รวบ! หนุ่มแอบอ้างชื่อผู้อื่นขาย “กัญชาออร์แกนิค” ผ่านเฟซบุ๊ก

รวบ! หนุ่มแอบอ้างชื่อผู้อื่นขาย “กัญชาออร์แกนิค” ผ่านเฟซบุ๊ก ทึ่งมูลค่าสูงถึงกิโลกรัมละ 5 แสนบาท

วันนี้ 27 มี.ค. 60 ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบก.สปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมแถลงข่าวจับกุมนายกันชัย ฤกษ์แสนสุข อายุ 31 ปี และ น.ส.สกาว ยันต์ไพร อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติดในข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมของกลางเป็นกัญชาออร์แกนิค 500 กรัม มูลค่า 250,000 บาท กัญชาอัดแท่ง 28 กิโลกรัม มูลค่า 280,000 บาท และเอกสารสำเนาการส่งพัสดุ

สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Naruemol Chayawet มีการโพสต์ขายยาบ้าและยาไอซ์ พร้อมมีการลงราคาขายอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ทางเจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ตรวจสอบจากชื่อที่อยู่ของผู้ส่ง ซึ่งทราบว่าอยู่ในพื้นที่ อ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ เมื่อตรวจสอบพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวกับยาเสพติดแต่อย่างใด จากข้อมูลพบว่าผู้ต้องหาได้แอบอ้างนำรูปของผู้อื่นมาใช้เป็นรูปโปรไฟล์ของตนเอง และนำเลขพัสดุ ems ของผู้อื่นมาโพสต์ในเฟซบุ๊กของตนเองทำทีว่ามีการส่งของจริงๆ แต่เลขพัสดุที่ส่งกัญชานั้นไม่นำมาโพสต์เพื่อป้องกันการสืบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการสืบสวนทราบว่าแท้จริงแล้วเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นของนายกันชัย ฤกษ์แสนสุข (ผู้ต้องหา) โดยสามารถจับกุมได้เมื่อวันที่ 23 มี.ค.60 ขณะที่ผู้ต้องหาได้ส่งกัญชาอบแห้งไปให้ลูกค้าตามที่ต่างๆ อีกจำนวน 19 ราย

สามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้เพิ่มเติม 13 ราย รวมถึงของกลางเป็นกัญชาที่ตรวจยึดปลายทางได้ทั้งสิ้น 2,020.24 กรัม และอาวุธปืน 7 กระบอก พร้อมมีการขยายผลจับกุมนายแจ็ค ซึ่งเป็นผู้ส่งกัญชาให้นายกันชัย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างจับกุมตัว

จากข้อมูลพบว่าผู้ต้องหาได้มีการเพาะเลี้ยงกัญชาเองด้วย โดยมีโรงเลี้ยงเพาะเลี้ยงสามารถควบคุมแสงและอุณหภูมิได้โดยจะเพราะเลี้ยงแต่ส่วนของ “ดอก” กัญชาเพียงอย่างเดียวมีการให้สารอาหารต่างๆ โดยราคากัญชาออร์แกนิคจะสูงถึงกิโลกรัมละ 500,000 บาท ในขณะกัญชาอัดแท่งทั่วไปราคาอยู่ที่ 10,000 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือได้ว่าเป็นรายแรกๆของประเทศไทยที่สามารถจับกุมตัวได้

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. เปิดเผยว่าขณะนี้ยาเสพติดได้มีการจำหน่ายผ่านทางโซเชียลกันอย่างแพร่หลาย ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีการเฝ้าระวัง พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งในส่วนของทางไปรษณีย์ได้มีการคุมเข้มและตรวจสอบพัสดุมากยิ่งขึ้น และมีการเอ็กซ์เรย์ เพื่อเป็นการป้องกันการลักลอบส่งยาเสพติดผ่านทางไปรษณีย์

บิ๊กป้อม ลั่นอยู่ไหนก็ตามจับ หลังสะพัด โกตี๋ หนีจากลาวไปเวียดนาม

“พล.อ.ประวิตร” เดินหน้าตามจับ “โกตี๋” มั่นใจตามตัวมาดำเนินคดีได้ ไม่รู้ซ่อนตัวอยู่เวียดนาม ยัน ปมจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือยึดกฎหมาย เตรียมนำเข้าที่ประชุม ครม.

