เกาหลีใต้ กู้ซากเรือเซวอลขึ้นจากน้ำได้แล้ว

เกาหลีใต้กู้ซากเรือเซวอลขึ้นจากน้ำได้แล้ว แต่ยังต้องใช้เวลาอีกเกือบ 2 สัปดาห์ กว่าจะนำไปยังท่าเรือใกล้เคียง

ทางการเกาหลีใต้สามารถกู้ซากเรือเซวอล ซึ่งจมอยู่ใต้ทะเลที่ความลึก 44 เมตร นอกชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศขึ้นจากน้ำได้บางส่วน เมื่อวานนี้ หลังเกิดโศกนาฏกรรมเรือล่มเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 304 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนที่อยู่ระหว่างทัศนศึกษา

บริษัทกู้ซากเรือจากจีนเริ่มดำเนินการกู้เรือขนาด 6,800 ตันลำนี้ ตั้งแต่คืนวันพุธที่ผ่านมา โดยติดตั้งคานรับน้ำหนัก 33 ชิ้นใต้เรือ และยกขึ้นด้วยแม่แรงระบบไฮดรอลิก 66 เครื่อง

ทางการเกาหลีใต้ ระบุว่า เรือเซวอลจะถูกยกขึ้นสูงจากผิวน้ำ 13 เมตร และนำไปไว้บนเรืออีกลำหนึ่ง ซึ่งจะใช้เวลาดำเนินการจนถึงวันนี้ ก่อนนำซากเรือกลับไปยังท่าเรือในเมืองม็อกโป ที่อยู่ห่างออกไปราว 90 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาราวๆ 12 ถึง 13 วัน หลังจากนำเรือเซวอลกลับเข้าฝั่งได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดเรือ และค้นหาร่างผู้สูญหายอีก 9 ราย

ขณะที่ทางการเกาหลีใต้จะจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อค้นหาเบาะแสที่สามารถอธิบายสาเหตุที่ทำให้เรือจม ซึ่งหลายฝ่ายวิจารณ์ว่า เกิดจากโครงสร้างเรือไม่มั่นคง บรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวน และพนักงานขับเรือด้วยความเร็วสูง

ส่วนครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ร่วมสังเกตการณ์การกู้เรือเซวอล เมื่อวานนี้ และหลายคนก็หวังว่าจะพบร่างของเหยื่ออีก 9 รายที่ยังคงสูญหาย

ฮือฮาทั้งเมือง เจ้าบ่าวแต่งตัวเป็น “ฮัลค์” ยักษ์เขียวจอมพลัง ยกขันหมากขอสาว

ฮือฮาทั้งเมืองสุพรรณ เจ้าบ่าวแต่งชุด  “ฮัลค์” ยักษ์เขียวจอมพลัง แห่ขันหมากธีมเทพนิยายสู่ขอเจ้าสาว

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี มีการจัดงานวิวาห์ซึ่งเป็นที่ฮือฮามาก โดยเป็นงานมงคลสมรสของ น.ส.วิไลลักษณ์ ทับทองดี หรือน้องแคท และ นายกฤษฎา เรืองวิทย์ หรือน้องเขื่อน ในตำบลสวนแตง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี งานแต่งงานนี้ ไม่เหมือนกับงานอื่นตรงที่ว่า ขบวนขันหมากกับเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าบ่าวมาในชุดธีม “การ์ตูนและเทพนิยาย” ทั้ง เจ้าหญิงสโนไวท์ เจ้าชาย อัศวิน แม่มด โดยเฉพาะเจ้าบ่าวที่แต่งตัวเป็น “ฮัลค์” ยักษ์เขียวจอมพลัง สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก

นายกฤษฎา บอกว่า ได้ปรึกษากับทางครอบครัวว่าในช่วงของขบวนขันหมากที่ตนจะมาสู่ขอเจ้าสาว ตนและเพื่อน ๆ ขอแต่งชุดในธีมเทพนิยายและตัวแสดงในภาพยนต์ โดยตนจะแต่งเป็น ฮัลค์ ชุดสีเขียว ใส่หน้ากาก ไม่ใส่รองเท้า เหมือนในตัวแสดงในภาพยนตร์ เนื่องจากตนชอบดูภาพยนต์เรื่องนี้

