โจรย่องเบา! งัดตู้เซฟ ‘สหกรณ์แม่ปืม’ ได้เงิน 5.7 แสนบาท

โจรบุกเข้างัดตู้เซฟ ภายในสหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินเมืองพะเยา ต.แม่ปืม อ.เมือง จ.พะเยา ได้เงินไปรวมกว่า 570,000 บาท

วันนี้ 26 มี.ค. 60 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองพะเยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานพะเยา เข้าตรวจสอบสภาพความเสียหายของตู้เซฟ ภายในอาคารสำนักงานสหกรณ์การเกษตรและปฏิรูปที่ดินเมืองพะเยา เลขที่ 98 หมู่ 18 ตำบลแม่ปืม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา หลังถูกคนร้ายบุกเข้าทุบและงัดหน้าต่างอาคารสำนักงาน และเข้าไปทุบตู้เซฟที่ตั้งอยู่ภายในห้องของอาคาร นำเงินออกไป รวมแล้วกว่า 570,000 บาท เมื่อค่ำที่ผ่านมา


โดยนางเฟื่องฟ้า ชำนาญยา ผู้จัดการสหกรณ์ ระบุว่า ในทุกวันจะนำเงินเข้าใส่ในตู้เซฟเป็นประจำ โดยมีคนที่รับทราบว่าเงินจำนวนดังกล่าวเพียง 2 คนคือตนเอง กับเจ้าหน้าที่บัญชีอีกคนเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาจะนำเงินจากการขายน้ำมัน ขายสินค้าทางการเกษตร เข้าใส่ไว้ในตู้เซฟดังกล่าว แต่จำนวนเงินไม่มากเหมือนครั้งนี้ ซึ่งในครั้งมีจำนวนเงินถึง 570,000 บาท และถูกบุกงัดไปทั้งหมด

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รวบรวมหลักฐานอื่นที่พบในที่เกิดเหตุ ทั้งรอยนิ้วมือ และภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณด้านนอกอาคาร และสถานที่ใกล้เคียง เนื่องจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ภายในอาคารถูกคนร้ายแกะเซิร์ฟเวอร์ออกไป จึงไม่สามารถหาข้อมูลได้ ซึ่งคาดว่าคนร้ายดังกล่าวน่า น่าจะรู้การเคลื่อนไหวทางการเงินของสหกรณ์ได้เป็นอย่างดี โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รองมทภ.3 ยึดข้อเท็จจริงปมวิสามัญ ‘ชัยภูมิ ป่าแส’

รองมทภ.3 ชี้ ยึดข้อเท็จจริงตามหลักฐานในการสอบสวนปมวิสามัญ ‘ชัยภูมิ ป่าแส’ เผย พลทหารเครียด

วันที่ 26 มี.ค. 60 พล.ต.สมพงษ์ แจ้งจำรัส รองแม่ทัพภาคที่ 3 ประธานคณะกรรมการสอบสวนกรณีวิสามัญนักกิจกรรมนายชัยภูมิ ป่าแส นักเคลื่อนไหวชาติพันธุ์ชาวลาหู่ เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ปัจจุบันเจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับส่งต่อไปยังกองทัพบกเพื่อให้กลั่นกรองข้อมูลอีกขั้นหนึ่ง ก่อนเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริง

เบื้องต้นยืนยันว่า ทุกกระบวนการทำงานนั้น อาศัยหลักฐานที่เป็นรูปธรรมเช่นภาพจากกล้องวงจรปิด แต่ทั้งนี้ไม่อยากขยายความอะไร เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลต่อรูปคดี ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายต้องการให้เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ขณะทหารวิสามัญนายชัยภูมินั้น ขณะนี้คงไม่สามารถทำได้ เพราะเชื่อว่าเมื่อเปิดเผยออกไปก็จะต้องมีกลุ่มคนออกมาต่อต้านว่าคลิปดังกล่าวถูกตัดต่อ จนอาจเป็นเหตุให้เรื่องราวบานปลาย

จึงอยากขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนทุกด้านก่อน เพื่อให้หลักฐานมีน้ำหนักมากขึ้น และจากกระแสข่าวที่ระบุว่ามีทหารเข้าไปข่มขู่ชาวบ้านนั้น ตนเองยืนยันว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องจริง โดยคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ถูกส่งต่อกันแบบปากต่อปาก เหมือนกับกรณีอายุของนายชัยภูมิ ที่หลายฝ่ายยังคงสับสนกันอยู่ว่า แท้จริงแล้วนายชัยภูมิเป็นเยาวชนจริงหรือไม่ ซึ่งส่วนนี้ทางทหารก็ยึดเอาข้อมูลจากบัตรประจำตัวของผู้ตายที่ระบุชัดว่าผู้ตายเกิดปีพ.ศ. 2539 จึงไม่เข้าข่ายเป็นเยาวชนอีก แต่ก็ยังมีผู้ไม่เห็นด้วยและโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ปรากฎ

อย่างไรก็ตาม หากถามถึงเรื่องที่มีตัวแทนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบเชิงคู่ขนานกับภาครัฐ พล.ต.สมพงษ์ กล่าวว่าเป็นเรื่องที่สามารถกระทำได้ แต่อยากจะบอก กสม. เช่นกันว่า พลทหารที่ตัดสินใจวิสามัญนายชัยภูมิ ก็มีสิทธิความเป็นมนุษย์ โดยหลังเกิดเรื่องพบว่าพลทหารคนดังกล่าวค่อนข้างเครียด และมีภาวะหวาดกลัว จากการสืบประวัติพบว่าเป็นทหารเกณฑ์ที่ฐานะทางบ้านยากจน และไม่ได้สมัครเข้ารับราชการเอง เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ตายแล้วพบว่ามีสถานะทางสังคมไม่แตกต่างกัน สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการป้องกันตัวขณะปฏิบัติหน้าที่ จึงอยากให้สังคมได้รับทราบข้อมูลอีกด้านหนึ่งของเหรียญด้วย

ที่มา… INN

สาวไทยช็อกหมดสติกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราที่เกาหลี ญาติวอนช่วยหลังหาสาเหตุไม่พบ

สาวไทยหมดสติ กลายเป็นเจ้าหญิงนิทราที่เกาหลี ญาติร้องศูนย์ดำรงธรรมประเทศไทย วอนช่วยเนื่องจากมีอาการสาหัส และหาสาเหตุไม่พบ

นายทองอ่อน หนองโสดา อดีตกำนัน ต.หนองแวง อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ขอความช่วยเหลือผ่านสื่อ โดยระบุว่า น.ส.ระภีภรณ์ หรือ น้องมิน อายุ 25 ปี บัณฑิตสาว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งเป็นหลาน และได้เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลี ระหว่างวันที่ 20-24 มีนาคม 2560 เกิดช็อกหมดสติกลายเป็นเจ้าหญิงนินทรา และทางญาติที่อยู่ประเทศเกาหลีและในประเทศไทย ได้โทรศัพท์ สายตรง 1567 ศูนย์ดำรงธรรมประเทศไทย ประสานให้ความช่วยเหลือเนื่องจากมีอาการสาหัสและหาสาเหตุไม่พบ

ด้าน นางสมพร เกื้อสุวรรณ อายุ 48 ปี ป้าน้องมิน เปิดเผยว่า ครอบครัวของน้องมิน ได้เข้าไปทำงานที่ กรุงเทพฯ หลายสิบปีแล้ว แม่ของน้องมิน ซึ่งเป็นน้องสาว ทราบว่า ระหว่างวันที่ 20-24 มี.ค. 60 หลานสาวได้ไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลีกับเพื่อนรวม 4 คน จนเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 60 ได้รับแจ้งจากเพื่อนที่ไปเที่ยวด้วยกันทราบว่า น้องมิน เกิดช๊อคหมดสติ และได้นำตัวส่งโรงพยาบาลที่ประเทศเกาหลี ขณะนี้ยังไม่ฟื้น และทางโรงพยาบาลเกาหลี ขอให้ญาตินำเงิน 200,000 บาท ไปชำระค่ารักษา จึงตัดสินใจโทรศัพท์แจ้งไปยังศูนย์ดำรงธรรมเพื่อขอความช่วยเหลือ

ด้าน นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจาก น.ส.ชุลีพร ภูสมศรี ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งก็ได้ประสานไปยัง กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมกับจัดส่งเอกสารแสดงตัวตนของ “น้องมิน” และในขณะนี้รับทราบว่า สถานทูตที่ประเทศเกาหลีรับทราบแล้ว ซึ่งทางจังหวัดก็พร้อมที่จะอำนวยความสะดวกในทุกเรื่อง