ราชทัณฑ์ รอผลชันสูตรปมผู้ต้องขังตายในคุกตะกั่วป่า

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แจง ผู้ต้องขังเสียชีวิตในเรือนจำตะกั่วป่า จนท. รักษาตามขั้นตอน รอผลชันสูตรเพื่อความชัดเจน หากพบบกพร่องตั้งกรรมการสอบ

นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผย ถึงการเสียชีวิตของ นายพชร กลิ่นสุวรรณ ผู้ต้องขังคดีปล้นทรัพย์ ภายในเรือนจำตะกั่วป่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา สาเหตุเกิดจากอาการเป็นลม เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา ว่า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำผู้ต้องขังประมาณ 30 คน รวมถึงผู้เสียชีวิตส่งตัวจากเรือนจำ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช มายัง เรือนจำตะกั่วป่า ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. 60 และไม่ได้มีการตรวจร่างกายแต่อย่างใด ต่อมา วันที่ 8 เม.ย. ผู้เสียชีวิตมีอาการปวดฟันจึงไปขอยากับพยาบาลก่อนจ่ายยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะ จากนั้น วันที่ 13 เม.ย.  มีแพทย์ประจำได้เข้ามาตรวจร่างกายผู้เสียชีวิตหลังมีอาการกำเริบและให้ยาปฏิชีวนะเพิ่ม โดยทุกครั้งจะมีการตรวจสุขภาพ วัดไข้ ชีพจรผู้เสียชีวิตตลอดและร่างกายก็ปกติ พร้อมรักษาตามขั้นตอน

โดย วันที่ 15 เม.ย. ผู้เสียชีวิตมีอาการทรุดหนักและมีอาการจุกแน่นท้อง เจ้าหน้าที่ได้ให้นอนพักที่สถานพยาบาล กระทั่งวันที่ 16 เม.ย. ผู้เสียชีวิตมีอาการหน้าซีด ไม่ตอบสนอง ชีพจรเต้นเร็ว หายใจช้า จึงรีบนำตัวส่ง รพ.ตะกั่วป่า แต่สุดท้ายเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนทางญาติติดใจการเสียชีวิตเพราะมีรอยช้ำบริเวณหลังและขานั้นต้องรอผลการชันสูตรจากแผนกนิติเวช โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี ว่าเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ เมื่อผลออกมาแล้วก็จะดำเนินการขั้นต่อไป

ทั้งนี้ หากเกิดจากการความบกพร่องก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการไปยังเรือนจำทุกแห่งทั่วประเทศให้กำชับดูแลผู้ต้องขังอย่างรอบคอบป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีกเนื่องจากอาจทำให้ญาติของผู้ต้องขังเกิดความหวาดระแวงต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

นักร้อง ‘ศร’ รับผิดไกล่เกลี่ย ‘จั๊กกะบุ๋ม’ อภัยถอนฟ้อง 4 คดี

นักร้อง ‘ศร’ ยอมรับผิดไกล่เกลี่ยที่ศาล ‘จั๊กกะบุ๋ม’ อภัยถอนฟ้อง 4 คดี ลั่นเดินหน้าเอาผิดคนตัดต่อคลิปแชร์ออนไลน์ 19 เม.ย. นี้

ประเด็นเกาหลาข้ามปีระหว่าง ตลกจั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม กับ ศร ศรศักดิ์ สวนแก้ว จบลงด้วยดี ล่าสุด 10 เม.ย. 60 เวลา 9.00 น. ณ ศาลอาญาธนบุรี ศร ภรรยา  และออม พร้อมด้วยทนายความมาตามนัดหมายศาลเพื่อไกล่เกลี่ยคดีความที่ถูกจั๊กกะบุ๋มฟ้อง 4 คดี และขอโทษซึ่งกันและกัน

โดย ศร กล่าวว่า “ในวันนี้ผม ภรรยา น้องออม และทนายความมาแถลงข่าวตามที่มีข้อตกลงกันในศาลอาญาธนบุรีแห่งนี้ โดยได้รับความเมตตาจากท่านผู้พิพากษาที่ได้ให้มาจัดแถลงข่าว ณ  สถานที่แห่งนี้ ตามที่ผมและภรรยาได้มีปัญหากับทางคุณจั๊กกะบุ๋ม ซึ่งเป็นเรื่องโพสต์ต่อว่ากันในทางเฟซบุ๊กในเรื่องส่วนตัวต่างๆและการทวงหนี้ของน้องออม และทางคุณจั๊กกะบุ๋มได้ฟ้องร้องทางผมและภรรยา รวมถึงน้องออมด้วยที่ศาลอาญาธนบุรีแห่งนี้ โดยทางผมยินดีกล่าวคำขอโทษในการกระทำและการโพสต์ข้อความอันเป็นผลให้คุณจั๊กกะบุ๋มเสียหายและแฟนคุณจั๊กกะบุ๋มเสียหาย และขอโทษต่อมารดาของคุณจั๊กกะบุ๋มที่ผมใช้วาจาไม่สุภาพต่อท่านด้วย ต่อหน้าสื่อมวลชน และต่อหน้าสักขีพยานในวันนี้ ขอขอบคุณท่านผู้พิพากษาที่ได้โปรดอำนวยความสะดวกใช้สถานที่แห่งนี้ และขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ได้มารับทราบและเป็นสักขีพยานในวันนี้

ด้านภรรยาของศร กล่าวว่า “ในส่วนตัวของดิฉันก็ขอกล่าวสั้นๆต่อทางคุณจั๊กกะบุ๋ม และคุณนิอรว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในการโพสต์ข้อความต่อว่ากันนั้น และทำให้ทั้งสองคนเสียหาย ดิฉันขอกล่าวคำขอโทษ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ต่อหน้าท่านที่มาเป็นพยานในวันนี้  และสื่อมวลชนทุกท่านด้วยค่ะ

น้องออม สาวแบ๊งค์ กล่าวอีกว่า “ดิฉันขอกล่าวคำขอโทษต่อคุณจั๊กกะบุ๋ม ที่ใช้วาจาและกิริยาไม่เหมาะสม ในการที่ไปทวงเงินคืนพร้อมกับจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ เป็นการทำให้คุณจั๊กกะบุ๋มเสื่อมเสียชื่อเสียง เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด และตอนนี้ก็ตกลงกันได้แล้ว และในวันนี้ดิฉันก็ได้รับเงินจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท คืนแล้วจากคุณจั๊กกะบุ๋ม  ดิฉันขอจบเรื่องราวความเข้าใจผิดของเราทั้งสองคน ขอบคุณท่านที่มาเป็นสักขีพยานในวันนี้ และพี่ๆสื่อมวลชนทุกท่าน

ขณะที่ จั๊กกะบุ๋ม ยอมอภัยและกล่าวขอโทษต่อศร ว่า “ตามที่ข้าพเจ้าและภรรยาได้เป็นโจทก์ฟ้องนายศรศักดิ์ สวนแก้วกับพวกเป็นจำเลยต่อศาลอาญาธนบุรีโดยฟ้องเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๔๑๗๕/๒๕๕๙ นั้น ในเมื่อจำเลยทั้ง ๓ คดีดังกล่าวสำนึกในการกระทำที่ถูกฟ้อง และได้กล่าวคำขอโทษต่อข้าพเจ้านายจั๊กกะบุ๋มกับภรรยา และมารดาของข้าพเจ้าวันนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าพเจ้านายจั๊กกะบุ๋ม, ภรรยา ยอมให้อภัยและยอมถอนฟ้องคดีดังกล่าว ๔ คดีให้กับจำเลย และหากข้าพเจ้านายจั๊กกะบุ๋มมีสิ่งใดล่วงเกิน นายศรศักดิ์ สวนแก้ว ข้าพเจ้าขอโทษ

นอกจากกนี้ จั๊กกะบุ๋ม ยังเปิดเผยหลังจากการไกล่เกลี่ยคดีความอีกว่า “วันนี้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความชื่นมื่น ไม่มีอะไรที่ต้องมานั่งโกรธ และเป็นคดีต่อกันอีก ตัวเองเป็นเด็ก เมื่อมีผู้ใหญ่แนะนำก็ยินดีที่จะทำตามเพื่อไม่ให้เกิดความบาดหมางกันอีกต่อไป ต่างคนก็ต่างทำงานไม่มีอะไรติดขัดกันแล้ว ส่วนวันที่ 19 เมษายนนี้ ก็จะดำเนินคดีกับคนที่ตัดต่อคลิปแล้วสร้างความเสียหายให้กับตนขณะที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งไม่เกี่ยวกับศรและพวก ส่วนจะมีการเจรจาไกล่เกลี่ยแบบนี้หรือไม่นั้นก็ต้องรอดูกันต่อไป”

