เผย​แผนจัดการจราจร “รอบแยกวิทยุ” หลังปิดการจราจรสะพานไทย-เบลเยี่ยม

​แผนจัดการจราจร “รอบแยกวิทยุ” หลังปิดการจราจรสะพานไทย-เบลเยี่ยม แนะนำเส้นทางหลีกเลี่ยง

1. ช่วงเร่งด่วนเช้า ตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 10.00 น. ปรับการบริหารจัดการจราจร ดังนี้

– ถนนพระราม 4 (ขาเข้า) สามารถเดินรถผ่านแยกวิทยุได้ทุกทิศทาง
– ถนนพระราม 4 (ขาออก) ห้ามตรงและห้ามเลี้ยวขวา โดยให้เลี้ยวซ้ายไปกลับรถหน้า สน.ลุมพินี แทน
– ถนนสาทร (มุ่งหน้าแยกวิทยุ) สามารถเดินรถผ่านแยกวิทยุได้ทุกทิศทาง
– ถนนวิทยุ (มุ่งหน้าแยกวิทยุ) ให้ตรง และเลี้ยวซ้ายได้ โดยห้ามเลี้ยวขวาไปถนนพระราม 4 โดยให้ตรงไปกลับรถแยก YMCA แทน

2. ช่วงเร่งด่วนเย็น ตั้งแต่เวลา 15.00 น. – 20.00 น. ปรับการบริหารจัดการจราจร ดังนี้

– ถนนพระราม 4 (ขาออก) สามารถเดินรถผ่านแยกวิทยุได้ทุกทิศทาง
– ถนนพระราม 4 (ขาเข้า) ห้ามตรง และเลี้ยวขวา โดยให้เลี้ยวซ้ายไปกลับรถหน้า YMCA แทน
– ถนนสาทร (มุ่งหน้าแยกวิทยุ) สามารถเดินรถผ่านแยกวิทยุได้ทุกทิศทาง
– ถนนวิทยุ (มุ่งหน้าแยกวิทยุ) ให้ตรง และเลี้ยวซ้ายได้ โดยห้ามเลี้ยวขวาไปถนนพระราม 4 โดยให้ตรงไปกลับรถแยก YMCA แทน

3. นอกช่วงเวลาเร่งด่วนตามข้อ 1 และ ข้อ 2 จัดระบบการจราจรตามปกติ

ทั้งนี้ บก.จร. ขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนทราบ และขอแนะนำเส้นทางหลีกเลี่ยง ดังนี้

1. เส้นทางพื้นราบ แนะนำให้ใช้ ถนนพระราม 3, ถนนนราธิวาสราชนครินทร์, ถนนพระราม 1, ถนนสุขุมวิท และ ถนนสารสิน

2. เส้นทางทางด่วน ขอให้หลีกเลี่ยง ด่านพระราม 4-1 และ ด่านพระราม 4-2 โดยแนะนำให้ใช้ด่านสะพานสว่าง (หรือด่านหัวลำโพง), ด่านเพลินจิต และด่านเพชรบุรี แทน จึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนนได้ทราบ เพื่อเตรียมความพร้อมวางแผนในการเดินทาง และหากต้องการแจ้งอุบัติเหตุจราจร

สอบถามข้อมูลเส้นทางข้อมูลจราจรเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลข โทรศัพท์ 1197 ,สวพ.91 โทร 1644 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) , สวพ.FM 91

เจ้าหน้าที่ยังตรึงเข้ม คัดกรองบุคคลผ่านเข้าออก วัดพระธรรมกาย

เจ้าหน้าที่ยังตรึงเข้มคัดกรองบุคคลผ่านเข้าออก วัดพระธรรมกาย จับตาความคืบหน้าหลังนายกฯ เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือ

