มือปืนกราดยิงคนขาวเผชิญข้อหาฆาตกรรม 4 กระทง

ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุกราดยิงคนขาวเสียชีวิต 3 ศพ ในเมืองเฟรสโน รัฐแคลิฟอร์เนีย คาดถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมรวม 4 กระทง

นายโครี อาลี มูฮัมหมัด ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุยิงคนผิวขาว 3 คนเสียชีวิตในเมืองเฟรสโน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโมเทลซิกซ์ รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ คาดว่าจะถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม รวม 4 กระทง

โดยนายมูฮัมหมัด ชายผิวสีวัย 39 ปี ถูกตำรวจจับกุมตัวหลังจากก่อเหตุกราดยิง 16 นัด ภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 นาที ที่ใจกลางเมืองเฟรสโนเมื่อวันอังคาร ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ 3 คน

ผู้เสียชีวิตคนแรกคือ นายแซคคารี แรนดัลส์ เขาถูกยิงขณะนั่งอยู่เบาะของรถบรรทุกน้ำมัน โดยเขาเพิ่งเริ่มงานใหม่กับบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่ง

คนที่สองคือ นายมาร์ก กาสเสตต์ วัย 37 ปี ถูกยิงเสียชีวิตขณะเดินออกจากที่ทำการ ”Catholic Charities” ซึ่งเป็นมูลนิธิการกุศลของชาวคริสต์นิกายคาทอลิก

ส่วนผู้เสียชีวิตคนที่ 3 คือ นายเดวิด แจ็กสัน วัย 58 ปี เขาถูกยิงเสียชีวิตที่ลานจอดรถของมูลนิธิการกุศลแห่งเดียวกัน

ก่อนหน้านี้ นายมูฮัมหมัดได้ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่โมเทลซิกซ์ และเมื่อเห็นประกาศจับตนเอง จึงก่อเหตุกราดยิงในเมืองเฟรสโน เพื่อฆ่าคนผิวขาวให้ได้มากที่สุด ก่อนที่ตนเองจะถูกจับกุมตัวได้

นายมูฮัมหมัดเคยมีประวัติอาชญากรรม ซึ่งรวมถึงถูกจับเนื่องจากพกพาอาวุธ ครอบครองยาเสพติด และเป็นภัยคุกคามเกี่ยวกับการก่อการร้าย รวมทั้งเคยเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชญากรรม แต่ไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นสมาชิก


เกิดเหตุคนร้ายตะโกนสรรเสริญพระเจ้าพร้อมก่อเหตุกราดยิง ใน “แคลิฟอร์เนีย  สหรัฐฯ รัวกระสุน 16 นัด ดับ 3 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน”กรมตำรวจเมืองเฟรสโน เปิดเผยว่า เหตุการณ์กราดยิงเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10:45 น. เมื่อวานนี้ ตามเวลาสหรัฐ โดยชายผู้ก่อเหตุชื่อกอรี อาลี มูฮัมหมัด วัย 39 ปี ได้นำอาวุธปืนกราดยิงจำนวน 16 นัด พร้อมตะโกนว่า “อัลลาฮู อัคบาร์”(Allahu Akbar) หรือประโยคสรรเสริญพระเจ้า ก่อนที่จะถูกตำรวจบุกเข้ารวบตัว การก่อเหตุรุนแรงครั้งนี้ เป็นการก่อเหตุโดยลำพัง และผู้ก่อเหตุมีประวัติเป็นผู้ที่เกลียดชังคนผิวขาว รวมทั้งมีแนวคิดต่อต้านรัฐบาล

ทางการยืนยันว่า นายมูฮัมหมัด เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนอกโรงแรมโมเทล 6 ในเมืองเฟรสโน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาด้วย แต่ตำรวจระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุปว่า เหตุกราดยิงดังกล่าวเป็นการก่อการร้ายรายงานข่าวระบุด้วยว่า มือปืนรายนี้ได้ ยิงใส่ผู้คนที่เดินอยู่ทั้งหมด 4 คน ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 3 คน ขณะที่อิหม่ามของศูนย์วัฒนธรรมอิสลามในเมืองเฟรสโนแจ้งว่า ผู้ก่อเหตุไม่ใช่สมาชิกของศูนย์”

ที่มา www.fresnobee.com

โฆษก กอ.รมน. ชี้ เหตุป่วนภาคใต้ไม่กระทบประชาชน

โฆษก กอ.รมน. ชี้ เหตุป่วนพื้นที่ 3 จังหวัด ชายแดนใต้ ไม่กระทบประชาชน ยันเพิ่มความเข้มงวดด้านการข่าวมากขึ้น

