หนองคาย จัดพิธีสมโภชเศียรพระเจ้าข้าวเหนียว ที่อัญเชิญมาจาก เชียงราย

เทศบาลเมืองหนองคาย จัดพิธีสมโภชต้อนรับเศียรพระพุทธมธุปายาส (พระเจ้าข้าวเหนียว) ที่อัญเชิญมาจาก จ.เชียงราย 

ณ ลานเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้านหน้าอนุสาวรีย์ปราบฮ่อหนองคาย นายกำภล  เมืองโคตร นายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย นายวีระชัยโชค มงคลภูมิรัตน์ นายวินชัย  ไวยพัฒน์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย  พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนชาวหนองคาย ได้ร่วมในพิธีสมโภชพระพุทธมธุปายาส  (พระเจ้าข้าวเหนียว)  ที่ได้อัญเชิญมาจาก อ.แม่สาย จ.เชียงรายมาประดิษฐานไว้ ณ ลานเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้  สักการบูชา  ก่อนจะมีพิธีอัญเชิญไปประดิษฐานไว้กับองค์ฐานพระพุทธรูป ที่อัญเชิญมาไหว้ก่อนหน้า เมื่อวันที่ 9 ม.ค.60 ที่ผ่านมา  ณ วัดบุญเรืองสุวรรณาราม (ธรรมยุติ) บ้านคำโป้งเป้ง ต.ค่ายบกหวาน อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย

สำหรับพระพุทธมธุปายาส (พระเจ้าข้าวเหนียว) นั้น ได้ทำการปั้นโดย นายสล่าองค์ แสนคำ หรืออาจารย์ “สล่าองค์” ชาว อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นช่างปั้นพระพุทธรูปที่มีชื่อเสียงของทางภาคเหนือ องค์พระพุทธรูปองค์นี้สร้างเสร็จในระยะเวลา 1 ปี 9 เดือน 26 วัน เมื่อสร้างเสร็จ ได้มีรัฐบาลพม่าขออัญเชิญไปประดิษฐานที่ประเทศพม่า แต่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปได้ กระทั่งมีพุทธศาสนิกชนชาวหนองคายทราบข่าว จึงขออัญเชิญมาประดิษฐาน ณ วัดบุญเรืองสุวรรณาราม (ธ)

โดยองค์พระนั้นปั้นจากปูนผสมข้าวเหนียวหน้าตักกว้าง 6 เมตร สูง 10 เมตร ทั้งนี้เพื่อให้พุทธศาสนิกชนระลึกถึงเมื่อครั้งพุทธกาล ที่นางสุชาดาถวายข้าวมธุปายาส แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นข้าวมื้อสุดท้าย ก่อนพระองค์ท่านจะทรงเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน

ฆ่าโหด! คนเลี้ยงเป็ด สุดท้ายฆาตกรจนมุม ถูกรวบทันควัน

คนเลี้ยงเป็ด จ.พิจิตร ถูกฆ่าโหด แต่สุดท้ายฆาตกรจนมุม ถูกรวบทันควัน ดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา

หน่วยกู้ภัยสมาคมข่าวภาพโพทะเล พร้อมด้วยร้อยเวร สภ.โพทะเล จ.พิจิตร เข้าตรวจที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบริเวณกลางทุ่งนาบ้านยี่มุ่ย หลังนครไชยบวร ม.2 ต.ท่าเสา อ.โพทะเล หลังได้รับแจ้งเหตุว่ามีผู้ถูกฆ่าตาย

ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุพบผู้ตายทราบชื่อภายหลัง ชื่อ นายบุญส่ง เป็นชาว อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ มารับจ้างเลี้ยงเป็ดอยู่กลางทุ่งนาได้แค่เพียง 3 วัน โดยมีคนงานรวมทั้งสิ้น 3 คน สอบสวนชาวบ้านแถบนั้นได้ข้อมูลว่า คนเลี้ยงเป็ดกลุ่มนี้มีปากเสียงกันเมื่อวานที่ผ่านมา โดย นายประพจน์ อายุ 41 ปี  ซึ่งเป็นคนงานเลี้ยงเป็ดด้วยกัน แต่เป็นผู้หลบหนีคดีลักทรัพย์มีหมายจับแล้วหลบหนีมาเป็นคนงานเลี้ยงเป็ด เป็นผู้ลงมือใช้ไม้กระหน่ำตีผู้ตาย ตำรวจจึงแยกย้ายกันออกค้นหา ในที่สุดก็พบหลบอยู่ในป่าใกล้กับที่เกิดเหตุในสภาพหิวโซ จึงควบคุมตัวมาดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาต่อไป  ส่วนสาเหตุการลงมือฆ่าเพื่อนคนงานเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งด้วยกันนั้น ตำรวจจะได้สอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

