เตือนภัย!! ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อ “ไปรษณีย์ไทย” เรียกร้องให้โอนเงินค่าพัสดุ

ไปรษณีย์ไทย แจ้งเตือนผู้ใช้บริการ กรณีมิจฉาชีพแอบอ้างโอนเงินค่าพัสดุ เผยไม่มีนโยบายการเรียกเก็บเงินผ่านบัญชีธนาคารเพื่อนำพัสดุออกจากที่ทำการไปรษณีย์

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) แจ้งเตือนผู้ใช้บริการอย่าตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ กรณีแอบอ้างว่าเป็นตัวแทนจากไปรษณีย์ไทยแจ้งไปยังผู้ใช้บริการว่ามีพัสดุตกค้าง ณ ที่ทำการไปรษณีย์ โดยเรียกให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารเพื่อนำพัสดุออกจากที่ทำการไปรษณีย์ ล่าสุด พบผู้ใช้บริการถูกมิจฉาชีพแอบอ้างขอข้อมูลส่วนตัวและเรียกเก็บเงินในการนำพัสดุออกจากที่ทำการไปรษณีย์หลายราย

ไปรษณีย์ไทย จึงขอแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้บริการ โปรดอย่าหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างเป็นตัวแทนจากบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ใช้โทรศัพท์ในการหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อนำพัสดุออกจากที่ทำการไปรษณีย์ ทั้งนี้ไปรษณีย์ไทย ไม่มีนโยบายการเรียกเก็บเงินผ่านบัญชีธนาคารเพื่อนำพัสดุออกจากที่ทำการไปรษณีย์ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

หากผู้ใช้บริการมีข้อสงสัยเกี่ยวกับพัสดุระหว่างประเทศ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ THP Contact Center 1545 หรือ ที่ทำการไปรษณีย์ใกล้บ้าน

ชวนดู!! 5 สิ่งที่จะทำให้คุณรู้ว่า ประเทศไทยเคยรวยขนาดไหน ในช่วงก่อนปี 2540

เชิญชวนพี่น้องประชาชน ชมนิทรรศการ “ต้มยำกุ้งวิทยา : วิชานี้อย่าเลียน” ที่มิวเซียมสยาม ได้ฟรี!  

ย้อนกลับไปก่อนที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ 2540 หรือที่รู้จักกันในชื่อวิกฤตต้มยำกุ้ง ตอนนั้นประเทศไทยเรียกว่าอยู่ในจุดสูงสุดก็คงจะพอได้ เศรษฐกิจไทยเติบโตปีละ 8-13% อย่างต่อเนื่องเกือบสิบปี จนเราได้รับการขนานนามว่าเป็นปาฏิหาริย์แห่งเอเชีย และถูกคาดหมายว่าจะเป็นเสือตัวที่ 5 ไล่หลังสิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลีใต้ และฮ่องกง สำหรับคำว่าปาฏิหารย์นั้นคงจะเป็นนามธรรมมากเกินไป แต่ 5 สิ่งนี้จะทำให้คุณตะลึงในอดีตความรวยของประเทศไทยที่ไม่รู้ว่าจะกลับมาเป็นอย่างเดิมได้หรือเปล่า

1. ในช่วงเวลานั้นรายได้ต่อหัวของคนไทยมากกว่าคนจีนแผ่นดินใหญ่ถึง 3 เท่า!

2. เรามีมนุษย์พันธุ์พิเศษที่เรียกว่า “มนุษย์ทองคำ” ที่ทำงานตลาดหุ้น แล้วมีโบนัสปีละ 36 – 48 เดือน เป็นเรื่องปกติ!

