน่งอื่นๆ ที่สำคัญอีกมากมาย ปัจจุบัน แม้จะเกษียณอายุราชการนานแล้วก็ตาม ศาสตราจารย์ระพี สาคริกก็ยังได้รับความเคารพยกย่องเป็นปูชนียบุคคล โดยเฉพาะในวงการศึกษาและวงการกล้วยไม้ จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็น บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย
ข้อมูลข่าวจาก Sirisak Borisutsawat