นอกจากนี้ครอบครัวของฝ่ายเจ้าสาวยังได้มอบรถจักรยานยนต์แล้วผูกกระป๋องลากไว้ข้างท้ายให้เป็นของขวัญในวันแต่งงาน โดยให้เจ้าบ่าวขี่จักรยานยนต์แล้วให้เจ้าสาวนั่งซ้อนท้ายขับไปในหมู่บ้าน จนหลายคนที่มาร่วมงานต่างพากันอดอมยิ้มไม่ได้ สำหรับความน่ารักของบ่าวสาวคู่นี้

น.ส.บุญตา ชีพนุรัตน์ แม่เจ้าสาว กล่าวว่า ตอนแรกที่เจ้าบ่าวมาขออนุญาตแต่งชุดฮัลค์มาในขบวนขันหมาก ก็รู้สึกตกใจเหมือนกัน เพราะไม่เคยเห็น แต่เนื่องด้วยเค้าให้เหตุผล และตั้งใจจัดขบวนขันหมากมาในรูปแบบนี้ เพื่อสร้างสีสันและอยากสนุกสนาน ทางฝ่ายเจ้าสาวก็ยินดีเพราะคิดว่าไม่ได้เสียหายอะไร และทุกคนก็ได้สนุกสนานกัน เพราะหลังจากนั้นเจ้าบ่าวก็มาใส่ชุดไทยในการเข้าร่วมพิธีตามประเพณีตามปกติ ซึ่งก็เป็นเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ตนขอให้ทั้งคู่รักกันและดูแลกันได้ดีก็พอแล้ว

หนุ่มใหญ่ไม่พอใจ พระให้กับข้าวไม่ถูกใจ เตะก้านคอเจ้าอาวาสล้ม

หนุ่มใหญ่ไม่พอใจเจ้าอาวาสวัดดังหาดใหญ่ หลังเข้าไปขอกับข้าวแล้วไม่ได้ดั่งใจ กราบ 3 ครั้ง ก่อนลุกขึ้นเตะก้านคอเจ้าอาวาสล้มกลางวงข้าว

เมื่อวานนี้ ( 23 มี.ค.) ขณะที่พระปลัดเสน จินต์ณสาโร อายุ 77 ปี เจ้าอาวาสวัดท่าเคียน ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมพระลูกวัดกำลังฉันอาหารเช้าบนศาลาการเปรียญ จู่ ๆ มีชายวัยกลางคนพร้อมลูกอีก 3 คนขับรถจักรยานยนต์เข้ามาขออาหาร ซึ่งทางเจ้าอาวาสก็ได้จัดสำรับกับข้าวให้

แต่ชายคนดังกล่าวปฏิเสธบอกว่า ที่บ้านหุงข้าวแล้วขอเพียงกับข้าวเท่านั้น ท่านจึงหยิบแกงปลา และต้มจืดให้ เพราะคิดว่าเด็ก ๆ จะทานกันได้ ปรากฏว่าชายคนดังกล่าวเกิดความไม่พอใจ กล่าวหาว่าพระฉันแต่ของดี ๆ แต่กลับหยิบยื่นของไม่ดีให้ชาวบ้านกิน จากนั้นก็พาลูก ๆ ออกไปจากวัด แล้วก็ย้อนกลับมากราบ 3 ครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นเตะก้านคอเจ้าอาวาสจนหงายหลังล้มตึงกลางวงข้าว

ด้านพระลูกวัดได้ช่วยกันควบคุมตัวเอาไว้เพื่อสงบสติอารมณ์ และรีบโทรแจ้งตำรวจ แต่ระหว่างที่รอตำรวจอยู่นั้น ชายคนดังกล่าวสำนึกผิดเข้ามากราบขอโทษเจ้าอาวาส และพยายามที่จะเอามือเจ้าอาวาสมาลูบหัว แต่ทางเจ้าอาวาสไม่ได้แสดงท่าทีใด ๆ ชายคนดังกล่าวจึงเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ รีบหนีออกจากวัดไปทันที เบื้องต้น พบว่าเจ้าอาวาสได้รับบาดเจ็บฟกช้ำบริเวณโหนกแก้มซ้าย ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี