โพลเผย 82.5% พบปัญหาแท็กซี่ปฏิเสธ – 20.59% กังวลด้านความปลอดภัยอูเบอร์

นิด้าโพล เผย ผลสำรวจ ประชาชน 82.5% พบปัญหารถแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร – 20.59% กังวลด้านความปลอดภัยอูเบอร์

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ และคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “เสียงสะท้อนของประชาชน กรณีรถแท็กซี่และรถอูเบอร์ แท็กซี่ (Uber Taxi)” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23 – 25 มี.ค. ที่ผ่านมา จากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง โดยเมื่อถามถึงการเคยใช้บริการรถแท็กซี่สาธารณะทั่วไปของประชาชน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ78.08 ระบุว่า เคยใช้บริการรถแท็กซี่สาธารณะทั่วไป

ขณะที่ ร้อยละ 21.92 ระบุว่า ไม่เคยใช้บริการรถแท็กซี่สาธารณะทั่วไป โดยปัญหาที่ประชาชนเคยพบเจอ เมื่อใช้บริการรถแท็กซี่สาธารณะทั่วไป พบว่า ประชาชนที่เคยใช้บริการรถแท็กซี่สาธารณะทั่วไปส่วนใหญ่ ร้อยละ 75.51 ระบุว่า เคยพบปัญหาการใช้บริการ ขณะที่ ร้อยละ 24.49 ระบุว่า ไม่เคยพบปัญหาการใช้บริการ ซึ่งในจำนวนผู้ที่เคยพบเจอปัญหานั้น ส่วนใหญ่ ร้อยละ 82.50 ระบุว่า เป็นการปฏิเสธผู้โดยสาร

รองลงมา ร้อยละ 29.99 ระบุว่า เป็นปัญหาสภาพรถเก่า ไม่สะอาด แอร์ไม่เย็น มีกลิ่นเหม็น ร้อยละ 28.09 ระบุว่า ขับอ้อมเส้นทาง ร้อยละ 25.64 ระบุว่า ผู้ขับขี่พูดจาไม่สุภาพ มีกิริยาที่ไม่ดีกับผู้โดยสารหรือผู้ใช้รถใช้ถนน ร้อยละ 21.85 ระบุว่า เป็นการขับรถเร็ว เบรคกะทันหัน ฝ่าไฟแดง จอดรถในที่ห้ามจอด ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ฯลฯ ร้อยละ 20.90 ระบุว่า เป็นการโกงมิตเตอร์ คิดราคาแพงเกินกว่าที่กำหนด ร้อยละ 16.15 ระบุว่า ผู้ขับขี่ไม่ชำนาญเส้นทาง

ทั้งนี้ สำหรับข้อกังวลหรือปัญหาที่ประชาชนเคยพบเจอ เกี่ยวกับการให้บริการ รถอูเบอร์ แท็กซี่ (Uber Taxi) พบว่า ประชาชนที่รู้จักรถอูเบอร์แท็กซี่ (Uber Taxi) ส่วนใหญ่ ร้อยละ 55.67 ระบุว่า มีข้อกังวลหรือปัญหาเกี่ยวกับการให้บริการ รถอูเบอร์ แท็กซี่ (Uber Taxi) ขณะที่ ร้อยละ 45.33 ระบุว่า ไม่มีข้อกังวลหรือปัญหาเกี่ยวกับการให้บริการ รถอูเบอร์ แท็กซี่ (Uber Taxi) ซึ่งในจำนวนผู้ที่มีข้อกังวลหรือปัญหาเกี่ยวกับการให้บริการนั้น ส่วนใหญ่ ร้อยละ 20.59 ระบุว่า เป็นความปลอดภัยของผู้โดยสาร เพราะผู้ขับขี่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบ และการอบรม และไม่มีใบอนุญาตตามก

เตรียมขอศาลออกหมายจับ มือปืนยิง รปภ.สนามมวย 27 มี.ค.

ผบช.น. สั่ง สน.บางเขน ขอศาลออกหมายจับ คนร้าย ยิงรปภ.สนามมวยลุมพินี ดับ และทำร้ายกรรมการมวย วันจันทร์ที่ 27 มี.ค. นี้

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุคนร้ายยิง รปภ.สนามมวยลุมพินีเสียชีวิต และทำร้ายร่างกาย กรรมการมวยบาดเจ็บ ว่า ตนได้สั่งการให้ทางพนักงานสอบสวนเร่งรัดออกหมายจับคนร้าย 2 คน ตามภาพที่จับได้จากกล้องวงจรปิด โดยให้ไปขออำนาจศาลออกหมายจับในวันที่ 27 มี.ค.นี้ พร้อมทั้งให้สอบปากคำพยานคนสำคัญ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินมวย พยานรายนี้จะสามารถเชื่อมโยงถึงสาเหตุการลงมือได้

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า คนร้ายมีเจตนามาสั่งสอน แต่ไม่ได้ต้องการมาฆ่า ซึ่งฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม และจะนัดประชุมอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 27 มี.ค. นี้ เวลา 14.00 น.

สำหรับตัวผู้บาดเจ็บ นั้นล่าสุด อาการปลอดภัยแล้ว โดยเย็บแผลที่ศีรษะไป 10 เข็ม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้ไปสอบปากคำ แต่ยังให้การไม่เป็นประโยชน์เท่าใด ซึ่งผู้บาดเจ็บยังยืนยันว่าไม่มีเคยมีเรื่องวิวาทกับใครในส่วนของใบปลิวที่โจมตีนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องจริง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้เสียชีวิตนั้น ตำรวจจะประสานกรมคุ้มครองสิทธิ์มอบเงินช่วยเหลือตามกฎหมาย 100,000 บาท

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดโครงการ Happy Zone วอล์คกิ้ง สตรีท พัทยา

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดโครงการ Happy Zone วอล์คกิ้ง สตรีท พัทยา เพื่อป้องกันอาชญากรรมเน้นดูแลนักท่องเที่ยว

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเปิดโครงการ “แฮปปี้โซน” (Happy Zone) ณ ถนนคนเดินวอล์คกิ้ง สตรีท เมืองพัทยา อ.บางละมุง จว.ชลบุรี สืบเนื่องประเทศไทย กำลังอยู่ในช่วงของการท่องเที่ยว โดยมีสถิติที่มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามามากกว่าปกติ ถึงวันละ 10% รัฐบาลมอบนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งจัดกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย

โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการรวมตัวของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก รวมทั้งเตรียมแผนรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งเมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ มีความสวยงามทางธรรมชาติ และกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยว เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จำนวนหลายล้านคนต่อไป

จึงได้กำหนดให้ วอล์คกิ้ง สตรีท เมืองพัทยา เป็นพื้นที่ Happy Zone โดยมีการสนธิกำลังทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร ภาครัฐ ภาคเอกชน และนำนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาใช้เสริมในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อดูแลความปลอดภัย ร่วมกับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ให้มีความสุข มีรอยยิ้ม ตามแนวทางประชารัฐร่วมใจ และการขับเคลื่อนประเทศไทย ยุค 4.0 ของรัฐบาล