ผบช.ภาค 5 เผยภาพวงจรปิด ‘ชัยภูมิ ป่าแส’ ต่อสู้ขัดขืนจนทหารต้องวิสามัญ

ผบช.ภาค 5 เผยภาพวงจรปิด ‘ชัยภูมิ ป่าแส’ ต่อสู้ขัดขืนจนทหารต้องวิสามัญ ด้านกลุ่มเยาวชนต้นกล้า เรียกร้องแยกประเด็นตรวจสอบอย่างมีส่วนร่วม ไขข้อข้องใจให้สังคม

วันนี้ (24 มี.ค. 60) พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสิรฐศักดิ์ ผู้บัญชการตำรวจภูธร ภาค 5 ให้สัมภาษณ์ว่า จากกระแสสังคมที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ทหารซ้อม นายชัยภูมิ ป่าแส อายุ 21 ปี เยาวชนนักกิจกรรมชาวลาหู่ ก่อนจะถูกวิสามัญนั้น ข้อเท็จจริงเป็นเพราะนายชัยภูมิ ขัดขืนการตรวจค้นและจับกุมจึงเกิดการยื้อยุดฉุดกระชากตามยุทธวิธีขึ้น ภาพที่เห็นอาจถูกมองว่าถูกซ้อม แต่อีกด้านหากบริสุทธิ์ใจจริงเหตุใดจึงต้องขัดขืนไม่ยอมให้มีการตรวจค้น

ส่วนกรณีที่กลุ่มนักวิชาการจะจัดสัมมนาในประเด็นการวิสามัญ นายชัยภูมิ ป่าแส มองว่า เป็นการสร้างกระแส แต่เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปชี้แจงว่า หากออกมาพูดคุยในช่วงนี้อาจมีผลเสีย แต่ก็ได้รับคำตอบว่าจะมีการพูดคุยกันในเรื่องของหลักการเท่านั้น ซึ่งก็ถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้แต่เจ้าหน้าที่ก็จะเข้าไปสังเกตการณ์ เช่นเดียวกับกรณีของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนก็จะลงพื้นที่ถือเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ตามหน้าที่เช่นกัน

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบทราบว่า มีกล้องวงจรปิดบริเวณด่านบ้านรินหลวอยู่และจากข้อมูลก็พบว่า มีการขัดขืนและต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ชัดเจน เชื่อว่าทหารจะส่งภาพดังกล่าวมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพื่อเป็นพยานหลักฐานในคดีเร็วๆนี้

สำหรับการขยายผลไปยังเครือข่ายยาเสพติดที่นายชัยภูมิติดต่อประสานงานด้วย เจ้าหน้าที่พอทราบเบาะแสแล้วว่าเป็นของเครือข่ายกลุ่มว้า ซึ่งเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ห่างจากพื้นที่ดังกล่าวไปเพียง 5 – 10 กิโมเมตรเท่านั้น โดยลูกระเบิดที่พบในวันเกิดเหตุก็เป็นชนิดเดียวกับที่กลุ่มว้าใช้อยู่

ด้านนางวิไลลักษณ์ เยอเบอะ ประธานกลุ่มเยาวชนต้นกล้าพื้นเมือง กล่าวว่า อยากให้มีการแยกเรื่องต่างๆออกเป็นประเด็นๆไป และควรเปิดให้ทุกฝ่ายได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน ทั้งเรื่องระเบิด ยาเสพติด การวิสามัญ  ซึ่งทุกเรื่องจะต้องมีพยานหลักฐานที่สามารถตอบและอธิบบายให้สังคมเข้าใจได้อย่างชัดเจน