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุกรณีที่ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ แกนนำกลุ่มการเมืองฮาร์ดคอร์ จ.ปทุมธานี ได้เดินทางออกจากประเทศลาว และขณะนี้พักอาศัยอยู่ที่ประเทศเวียดนาม ว่า เบื้องต้นตนเองไม่ทราบว่า เดินทางไปที่ใด เนื่องจากไม่ใช่ญาติ และมีกระบวนการที่ตามในเรื่องนี้อยู่ ซึ่งขณะนี้ก็ต้องรอตรวจสอบก่อนว่าไปอยู่ที่ใด

ประวิตร วงษ์สุวรรณ,  บิ๊กป้อม, โกตี๋, เรือดำน้ำ
ประวิตร วงษ์สุวรรณ

อย่างไรก็ตาม หากมีการเดินทางไปเวียดนามจริง ก็สามารถเจรจาประสานกับรัฐบาลเวียดนามในการขอนำตัวกลับมาดำเนินคดีได้ทั้งนี้ ยืนยัน ว่า ไม่ว่าโกตี๋ จะเดินทางไปที่ไหน ตนเองก็สามารถตามตัวมาดำเนินคดีได้

พลเอกประวิตร กล่าวถึงการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วนเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานในพื้นที่ภาคใต้ ของแม่ทัพภาคที่ 4 ว่า ทางรัฐบาลเพียงมีหน้าที่เปิดเวทีให้เข้าร่วม หากไม่เข้าก็เป็นสิทธิของกลุ่ม NGO เพราะตนไม่ได้ห้าม และไม่ควรออกมาโวยวายในภายหลัง เพราะถือว่ามีการรับฟังความเห็นจากประชาชนกว่าพันคนที่เข้าร่วมพูดคุยแล้ว

นอกจากนี้ พลเอกประวิตร กล่าวถึงโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ จากประเทศจีน จำนวน 3 ลำ ที่เป็นการซื้อ 2 ลำ แถม 1 ลำ ว่า เป็นไปในกรอบราคาเดียวกัน คือ 3 หมื่น 6 พันล้านบาท ส่วนกรณีที่ว่า ทางประเทศจีนต้องการให้เราซื้อ 3 ลำหรือไม่นั้น ไม่เกี่ยวข้องกัน

เพราะการซื้อเรือดำน้ำ เป็นตามงบประมาณที่ทางเรามี โดยเป็นงบประมาณของกองทัพเรือ ที่จะจัดสรรและผูกพันระยะเวลา 10 ปี ในการผ่อนส่ง โดยเมื่อถึงเวลาจะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ระบุว่า ราคาเรือดำน้ำนั้น มีราคาถูกกว่าเรือฟริเกต

อย่างไรก็ดี หากมีการซื้อเรือดำน้ำ 3 ลำ ราคาจะถูกกว่า 2 ลำ ซึ่งจากเดิม อยู่ที่ 1 หมื่น 8 พันล้านบาท เป็น 1 หมื่น 2 พัน ล้านบาท

ข่าวจาก INN

‘ศรีสุวรรณ’ ร้องสอบ มทภ.3 ปมวิสามัญนักกิจกรรมชาวลาหู่

‘ศรีสุวรรณ’ ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบ มทภ.3 ปมวิสามัญ ‘ชัยภูมิ’ นักกิจกรรมชาวลาหู่ รวมถึง ‘พล.อ.ประวิตร’ เหตุเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการ 2 กรณี คือ การให้สัมภาษณ์ของ พลโทวิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 กรณีวิสามัญ นายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมชาวเขาลาหู่ ที่ระบุว่า ถ้าเป็นตัวเองก็จะยิงด้วยระบบออโต้ ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดจริยธรรมตามระเบียบของกระทรวงกลาโหม และคำพูดดังกล่าวมีลักษณะชี้นำทางคดี

และกรณีที่ 2 คือให้ตรวจสอบ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ หลังปล่อยให้มีการก่อสร้างบ่อนกาสิโนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา เขตทับซ้อนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคง และผลประโยชน์ของประเทศได้