เพจดังเผยคลิป อ้างตำรวจขับรถชนยาย ไม่ยอมจ่ายค่าเสียหาย ที่แท้นัดเจรจาวันศุกร์

เพจดัง เผยคลิปอ้างตำรวจขับรถฟอร์จูนเนอร์ชนยาย แต่ไม่ยอมเจรจาจ่ายค่าเสียหาย ที่แท้นัดเจรจาวันศุกร์

วันนี้(18 เม.ย.) จากกรณีที่เฟซบุ๊กเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4 โพสต์ข้อความว่า “แอดมินคะ ช่วยเหลือยายเราหน่อยค่าคือผู้หญิงที่ขี่จักรยานคือยายเราโดนชน แต่คนชนเค้าไม่ยอมรับว่าเค้าผิด ยายล้มหน้ากระแทกหน้าบวมกินข้าวไม่ได้เกือบเป็นอาทิตย์ ผู้ชายในคลิปคนที่ชนขู่ว่ายายผิดต้องไปซ่อมรถให้เค้าด้วยอยากให้ช่วยแชร์หน่อยค่ะ รบกวนลงให้ทีนะคะ เพราะมันเป็นหมอตำรวจยศพันตรียังไม่รู้ว่าจะเล่นแง่ไหน นัดมาไกล่เกลี่ยก็ไม่มาอ้างติดงานตลอด เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 1/4/60 ทุกวันนี้หายเงียบเลยคะ รบกวนแอดมินด้วยนะคะ ทะเบียน ฏถ-7222 พร้อมกับคลิปวีดีโอ ที่มีรถฟอร์จูนเนอร์ ขับชนรถจักรยานจนล้มลง”

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้หาข้อมูลพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นภายในซอยเปียร์นนท์ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พื้นที่รับผิดชอบของ สภ.คูคต จึงได้เดินทางไปสอบถามเรื่องดังกล่าวกับ ร.ต.อ.เทียนชัย ใหม่เอี่ยม รองสารวัตรสอบสวน สภ.คูคต เจ้าของคดี

ร.ต.อ.เทียนชัย ใหม่เอี่ยม รองสารวัตรสอบสวน สภ.คูคต เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งตนได้รับแจ้งตอนประมาณ 16.40 น. ทางคู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้เดินทางเข้ามาแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเนื่องด้วยนายนเรศ สาวะจันทร์ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 47/75 หมู่ 8 ต.บางคูวัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรีได้ขับขี่รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้ารุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ฎถ-7222 กรุงเทพ ชนกับรถจักรยานปั่นสองล้อของ นางเพ็ญศรี เจริญประสิทธิ์ อายุ 69 ปี จนได้รับบาดเจ็บมีแผลถลอกตามร่างกาย

ซึ่งหลังจากลงบันทึกประจำวันแล้ว ได้ส่งตัว นางเพ็ญศรี ไปรักษาตรวจพร้อมตรวจร่างกายไว้เป็นหลักฐานที่รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จากนั้นได้มีการนัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาเจรจากัน แต่ทางฝ่ายนายนเรศ อ้างว่าไม่สามารถมาได้เนื่องจากติดธุระ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการนัดอีกครั้งในวันศุกร์ ที่ 21 เมษายน ที่จะถึงนี้ถ้าหากนายนเรศ ยังไม่มาพบเพื่อเจรจากับทางคู่กรณี

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนเรื่องที่โซเชียลอ้างว่านายนเรศ เป็นหมอตำรวจยศพันตรี นั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ พบว่าก่อนหน้านี้เมื่อ 2 ปีก่อน นายนเรศ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ยศ พันตำรวจตรี แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นตำรวจแล้ว โดยร้อยเวรได้ทำหนังสื่อสอบถามความจริงจากต้นสังกัดแล้ว แต่ยังไม่ได้รับหนังสือตอบรับ ซึ่งอย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่างตรงไปตรงมาและยุติธรรม