คุมตัว 6 แกนนำคปพ. ต้านพรบ.ปิโตรเลียม ส่งฟ้องศาลแล้ว

ตำรวจดุสิต คุมตัว 6 แกนนำ คปพ. ชุมนุมคัดค้าน พ.ร.บ.ปิโตเลียม ส่งฟ้องศาลแล้ว

พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลดุสิต คุมตัวพันโทแพทย์หญิง กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี นายสรรพฤทธิ์ สันต์ทัศน์ธาร นายชัยวัฒน์ เตชะสิพันธุ์ นางศรีจันทร์ หงษ์พานิช น.ส.ประไพ วรากรณ์ และ นายพีรพล พัฒนจิตวิไล รวม 6 คน ซึ่งกระทำผิดฐานฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการชุมนุม มาตรา 7 ฝ่าฝืนกฎหมายตาม พรบ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 และมาตรา27 ส่งฟ้องต่อศาลแขวงดุสิตแล้ว

หลังรวมตัวชุมนุมในนามเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย หรือ (คปพ.) บริเวณตรงข้ามอาคารรัฐสภา เพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และ ร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. นัดพิจารณาในวาระ 3 วานนี้ โดย นางสาวพวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความ ระบุว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างส่งสำนวนให้อัยการ พิจารณา ก่อนส่งฟ้องศาลแขวงดุสิต ซึ่งอัตราโทษในความผิดดังกล่าว มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นหรือทั้งจำทั้งปรับ

‘สมคิด’ เผย จ่อชงโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สีเหลือง เข้าครม. เม.ย. นี้

สมคิด เผย จ่อชงโครงการ รถไฟฟ้า สายสีชมพู-สีเหลือง เข้าครม. เม.ษ. นี้  พร้อมเร่งรัด BEM หารถ 35 ขบวน ให้บริการสายสีน้ำเงินต่อขยายก่อนปี 62

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ว่า รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อท่าพระ รวมทั้งบางซื่อ-เตาปูน จะเป็นการเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนในกรุงเทพและฝั่งธนบุรีเข้าหากัน เพื่อลดปัญหาจราจร ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ บีอีเอ็ม เร่งดำเนินการจัดหารถไฟฟ้า 35 ขบวน เข้ามาวิ่งให้บริการในส่วนของสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย พร้อมเร่งให้เปิดบริการเดินรถก่อนปี 2562

ขณะเดียวกัน ในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้ กระทรวงคมนาคม จะเสนอโครงการไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลังจากได้ตัวผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างแล้วขั้นตอนต่อไป จากนั้นจะเริ่มดำเนินการลงนามสัญญาและก่อสร้างทันที

รวมถึงในอนาคต ยังจะมีรถไฟฟ้าอีก 3-4 โครงการ อาทิ สายสีม่วงใต้ช่วง เตาปูน-ราษฎบูรณะ สีส้มตะวันตกช่วง ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี ซึ่งจะทำให้การเดินทางเชื่อมโยงครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงในส่วนของโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพ-ระยอง ซึ่งเป็นการเชื่อมเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก หรือ อีอีซี ตามนโยบายของรัฐบาล

‘ชูวิทย์’ ลั่น คดี ‘บอส’ ทายาทกระทิงแดง กฎหมายสองมาตรฐาน!!

‘ชูวิทย์’ ลั่น คดี ‘บอส’ ทายาทกระทิงแดง กฎหมายสองมาตรฐาน!! ตั้งข้อกังขาหรือว่ากฎหมายไทยใช้จัดการกับคนรวยไม่ได้

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีต ส.ส.พรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ I’m Back ถึงกรณีที่ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง ขับรถยนต์หรูพุ่งชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 โดยระบุว่า

กฎหมาย สองมาตรฐาน?

ผมไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อฟังการแถลงข่าวคดีของนายบอส หรือ นายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดงที่ขับรถชนตำรวจตายแล้วหนี ที่ย่านทองหล่อเมื่อปี 2555 ในฐานะสื่อมวลชน ผมต้องไปเพื่อให้ความเป็นธรรมกับสังคมที่ตั้งข้อกังขาต่ออัยการ

1.ตลอดระยะเวลา 5 ปี นายบอสไม่เคยมารายงานตัวตามที่อัยการเรียกแต่อย่างใด

2.นายบอสอ้างว่าติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ แต่มีภาพจากสำนักข่าวต่างประเทศว่านายบอสบินไปรอบโลก ทั้งกิน ทั้งเที่ยว ดูรถแข่ง ใช้ชีวิตหรูหราอู้ฟู่ตามประสาคนมีเงิน ซึ่งไม่ใช่ภารกิจจำเป็นที่จะนำมาอ้างในการไม่ไปพบอัยการ