บรรยากาศบริเวณ รอบวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในช่วงเช้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ยังคงตั้งด่านตรวจตราอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยการคัดกรองและตรวจตราบุคคลที่จะผ่านเข้าออก และยานพาหนะที่สัญจรผ่านไปมา ขณะที่ บริเวณตลาดกลางหลวง ฝั่งตรงข้ามประตู 5-6 ยังคงมีศิษยานุศิษย์ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ และรอทำวัดเช้าตามปกติ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ

นอกจากนี้ ยังมีพระสงฆ์จากวัดพระธรรมกายเดินทางจากประตู 5 ออกมาบิณฑบาตร แต่เมื่อต้องการกลับเข้าไปภายในวัดพระธรรมกาย เจ้าหน้าที่ ซึ่งตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยอยู่บริเวณดังกล่าวไม่อนุญาตให้กลับเข้าไป เนื่องจากได้รับคำสั่งว่าให้พระกลับเข้าวัดทางประตู 7 พระและเจ้าหน้าที่จึงได้มีการเจรจากัน ซึ่งพระก็ได้นำใบสุทธิสงฆ์เพื่อยืนยันสถานะความเป็นพระ โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่สามารถให้กลับเข้าไปทางประตู 5 ได้เพราะต้องทำตามคำสั่งที่ได้รับจากผู้บังคับบัญชา

สำหรับบริเวณหน้าประตู 7 ซึ่งประตูใหญ่ที่สุด และก่อนหน้านี้เป็นทางเข้าออกหลักของวัด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำการอยู่ และตั้งเต๊นท์ด้านหน้าศิษย์บางส่วนได้มาทำบุญตักบาตร ซึ่งโดยทั่วไปยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม วันนี้ต้องจับตาความเคลื่อนไหว หลังจากที่เมื่อวานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เรียกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผู้บัญชาการหารบก (ผบ.ทบ.) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รวมทั้ง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าหารือเป็นการด่วน คาดว่าจะหารือปรับแผนแนวทางในการดำเนินการกรณีวัดพระธรรมกาย หลังปัญหายื้อเยื้อมานาน

คสช. ย้ำ เดินหน้าใช้ ม.44 ติดตามพระธัมชโยต่อ – ไม่ชัดยังอยู่ภายในวัดหรือไม่

คสช. ย้ำ เดินหน้าใช้ ม.44 ดำเนินการติดตามพระธัมชโยต่อไป แม้ไม่ชัดยังอยู่ภายในวัดหรือไม่ ขณะ นายกฯ กำชับรอบคอบรัดกุมที่สุด ต้องค้นให้ได้ทั้งหมด ยัน ไม่ปิดกั้นอาหาร น้ำ ยารักษาโรค

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยเกี่ยวกับการดำเนินการใช้ ม.44 กับวัดพระธรรมกาย เพื่อติดตามตัวพระธัมชโย อดีตเจ้าอาวาสมาดำเนินคดีว่า สถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ โดยเจ้าหน้าที่พยายามทำความเข้าใจกับประชาชน รวมถึง คัดแยกบุคคล ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่และห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าภายในวัดโดยเด็ดขาด ต่อไป แต่ยืนยัน เจ้าหน้าที่ไม่มีการปิดกั้นเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค ตามที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียแต่อย่างใด

ทั้งนี้ พ.อ.ปิยพงศ์ ยังกล่าวด้วยว่า จากการที่เจ้าหน้าที่ ยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่ได้ทั้งหมด อาจจะต้องมีการประเมิน เพื่อปรับยุทธวิธีดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย ในการให้ได้ แม้จะไม่อาจยืนยันว่า พระธัมชโย อยู่ภายในวัดหรือไม่ แต่จะต้องตรวจค้นทั้งหมดเพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบยืนยันให้ได้ต่อไป และคาดว่า จะยังคงบังคับใช้ ข้อ 5 ของคำสั่งต่อไปอีกสักระยะ โดยที่นายกรัฐมนตรี กำชับให้มีความระมัดระวัง รอบคอบ รัดกุม บังคับใช้กฏหมายอย่างเสมอภาคที่สุด