3.สุราแบลค เลเบิล ขายดีที่สุดในโลก! เรื่องแอลกอฮอล์นี่ต้องยกให้คนไทยจริงๆ

4.รถเมอร์เซเดส เบนซ์ ขายดีเป็นอันดับ 4 ของโลกรองจากจีน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น

5. นักท่องเที่ยวไทยใช้เงินในต่างประเทศต่อคน มากกว่านักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่มาเที่ยวเมืองไทยถึง 28.67%

ถึงแม้เหมือนจะเป็นไปไม่ได้ แต่ 5 สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย สำหรับคนที่เกิดทันยุคต้มยำกุ้งคงจะพอจินตนาการย้อนไปถึงสังคมฟองสบู่อันอู้ฟู่หรูหราได้เป็นอย่างดี ส่วนใครที่เกิดไม่ทัน ถ้าอยากย้อนรอยดูว่าเมื่อ 2 ทศวรรษที่แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย แล้วคนไทยผ่านมันมาได้อย่างไร สามารถไปชมนิทรรศการ “ต้มยำกุ้งวิทยา : วิชานี้อย่าเลียน” ที่มิวเซียมสยาม ได้ฟรี! ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2560 เวลา 10.00 – 18.00 น. (ปิดวันจันทร์) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-225-2777 หรือ www.facebook.com/museumsiamfan

สาวชัยนาทสุดงง ถูกจับมีชื่อเป็นเจ้าของบริษัทโกงประกันสังคม

สาวชัยนาทร้องสื่อฯ ถูกจับหลังมีชื่อเป็นเจ้าของบริษัทโกงประกันสังคม ชี้ตกเป็นแพะให้พวกแก๊งมิจฉาชีพ วอน ‘ทนายสงกรานต์’ เข้าช่วยเหลือ

วันที่ 21 เม.ย. 60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์จาก นางกมลทิพย์ สุขชื่น อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 178/1 ม.5 ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เนื่องจากถูกหมายจับในข้อหาปลอมแปลงเอกสารทางราชการ ของ สภ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง เมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งต้องถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขังของ สภ.นิคมพัฒนา นาน 4 วัน ก่อนประกันตัวออกมา ด้วยเงิน 38,000 บาท ที่เพื่อนบ้านรวบรวมกันมาช่วย เพราะตนมีฐานะยากจน

นางกมลทิพย์ เล่าว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า ตนถูกจับ “ข้อหาปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ เกี่ยวกับประกันสังคม ในนามของบริษัท 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท อีสเทิร์น ซับ และบริษัทดีแทค โกลบอล ประเทศไทยจำกัด” ซึ่งตั้งอยู่ใน ต.มะขามคู่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง โดยมีชื่อของตนเป็นเจ้าของบริษัท ทำให้ตนตกใจมากเพราะไม่เคยจดทะเบียนบริษัทอะไรมาก่อน และตนเป็นคนหาเช้ากินค่ำไม่มีปัญญาจะไปเป็นเจ้าของบริษัทอะไรตามที่ถูกกล่าวหาอย่างแน่นอน

แต่เรื่องดังกล่าวคาดว่าน่าจะเกิดจากที่ตนเองเคยไปสมัครงานเมื่อ พ.ศ.2552 ที่ จ.ระยอง ก่อนกลับมาทำมาหากินที่ จ.ชัยนาท บ้านเกิด ซึ่งอาจจะถูกนำเอกสารส่วนตัวที่ใช้สมัครงาน มาใช้ตั้งบริษัทโดยปลอมลายเซ็นของตนเอง แล้วก่อความเสียหายเกี่ยวกับเงินประกันสังคมจนตนต้องถูกแจ้งความออกหมายจับ

ล่าสุดตรวจสอบกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท ยังพบชื่อของนางกมลทิพย์เป็นหุ้นส่วนบริษัทชื่อวิล โดเมน ใน จ.สมุทรปราการ อีก 1 แห่ง จึงมั่นใจได้ว่าตนถูกขบวนการมิจฉาชีพนำเอกสารไปใช้เพื่อให้ตนตกเป็นแพะ จึงอยากขอความช่วยเหลือจาก “ทนายสงกรานต์” เพราะศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 พ.ค. 2560 ถ้าไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ตนคงต้องกลายเป็น “แพะ” ติดคุกในความผิดที่ไม่ได้ทำ ในขณะที่มิจฉาชีพตัวจริงยังลอยนวลก่อความเดือดร้อนและความเสียหายต่อไป