3.มีการเลื่อนนัดทุกครั้งที่อัยการเรียกตัว โดยในปี 2559 เลื่อนถึง 6 ครั้ง ไม่เคยมาแม้แต่ครั้งเดียว ให้เหตุผลว่าติดธุระอยู่ต่างประเทศ และอยู่ระหว่างยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมาธิการกฎหมาย ยุติธรรม และตำรวจ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จนถึงวันที่ 30 มีนาคม 2560 (วันนี้) นายบอสก็ยังอ้างเป็นครั้งที่ 7 ว่าติดภารกิจอยู่ที่ประเทศอังกฤษ อัยการก็ยังใจดีให้เลื่อนออกไปอีกเป็นครั้งที่ 8 ในวันที่ 27 เมษายน 2560

4.ไม่เคยมีการออกหมายจับนายบอส โดยอัยการอ้างว่ามีหนังสือร้องขอความเป็นธรรมจากนายบอส จึงเป็นเหตุให้ไม่ได้ออกหมายจับ

5.จวบจนปัจจุบัน คดีความข้อหาทั้งสิ้น 5 ข้อหา หมดอายุความ 2 ข้อหา ไม่สั่งฟ้อง 1 ข้อหา และกำลังจะหมดอายุความในเดือนกันยายนอีก 1 ข้อหา (คาดว่าเดือนกันยายนนี้ก็คงไม่มามอบตัว ปล่อยให้หมดอายุความไปอีก)
ท้ายสุดคงเหลือเพียงคดีหนักที่สุดคือ ม.291 ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งมีอายุความ 15 ปี
ผมได้ตั้งข้อสงสัยถึงประเด็นที่เกิดขึ้น ดังต่อไปนี้

1.คดีไม่มีความสลับซับซ้อน พยานไม่มาก เหตุเกิดชัดเจน ผู้เสียชีวิตเป็นตำรวจ ผู้ต้องหามีพฤติกรรมบ่ายเบี่ยงในการมารายงานตัว อีกทั้งตอนต้นก็มีการสับเปลี่ยนผู้ต้องหา โดยให้ผู้อื่นรับสมอ้างรับผิดแทน จึงเป็นเหตุให้ไม่น่าไว้วางใจ แล้วเหตุใดอัยการจึงยอมให้เลื่อนนัดมาโดยตลอด นับถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลาเกือบ 5 ปี?

2.อีกทั้งบางข้อหายังปล่อยให้หมดอายุความไป โดยไม่เคยมารายงานตัว ย่อมแสดงถึงพฤติกรรมหลบเลี่ยง ประวิงเวลา เพื่อให้คดีหมดอายุความ จึงเป็นเหตุสมควรที่จะออกหมายจับ แต่อัยการกลับให้เลื่อนนัดออกไปทุกครั้ง

3.ผมเคยเป็นกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร เมื่อรับเรื่องร้องขอความเป็นธรรม ไม่ได้หมายความว่าจะไปกระทำให้กระบวนการยุติธรรมล่าช้า เพราะเป็นการพิจารณาคนละส่วน กระบวนการทางกฎหมายก็ต้องเดินต่อไป ไม่สามารถนำมาอ้างเพื่อให้กระบวนการทางกฎหมายล่าช้าได้

4.การร้องขอความเป็นธรรมของนายบอส จะเป็นมาตรฐานให้กับคดีอื่นๆในการอ้างเพื่อเลื่อนสั่งฟ้องหรือไม่? ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วคดีของนายบอส มีความชัดเจนและไม่ได้สลับซับซ้อนแต่อย่างใด การใช้กฎหมายกับประชาชนจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะต้องใช้กับทุกคนทุกหมู่เหล่าอย่างเสมอภาค ไม่ให้เกิดความรู้สึกว่าคนใดได้รับการยกเว้น หรือมีความแตกต่างกับอีกคน

เรื่องของ นายบอส ทายาทกระทิงแดง จึงเป็นเรื่องที่สังคมตั้งข้อกังขา ว่ากฎหมายศักดิ์สิทธิ์จริงหรือไม่? เพราะไม่ใช่แค่ นายบอส ที่ร้องขอความเป็นธรรมจากอัยการสูงสุด ดวงวิญญาณของ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ และครอบครัว ก็กำลังรอความเป็นธรรมจากท่านอยู่เช่นกัน หรือว่ากฎหมายไทยใช้จัดการกับคนรวยอย่างนายบอสไม่ได้?

ที่มา  ชูวิทย์ I’m Back