พ.อ.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร แถลงข่าวถึงสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ว่า ขณะนี้ ประชาชนมีส่วนร่วมแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างดีในทุกมิติ อีกทั้งนโยบายสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ส่งผลให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการดำเนินการ

พร้อมยัง ระบุถึงการก่อเหตุในวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมาว่า เป็นเพียงขบวนการของกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ไม่มีผลกระทบต่อแผนงานและการแก้ไขปัญหาของภาครัฐ โดยอาจมีสาเหตุจากปัญหาทับซ้อน ทั้งการเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่ จากปัญหาอื่นๆ เช่น ยาเสพติด ระบุการก่อเหตุไม่มีผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง

ที่ผ่านมาการก่อเหตุฝ่ายการข่าวทราบทุกครั้ง แต่ครั้งนี้บางพื้นที่ยากต่อการเข้าถึง แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายนัก หลังจากนี้จะเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งมองว่าการกระทำครั้งนี้ ไม่ถือเป็นการแสดงศักยภาพของกลุ่มผู้ก่อเหตุ เป็นเพียงการก่อเหตุเพื่อให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการทำงานของภาครัฐ

ส่อฆาตกรรมอำพราง เหตุเพลิงไหม้เผายกครัว

พลตำรวจเอกสุวิระ ลงพื้นที่ ตรวจสอบที่เกิดเหตุคดีเพลิงไหม้บ้านเสียชีวิต 3 ศพ พบปลอกกระสุนปืนและกองเลือด คาดคดีนี้อาจเป็นการฆาตกรรมอำพราง

จากกรณี เหตุสะเทือนขวัญ เมื่อบ้านพัก ใน ต.ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกเพลิงไหม้เผาจนวอดเสียหายทั้งหลัง ส่งผลให้ นายสำราญ เพชรประดับ อายุ 40 ปี / น.ส.รุ้งทิพย์ สายทอง อายุ 38 ปี ภรรยา และด.ญ.ประภัสสร เพชรประดับ วัย 1 ขวบ ซึ่งทั้งหมดเป็นพ่อแม่ลูกกัน โดนไฟคลอกร่าง เสียชีวิตคาซากปรักหักพัง รวมทั้งมี รถถูกเผาอีก 2 คัน

ความคืบหน้าเมื่อวานนี้ ( 20 เม.ย.) พลตำรวจเอก สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา สบ. 10 ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เนื่องจากว่าสงสัยจะเป็นการฆ่าแล้วเผาอำพรางศพ โดยระบุว่า ได้มาตรวจที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์ให้แน่ชัดว่าเกิดจาก เพลิงไหม้หรือเหตุฆาตกรรมกันแน่ จากการตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่ และเมื่อได้นำเถ้าถ่านในพื้นที่ออก ตรงบริเวณที่พบศพผู้เสียชีวิต ก็พบคราบเลือดกองอยู่ที่พื้น แสดงว่าน่าจะไม่ได้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ แต่น่าจะถูกฆาตกรรมก่อน เพราะว่าหากเป็นเพลิงไหม้ธรรมดาจะไม่มีเลือดออกมา แต่ก็ยังต้องรอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อีกครั้ง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดล้อม หมู่บ้านดอนยายหนู ต.ดอนยายหนู อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อจับกุม นายนิพนธ์ ช้างแก้ว หรือ ใหญ่ กุยบุรี หรือ ใหญ่ ดอนยายหนู อายุ 38 ปี ผู้ต้องสงสัย หลังจากมีผู้พบเห็นภายในหมู่บ้าน โดยเจ้าหน้าที่ ได้พูดคุยกับนางฉลวย (ขอสงวนนามสกุล) แม่ของ นายใหญ่ เพื่อให้ช่วยเจรจาให้ลูกชายเข้ามอบตัว ซึ่งจากการเจรจา นางฉลวยได้เข้าไปนำตัวลูกชาย ที่หลบซ่อนอยู่ในชายป่ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่

เบื้องต้น ผู้ต้องสงสัย ยังให้การปฎิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้ แต่ที่ต้องหลบหนีเพราะก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุ 1 วัน มีตำรวจเข้ามาขอตรวจค้นยาเสพติดระหว่างนั้นตนมีปืนอยู่จึงกลัวจะถูกจับ จึงได้เอาปืนใส่กระเป๋าแล้วโยนลงไปในบ่อพักน้ำแล้ววิ่งหลบหนีไป
อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวส่ง สภ.สามร้อยยอด เพื่อทำการสอบสวน และต้องรอผลตรวจสอบของตำรวจวิทยาการ และจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อประกอบการพิจารณาคดี